สำนักงานกิจการไต้หวันหรือกั่วหวู่หยวน ไต้หว่าน ซื่ออู้ ป่านกงสือ เป็นหน่วยงานทั้งของรัฐบาลจีนและของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เป็นหน่วยงานที่ในภาษาจีนเรียกว่า หนึ่งองค์กร สองชื่อ (สังกัดทั้งรัฐบาลและพรรค) งานของสำนักงานนี้ก็เช่น อำนวยความสะดวกให้ชาวไต้หวันมาแผ่นดินใหญ่ของจีน สนับสนุนเยาวชนไต้หวันมาประกอบอาชีพในจีน และขับเคลื่อนในฟูเจี้ยน เป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนและเชื่อมโยงระหว่าง 2 ฝั่งเมื่อวันก่อน สำนักงานกิจการไต้หวันออกมาแถลงว่า “นายไล่ ชิงเต๋อ สร้างตรรกะเพี้ยนที่ขัดแย้งกับประวัติศาสตร์ ข้อเท็จจริง และกฎหมาย ซึ่งสิ่งที่นายไล่พูดจะถูกกวาดเข้าไปอยู่ในกองขยะแห่งประวัติศาสตร์เท่านั้น”ไล่ ชิงเต๋อ เกิด ค.ศ.1959 พ่อเป็นคนงานเหมืองถ่านหิน จบเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติและจบแพทยศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเฉิงก๋ง จบปริญญาโทสาธารณสุขศาสตร์จากฮาร์วาร์ด เป็นอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติไต้หวัน และเป็นประธานาธิบดีไต้หวันเมื่อ 20 พฤษภาคม 2024มิถุนายน 2025 นายไล่ออกมายืนยันอธิปไตยของสาธารณรัฐอิสระของไต้หวันว่า ไต้หวันคือประเทศ และไม่มีความสัมพันธ์ทางกฎหมายกับจีน สาธารณรัฐประชาชนจีนไม่เคยปกครองไต้หวัน อนาคตของไต้หวัน (ที่จะเป็นประเทศเอกราช) จะต้องถูกตัดสินโดยประชาชนไต้หวันเท่านั้นนายไล่ประกาศว่า ตนพร้อมจะเจรจากับจีนในสถานะที่เท่าเทียมกัน (หมายความว่า ระดับผู้นำรัฐต่อผู้นำรัฐ) ขณะเดียวกัน ตัวแกก็พร้อมพัฒนาการทหารพร้อมกับการป้องกันประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการข่าวกรอง อาวุธยุทโธปกรณ์ ร่วมมือกับพันธมิตรอย่างสหรัฐฯและญี่ปุ่น (เพื่อสู้กับจีน)แกประกาศกับประชาชนไต้หวันอยู่เสมอว่า “อี่จ้าน จื่อจ้าน, ทงกั้ว เป้ยจ้าน ไหลฝางจื่อ จ้านเจิง” แปลเป็นไทยได้ว่า “ป้องกันสงครามด้วยการเตรียมพร้อมที่จะทำสงคราม” แกเชื่อในแนวความคิดสันติภาพต้องตั้งอยู่บนอำนาจไม่ว่าจะเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีนแผ่นดินใหญ่) หรือสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ต่างมีฐานความเชื่อและการปฏิบัติจากตำราพิชัยสงครามเดียวกัน การที่นายไล่ออกมาพูดเรื่องเอกราชบ่อยๆ ในยุคของทรัมป์ นักวิเคราะห์บางคนตีความว่า ในยุคทรัมป์นี่แหละที่ไต้หวันอาจจะประกาศเอกราชชัดเจน ซึ่งถ้าเป็นยุคประธานาธิบดีสหรัฐฯคนอื่นอาจจะไม่กล้าบ้าบิ่นมากพอสาธารณรัฐจีนเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งสหประชาชาติเมื่อ ค.ศ.1945 แถมยังเป็นหนึ่งในสมาชิกถาวรของมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ จนกระทั่ง 25 ตุลาคม 1971 สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติมีมติที่ 2758 ให้สาธารณรัฐประชาชนจีนได้รับรองให้เป็นตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวในสหประชาชาติ และขับสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ออกจากสหประชาชาติประธานาธิบดีไล่กล่าวสุนทรพจน์ 10 บท บทที่ 1 มีชื่อว่า ‘สร้างความเป็นปึกแผ่นของประเทศ’ แกสาธยายขยายความถึงความเป็นมาในประวัติศาสตร์ของคนไต้หวัน เล่าเรื่อยเปื่อยเฉื่อยแฉะย้อนหลังไปเป็นพันปี ถึงความสัมพันธ์ระหว่างชนพื้นเมืองกับชาวออสโตรนีเซียน แกยกตัวอย่างถึงความสัมพันธ์ระหว่างชาวไต้หวันกับชาวพื้นเมืองในฮาวาย เขียนให้เข้าใจง่ายก็คือ นายไล่พยายามจะบอกว่า พัฒนาการของไต้หวันกับจีนนั้นมันคนละเรื่องกันนายไล่ยังเล่าถึงประวัติศาสตร์ไต้หวันในสมัยก่อนตอน ค.ศ.1895-1945 ที่ต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น และในสมัยราชวงศ์ชิง ไต้หวันเคยถูกเป็นมณฑลหนึ่งของจีนอยู่เพียง 8 ปีเท่านั้นสุนทรพจน์ของนายไล่ใครฟังก็รู้ว่า ‘โม่หมิงฉีเมี่ยว’ ผมไปถามคำแปลจากผู้คนที่รู้ภาษาจีน จึงทราบว่าหมายถึง ‘เหลวไหล’ ‘ไร้เหตุผล’ ‘งงงวย’ บางคนก็บอกว่า ‘ล้วนชีปาซาว’ ที่หมายถึง ‘ยุ่งเหยิงสุดๆ’ ‘เลอะเทอะ’ คนจีนคนหนึ่งถึงกับสบถว่า ‘มาเตอะ’ ซึ่งเป็นคำหยาบนายไล่ยังออกมาพูดย้ำๆซ้ำๆเป็นแผ่นเสียงตกร่องอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่า มีเพียงประชาชนไต้หวันเท่านั้นที่จะตัดสินใจเรื่องอนาคตของไต้หวัน ไม่เกี่ยวกับสาธารณรัฐประชาชนจีน เพราะสาธารณรัฐ ประชาชนจีนไม่เคยปกครองเกาะนี้มาก่อน จึงไม่มีสิทธิที่จะมาอ้างอธิปไตยหรือแสดงออกในนามของไต้หวันหลายคนถามว่าจะเกิดสงครามจีน-ไต้หวันแบบเดียวกับรัสเซีย-อูเครนไหม ผมว่าตอนนี้ ‘จีนยังไม่พร้อมที่จะเปิดสงคราม’ และ ‘ไต้หวันเองก็ยังไม่น่าจะประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ’สหรัฐฯและพันธมิตรนาโตก็ยังสื่อออกมาแบบกำกวมเพื่อรักษาสถานะปัจจุบันของตนเอง จีน และไต้หวัน.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com คลิกอ่านคอลัมน์ “เปิดฟ้าส่องโลก” เพิ่มเติม