สหรัฐฯใส่ร้ายป้ายสีอิหร่านอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการนิวเคลียร์ ทำให้อิหร่านถูกมองในแง่ลบ ทั้งๆที่อิหร่านออกมายืนยันหลายครั้งว่าตนพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เพื่อสันติความที่อิหร่านไม่โอนอ่อนผ่อนตามสหรัฐฯ เขียนให้เข้าใจง่ายคือ “กูไม่ยอมก้มหัวให้มึง” ทำให้โดนปฏิบัติการจิตวิทยาว่าเป็นประเทศที่มีภาพลบด้านสิทธิมนุษยชน เป็นประเทศที่สร้างความเสี่ยงให้กับเสถียรภาพโลก ก้าวร้าว รุนแรงทุกประเทศก็ต้องมีกองกำลังทหาร บางทีก็มีชื่อแตกต่างกันไป เช่นกองกำลังของจีน เรียกว่ากองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน กองกำลังของรัสเซียคือกองทัพสหพันธรัฐรัสเซีย ของอิหร่านคือกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC)สหรัฐฯค่อยๆทยอยใส่ภาพลักษณ์เชิงลบของ IRGC ว่าอิหร่านใช้ดำเนินการก่อการร้ายทั่วโลก สื่อโลกนำเสนอข่าวอิหร่านในด้านสงคราม การคว่ำบาตร การประท้วง มากกว่าเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้ภาพลักษณ์อิหร่านในเวทีโลกเสียหาย กลายเป็นภาพของผู้ร้ายภาพลักษณ์ของอิหร่านเปลี่ยนไปจากสงครามอิหร่าน-อิสราเอล ที่เริ่มเมื่อ 13 มิถุนายน 2025 อิสราเอลโจมตีอิหร่านก่อน โดนอิหร่านโต้ตอบจนกรุงเทลอาวีฟพังเละเทะตุ้มเป๊ะ ชาวโลกจับโป๊ะอิสราเอลและสหรัฐฯได้จากสงครามอิหร่าน-อิสราเอล 2025 ว่าโดยแท้ที่จริงอิสราเอลและสหรัฐฯเป็นผู้รุกรานจากการกระทำของสหรัฐฯตั้งแต่ทรัมป์เริ่มปกครองสหรัฐฯครั้งที่ 2 เมื่อ 20 มกราคม 2025 ประชาชนคนทั้งโลกมองเห็นแล้วว่าทรัมป์เป็นผู้นำที่เกเร หาเรื่องกับประเทศโน้นชาตินี้ไปทั่ว แม้แต่ประเทศพันธมิตรใกล้ชิดกับสหรัฐฯก็ยังโดนความที่ไปหาเรื่องกับประเทศพันธมิตรใกล้ชิด หรือความที่อยากจะได้เวเนซุเอลา กรีนแลนด์ แคนาดา ฯลฯ ทำให้ภาพลักษณ์ของสหรัฐฯตกต่ำย่ำแย่ และทุกคนเริ่มเข้าใจว่าอิหร่านเป็นผู้ถูกกระทำเช่นเดียวกันขณะที่เขียนบทความนี้ สหรัฐฯเสริมกองเรือรบเข้าไปในน่านน้ำใกล้อิหร่าน โดยข้ออ้างเดิมๆที่เป็นแผ่นเสียงตกร่องว่า ให้หยุดการพัฒนานิวเคลียร์ เข้าไปดูในโซเชียลมีเดียโลก คราวนี้ดูเหมือนกับว่าคนเชียร์อิหร่านมากกว่าการประท้วงในสหรัฐฯก็มี ถึงขนาดมีการยิงผู้ประท้วงตายโดยเจ้าหน้าที่รัฐ แต่รัฐบาลของทรัมป์กลับไม่สนใจไยดี แต่ดันทะลึ่งไปสนใจการประท้วงในอิหร่าน ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าสหรัฐฯส่งซีไอเอเข้าไปป่วนอิหร่าน การประท้วงในสหรัฐฯเกิดโดยธรรมชาติ ศัตรูอย่างเช่นรัสเซียหรืออิหร่านไม่ได้ส่งสายลับเข้าไปปั่นหัวคนอเมริกัน แต่การประท้วงในอิหร่าน สหรัฐฯส่งคนเข้าไปปั่นหัวคนอิหร่านสมัยก่อนตอนโน้น คนชอบสหรัฐฯเรื่องเสรีประชาธิปไตย ผู้นำสหรัฐฯที่ขึ้นมาแต่ละคนก็ส่งความช่วยเหลือไปให้ประเทศเล็กชาติน้อย แต่ปัจจุบันนี้ไม่ใช่แล้วครับ สหรัฐฯระงับความช่วยเหลือทั่วโลก แม้แต่องค์การอนามัยโลกยังไปขอออกจากการเป็นสมาชิก7 มกราคม 2026 ทรัมป์ลงนามในคำสั่งบริหารถอนตัวจากองค์กรระหว่างประเทศหลายสิบแห่ง โดยระงับการสนับสนุนต่อองค์กร หน่วยงาน และคณะกรรมาธิการรวมทั้งสิ้นในขณะนี้ 66 องค์กร รวมทั้งหน่วยงานด้านประชากรของสหประชาชาติ สนธิสัญญาของสหประชาชาติว่าด้วยการเจรจาด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานช่วยเหลือด้านสุขภาพทางเพศและการเจริญพันธุ์ทั่วโลกคุณเป็นประเทศใหญ่ ทำตัวเป็นเจ้าใหญ่นายโต เอาแต่ผลประโยชน์ แต่สิ่งที่จะมาดูแลโลกร่วมกันกลับไม่สนใจไยดี ทั้งที่องค์กรเหล่านั้นเป็นสิ่งจำเป็นจะต้องมีเพื่อดูแลโลก เช่น ข้อตกลงพลังงานปลอดคาร์บอน กลุ่มศึกษาตะกั่วและสังกะสีระหว่างประเทศ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อประชาธิปไตยและการช่วยเหลือด้านการเลือกตั้ง องค์การไม้เขตร้อนระหว่างประเทศ ความร่วมมือเพื่อแอตแลนติก ฯลฯตอนที่สหรัฐฯทำสงครามอ่าวเปอร์เซีย (1990-1991) ประกาศบังคับเขตห้ามบินเหนืออิรัก (1991-2003) สงครามอิรัก (2003-2011) สงครามต่อต้านไอซิสในอิรัก-ซีเรีย (2014 เป็นต้นมา) และปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน ลิเบีย ซีเรีย เยเมน ฯลฯ ประชาคมโลกจำนวนไม่น้อยยังโอนเอียงเห็นด้วยกับสหรัฐฯผิดกับ ‘ปฏิบัติการค้อนเที่ยงคืน’ ที่สหรัฐฯโจมตีอิหร่านเมื่อ 22 มิถุนายน 2025 และการส่งเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือรบเข้ามาอ่าวเปอร์เซีย อ่าวโอมาน ทะเลอาหรับ ซึ่งเริ่มในเดือนมกราคม 2026 ดูเหมือนประชาคมโลกไม่เอาด้วย.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.comคลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม