โลกแฟชั่นร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของ “วาเลนติโน การาวานี” (Valentino Garavani) ดีไซเนอร์ระดับตำนานชาวอิตาลี ผู้ก่อตั้งแบรนด์วาเลนติโน และสัญลักษณ์แห่งชีวิตที่งดงาม (La Dolce Vita) หลัง สิ้นลมอย่างสงบในวัย 93 ปี ณ บ้านพักในกรุงโรม เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ทิ้งไว้เพียงมรดกแห่งสไตล์ที่ยืนยงเหนือกาลเวลา ภายใต้แนวคิดเรียบง่ายเพียงว่า “ผมแค่ทำให้ผู้หญิงของผมดูสวยสะกดสายตา”เส้นทางของวาเลนติโน เริ่มจากความหลงใหลในความสง่างามของดาราฮอลลีวูดบนจอเงิน ก่อนจะออกเดินทางจากเมืองเล็กๆ ในอิตาลีไปศึกษาศาสตร์แฟชั่นที่มิลาน และฝึกปรือวิชาโอตกูตูร์ ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศสกับห้องเสื้อชั้นสูงอย่าง ฌอง เดสเซส์ และ กี ลาโรช กระทั่งกลับมาเปิดห้องเสื้อในกรุงโรมเมื่อปี 2502 โดยมี “จานคาร์โล จามเมตตี” คู่ชีวิตและพันธมิตรธุรกิจคนสำคัญ เป็นแรงขับเคลื่อนเปลี่ยนพรสวรรค์ให้เป็นอาณาจักรแฟชั่นระดับโลกสไตล์อันเป็นอมตะของวาเลนติโนคือการหลอมรวม ความจัดจ้านแบบอิตาลีเข้ากับ ความประณีตชั้นสูงของฝรั่งเศส อย่างกลมกล่อม โดดเด่นด้วยเลเยอร์ผ้าพลิ้วไหว การจัดระเบียบโบว์ ลูกไม้ และการทำระบายเป็นชั้นๆ อันดูอ่อนช้อยแต่ทรงพลัง โดยเฉพาะเอกลักษณ์สำคัญ คือ “สีแดงวาเลนติโน” (Valentino Red) เฉดสีแดงหรูหราที่เชื่อว่าช่วยขับเน้นความสง่างามของสตรีทุกสีผิวให้เปล่งประกาย จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความงามเหนือกาลเวลาด้วยการยึดมั่นในนิยามความงามแบบ ชนชั้นสูงที่ดูเป็นกุลสตรี สง่างาม มั่นใจ และอมตะ แทนการวิ่งตามกระแสที่ฉาบฉวย ทำให้วาเลนติโนได้รับการยกย่องเป็น “ปรมาจารย์” (Il Maestro) และ “จักรพรรดิองค์สุดท้าย” (The Last Emperor) ของวงการแฟชั่น ผู้มีอิทธิพลในการกำหนดนิยามความงามให้แก่ทั้งราชวงศ์ สังคมชั้นสูง รวมทั้งสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งทั่วโลกและซุปเปอร์ สตาร์ของฮอลลีวูดมานานหลายทศวรรษความงามอมตะแบบวาเลนติโน จะยังคงโลดแล่นเป็นแรงบันดาลใจให้โลกตราบนานเท่านาน.อมรดา พงศ์อุทัยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม