อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย หวั่นไหวกับสถานการณ์ของ “มือปราบสแกมเมอร์” ตามฟอร์มทนายความชาวไทยของ “เบน สมิท” นักธุรกิจชาวต่างชาติ รีบป่าวประกาศดังๆ ศาลอาญาประทับรับฟ้องคดีที่ “กุนซือหัวทอง” จิ้งจอกฮุน เซน ผู้นำจอมโจรเขมรแดง ยื่นฟ้องนายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชนฐานหมิ่นประมาท กล่าวหาเป็น “โจรสแกมเมอร์” โดยไม่มีหลักฐานเหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2568 ที่ “มือปราบสแกมเมอร์” ของพรรคประชาชนอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร และนำเสนอข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียทำให้ “เบน สมิท” เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกเข้าใจผิดในความบริสุทธิ์ผุดผ่องเรื่องของเรื่อง โดยกระบวนการยุติธรรมมันยังต้องว่ากันยาวๆ ลุยสู้กัน 3 ศาลไปยันฎีกา ที่สำคัญคดีความผิดฐานหมิ่นประมาท “มันคนละเรื่องเดียวกัน” กับ “คดีอาชญากรรมไซเบอร์” ที่เป็นเรื่องใหญ่ระดับโลกไม่อาจกลบเกลื่อน บิดเบือนด้วยการฟ้องปิดปากตามกระบวนการไล่ล่าแก๊งโจรไซเบอร์ที่ยกระดับเป็นวาระนานาชาติ หลังจากสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกาเดินหน้าออกกฎหมาย “แบล็กลิสต์” ลุยยึดอภิมหาขุมทรัพย์ขบวนการโจรไซเบอร์มูลค่านับหมื่นนับแสนๆล้านบาทร่อน “บัญชีดำ” ประจานไปทั่วโลก ล้วนแต่กุนซือข้างตัวจอมโจรเขมรแดง“คราบเทา” ข้ามชายแดนกัมพูชามาถึงเมืองไทย นักการเมืองขาใหญ่ มาเฟียทหารคนดัง “ดิ้นเป็นเจ้าเข้า” ต้องเคลียร์ภาพถ่ายกับ “เบน สมิท” กันเป็นพัลวันชัดเจนถึงขั้นที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ลุยยึดและอายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทของเครือข่ายสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ 3 กลุ่มใหญ่ในไทยทั้ง “ยิม เลียก-เบน สมิท-ก๊ก อาน” ที่โยงกับก๊วนตัวพ่อ “เฉิน จื้อ”สดๆร้อนๆรัฐบาลจอมโจรเขมรแดงทนแรงกดดัน “แผ่นดินบาป” ไม่ไหว ต้องส่งตัว “เฉิน จื้อ” ราชาโจรสแกมเมอร์เบอร์หนึ่งในแบล็กลิสต์สหรัฐฯให้ทางการจีนแผ่นดินใหญ่ “สำเร็จโทษ”ส่อโดนลากคอเข้า “เครื่องประหารหัวสุนัข”หลักฐานเชิงประจักษ์ฉาวไปทั้งโลกซะขนาดนี้ “มือปราบสแกมเมอร์” อย่าง “รังสิมันต์ โรม” น่าจะผิวปาก เบาอกเบาใจ แม้เจ้าตัวจะยอมรับ “เซอร์ไพรส์” เล็กๆ ที่ศาลอาญาประทับรับฟ้องเพราะแม้แต่ผู้รับมอบอำนาจยังไม่อาจยืนยันภาพถ่าย “เบน สมิท” ในพาสปอร์ตที่นำไปสืบพยานแต่แน่นอน โดยกระบวนการสู้กันในศาลก็จะได้แปรวิกฤติเป็นโอกาส“นิติศาสตร์บัณฑิตจากธรรมศาสตร์” อย่าง “รังสิมันต์ โรม” น่าจะไม่พลาดในการไล่บี้ไล่ต้อนให้นำตัวเป็นๆของ “โจทก์” อย่าง “เบน สมิท” ที่ “ล่องหน” ออกจากไทยอย่างไร้ร่องรอย ต้องกลับมาประชันกันชั้นศาลใช้อำนาจศาลในการเรียกข้อมูลลึกลับซับซ้อนที่ถูก “หมกเม็ด” มาเคลียร์แต่ก่อนอื่นเลยคือ “โอกาสทอง” ในทางการเมืองห้วงชิงกระแสเลือกตั้ง กระแสประชาชนคนไทยกำลังตื่นตัวกับการต่อต้านอาชญากรเทายึดเมืองตามท้องเรื่อง เมื่อศาลประทับรับฟ้องคดี “มือปราบสแกมเมอร์” อย่าง “รังสิมันต์ โรม” โดน “เบน สมิท” เล่นงาน “ปิดปาก” เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาทสถานการณ์ยืนยันกองทัพส้ม “ยืนหนึ่ง” ในการปราบโจรสแกมเมอร์พรรคประชาชนคือตัวจริงเสียงจริงในการลุยหักดิบขบวนการ “ทุนเทา” ที่จ้องยึดอำนาจการปกครองประเทศไทยผ่านการเลือกตั้งและจังหวะเหมือน “แม่ซื้อ” ช่วยอุ้ม “เด็กส้ม” ไม่ให้โดน “มนต์ดำเขมร” เล่นงานตามเงื่อนไขสถานการณ์พอดิบพอดี ศาลประทับรับฟ้องคดี “รังสิมันต์ โรม” หมิ่นประมาท “เบน สมิท” มันเลยหักมุมจังๆกับคิวที่ รัฐมนตรีเขมร “ลูกกระเป๋ง” ของ “จิ้งจอกเขมรแดง” ฮุน เซน แกว่งปากข้ามชายแดน แกล้งแนะนำคนไทย “ฉลาดเลือก” ขู่เป็นนัยถ้าไม่อยากรบเขมรรอบ 3 ให้เทแต้มโหวตเลือกกองทัพส้มมาสงบศึกกับ “ฮุน เซน”“เขมรพนมเปญ” เขี่ยลูกเข้าทาง “เขมรเขากระโดง”เกมเขี้ยวลึก แต่เหลี่ยมตื้นเขินแบบโจรสแกมเมอร์ปั่นกระแสโจรเขมรเลือกแทงส้ม ยั่ว “แต้มมุมกลับ” เทไปให้ก๊วนเซราะกราว ภูมิใจไทยที่กำลังปั่นคะแนน “ชาตินิยมไทย” แบบมันมือแต่เมื่อ “เบน สมิท” กุนซือ “จอมโจรฮุน เซน” ที่ซุ่มโป่งอยู่ในเขมร เปิดปฏิบัติการตีโต้ตัวจี๊ดค่ายส้มหักมุมหลอกล่อกันกี่ตลบ มันก็แหกตาคนดูไม่ได้.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม