ปัญหาแก๊งสแกมเมอร์หรือกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงให้ผู้คนโอนเงินทางออนไลน์ที่นับวันเริ่มขยายตัวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆในหลายประเทศทำให้รัฐบาลชาติต่างๆ ต้องเร่งงัดมาตรการต่างๆ ออกมาใช้เพื่อปราบโจรออนไลน์ขั้นเด็ดขาดที่สิงคโปร์ รัฐสภาได้ผ่านร่างกฎหมายต่อต้านอาชญากรรมฉบับแก้ไข เมื่อวันที่ 4 พ.ย. โดยกำหนดให้ลงโทษโจรสแกมเมอร์ด้วยการใช้ไม้เรียวเฆี่ยนที่ก้นอย่างน้อย 6 ทีไปจนถึงสูงสุด 24 ที ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของความผิด ซึ่งบทลงโทษนี้ครอบคลุมทั้งสมาชิกภายในแก๊งทุกคน รวมถึงคนที่หลอกลวง ผู้อื่นให้เข้าร่วมแก๊ง คนเปิดบัญชีม้า และจัดหาซิมปัจจุบัน สแกมเมอร์นับเป็นคดีอาชญา กรรมสูงสุดในประเทศสิงคโปร์ คิดเป็นร้อยละ 60 ของคดีอาชญากรรมทั้งหมด ในช่วงปี 2563–2568 มีคดีเกี่ยวกับแก๊งสแกมเมอร์สูงราว 190,000 คดี มูลค่าความเสียหายสูงถึง 3,880 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 126,100 ล้านบาทแนวคิดเรื่องการลงโทษพวกโจรสแกมเมอร์ด้วยการเฆี่ยนตีก้น ถูกเสนอครั้งแรกโดยนายตัน อู๋ เมิ่ง สมัยยังดำรงตำแหน่งสมาชิกรัฐสภาของสิงคโปร์ ระหว่างการประชุมคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยสิงคโปร์เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา นายตันเล่าว่า มีหญิงคนหนึ่งต้องสูญเสียเงินที่เก็บมาทั้งชีวิตให้กับแก๊งสแกมเมอร์และอยากให้สิงคโปร์ใช้มาตรการลงโทษสแกมเมอร์มิจฉาชีพพวกนี้ให้หนักขึ้นนายตันบอกว่า หลายคนอาจคิดว่าการใช้ไม้เรียวเฆี่ยนตีก้นเป็นการใช้ความรุนแรงแต่ก็พิสูจน์แล้วว่า เป็นวิธีที่ได้ผลในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม โดยยกตัวอย่างเมื่อปี 2553 ที่รัฐบาลออกกฎหมายลงโทษเฆี่ยนตีบุคคลที่ให้ความช่วยเหลือคนปล่อยเงินกู้ที่ไม่มีใบอนุญาตและผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยมหาโหด โดยคดีความลักษณะนี้ลดลงจาก 11,776 คดีในปี 2554 เหลือ 3,336 คดีในปี 2563เมื่อมองจากตัวเลขข้างต้น และจำนวนคดีสแกมเมอร์ที่มีจำนวนมากที่สุดในบรรดา คดีด้านอาชญากรรมทั้งหมดในสิงคโปร์เวลานี้ การเฆี่ยนตีก้นน่าจะเป็นมาตรการลงโทษที่เหมาะสมที่สุดแล้ว.ผู้เล็กน้อยคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม