เงินจอมปลอม...ครูจอมปลอม...ทรัพย์สินจอมปลอม นี่คือสิ่งที่พ่อรวยสอนลูก “โรเบิร์ต ที. คิโยซากิ” ต้องการจะตีแผ่ให้รู้ถึงเบื้องหลังความเฟกของการเงินลวงโลก ในขณะที่เราต้องการดิ้นรนทุกอย่างเพื่อให้มีอิสรภาพทางการเงิน แต่บางครั้งสังคมหรือกลไกการปกครองมีบางอย่างกำลังกีดกันคนอย่างพวกเราไว้เจ้าของตำนาน “พ่อรวยสอนลูก” บอกเล่าเรื่องราวหลอกลวงทางการเงิน ที่ทำให้คนจนและชนชั้นกลางยิ่งจนลง ผ่านการตีแผ่โลกของเงินจอมปลอม...ครูจอมปลอม...ทรัพย์สินจอมปลอม เพื่อให้พวกเราได้เรียนรู้ว่าทำไมคนรวยคนจนถึงได้แตกต่างกันนัก ความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคมล้วนแต่มีเหตุผลซ่อนอยู่ หนึ่งในนั้นคือรูปแบบการปกครองของประเทศ และการกีดกันทางชนชั้นเพื่อไม่ให้คนจนขยับเป็นคนรวยได้“เงินจอมปลอม” (Fake Money) มีอำนาจทำให้คนรวยรวยยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ยิ่งทำให้คนจนและชนชั้นกลางจนลงไปอีก ในปี 1971 ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ของสหรัฐอเมริกา ยกเลิกการผูกค่าเงินดอลลาร์กับทองคำ และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เงินดอลลาร์แปลงสภาพเป็นเงินเก๊ หรือเงินจอมปลอม ที่พิมพ์ขึ้นใช้เองโดยรัฐบาลมะกัน เงินจอมปลอมเหล่านี้ทำให้คนรวยยิ่งรวยขึ้น แต่สร้างปัญหาใหญ่หลวงให้กับคนจนและชนชั้นกลาง ที่นับวันจะยิ่งจนลง เพราะโดนฝังหัวด้วยคำโกหกว่า การออมเงินจะทำให้คุณรวย จึงมุ่งแต่สะสมเงินเก๊ไว้ในธนาคาร แทนที่จะถือครองทรัพย์สินในรูปแบบโลหะมีค่าจริงๆ เช่น ทองคำและเงินแท้ เพื่อดึงดูดความมั่งคั่งต่อเนื่อง พ่อรวยสอนลูกให้ตะลุยเป็นเจ้าของเหมืองทองคำและเหมืองเงินที่จับต้องได้จริง กระนั้น เขาเตือนว่าอย่าหลงไปซื้อกองทุน ETFs ที่ลงทุนในทองคำกระดาษ เพราะกองทุน ETFs สามารถขายทองคำจอมปลอม ที่พวกเขาไม่ได้เป็นเจ้าของได้อย่างถูกกฎหมาย โดยไม่ต้องรับผิดชอบความเสียหายใดๆ“ครูจอมปลอม” (Fake Teachers) โรงเรียนสอนอะไรให้เราบ้างเกี่ยวกับเรื่องเงิน คนส่วนใหญ่จะตอบว่าไม่มีสักอย่าง ครูจำนวนมากเป็นคนดีที่ยอดเยี่ยม แต่ระบบการศึกษาของเรากลับล้าหลังและล้มเหลวที่จะผลิตนักเรียนคุณภาพป้อนสู่โลกแห่งความเป็นจริง แทนที่จะชี้ทางสว่างให้อนาคต พวกครูจอมปลอมกลับชักชวนเยาวชนรุ่นใหม่ให้เดินไปสู่ความมืดมนทางการเงิน ด้วยการหยิบยื่นเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาให้เด็กๆต้องเป็นหนี้หัวโต ตั้งแต่ยังหาเงินไม่เป็น ทำไม 78% ของคนอเมริกันต้องใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน ทำไมนักเรียนของพวกเราต้องมีชีวิตจมอยู่กับหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ทำไมครูของพวกเราต้องนัดหยุดงานประท้วงเพื่อเรียกร้องเงินเดือนเพิ่ม ก็เพราะผู้นำประเทศของพวกเราแทบจะไม่มีความรู้เรื่องเงินเลย“ทรัพย์สินจอมปลอม” (Fake Assets) ในปี 2008 เศรษฐกิจโลกพังจากวิกฤติสินเชื่อซับไพรม์ ที่เป็นทรัพย์สินจอมปลอม แต่เหล่านายธนาคารผู้สร้างความเสียหายในวันนั้นก็ยังกลับมาหลอกขายทรัพย์สินจอมปลอมลอตใหม่ให้กับพวกเรา ในรูปแบบของแผนการออมเงินเพื่อการเกษียณ ที่นับวันจะมีมูลค่าลดต่ำลงพ่อรวยสอนลูกชี้ว่า ปี 2030 เป็นปีที่เหล่าเบบี้บูมเมอร์เข้าสู่ช่วง “สูงวัยมาก” อายุ 85 ปีขึ้นไป เมื่อถึงเวลานั้นระบบบำนาญทั่วโลกอาจล่มสลาย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหล่าเบบี้บูมเมอร์ต้องการเงินมากที่สุดพอดี เขาเตือนให้ระวังวิกฤติเงินบำนาญจะเกิดขึ้นทั่วโลก!! โดยในหลายประเทศกองทุนบำนาญถูกใช้ไปเกือบหมดแล้วในเมื่อแรงงานหลายล้านคนใส่เงินหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯเข้าไปในกองทุนบำนาญเหล่านี้ ทำไมกองทุนพวกนี้ยังล้มละลายได้อีก แล้วใครได้เงินของพวกเราไปใช้? คนจนและชนชั้นกลางจำนวนมากไม่รู้ว่าเงินและความมั่งคั่งของพวกเขาได้ถูกขโมยไปโดยคนรวย ผ่านเงินที่พวกเขาแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน, ภาษี, บ้าน, เงินออม และบัญชีเงินเกษียณ ทำไมคนจนและชนชั้นกลางจึงจนลงเรื่อยๆ ก็เพราะพวกเขาลงทุนในทรัพย์สินจอมปลอม ที่คิดว่ามันคือทรัพย์สินจริงๆชาวเบบี้บูมเมอร์ในอเมริกาใช้ชีวิตง่าย เพราะโตมาในช่วงที่เศรษฐกิจบูมสุดในประวัติศาสตร์โลก แต่ลูกหลานของพวกเขากลับมีชีวิตยากลำบาก โดยเฉพาะชาวมิลเลนเนียลที่ตกงานเป็นเบือ และเริ่มต้นวัยผู้ใหญ่พร้อมหนี้สินเพื่อการศึกษาก้อนโต แถมยังได้มรดกเป็นหนี้สาธารณะขนาดมหึมา ซึ่งเป็นหายนะทางการเงินที่ตกทอดมาจากพ่อแม่ปู่ย่าตายาย เตรียมใจรับมือกับรัฐบาลถังแตกได้เลย.มิสแซฟไฟร์คลิกอ่านคอลัมน์ “คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์” เพิ่มเติม