หลังโดนฟ้องคดีอื้อฉาวล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์ “เจ้าชายแอนดรูว์” ดยุกแห่งยอร์ก ก็เผชิญวิบากกรรมไม่จบไม่สิ้น นอกจากจะถูกถอดยศทหาร, สั่งงดปฏิบัติพระกรณียกิจ, ยุติบทบาทองค์อุปถัมภ์การกุศลต่างๆ และต้องหาเงินมากกว่า 12 ล้านปอนด์ มาจ่ายให้ผู้เสียหายโดนล่วงละเมิดทางเพศ เพื่อระงับข้อพิพาทนอกศาล ล่าสุด อาจต้องเป็นคนไร้บ้านระเห็จออกจากวัง เพราะถูกพระเชษฐา “กษัตริย์ชาร์ลส์ที่สาม” สั่งตัดเงินอุดหนุนประจำปีความเคลื่อนไหวดังกล่าวของ “กษัตริย์ชาร์ลส์ที่สาม” เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงสถาบันกษัตริย์ให้มีขนาดเล็กลง โดยตัดลดจำนวนพระราชวงศ์ที่ทรงงานอย่างเป็นทางการ ซึ่งรัฐบาลต้องถวายความดูแลเรื่องงบประมาณให้เหลือเพียงผู้มีความสำคัญต่อการสืบสันตติวงศ์เท่านั้นหนังสือพิมพ์เดลีเมล์เปิดประเด็นเป็นเจ้าแรกว่า “เจ้าชายแอนดรูว์” กำลังอยู่ในสภาพหนูติดจั่น แอบเปรยๆกับเพื่อนฝูงว่า เร็วๆนี้อาจต้องเก็บกระเป๋าย้ายออกจากพระตำหนัก “รอยัล ลอดจ์” ในเขตพระราชวังวินด์เซอร์ หากพระเชษฐา “กษัตริย์ ชาร์ลส์ที่สาม” ทรงตัดเงินอุดหนุนประจำปี 249,000 ปอนด์ เพราะไม่รู้จะทรงนำเงินจากไหนมาจ่ายค่าบำรุงรักษาพระตำหนักขนาด 30 ห้อง บนพื้นที่กว่า 98 เอเคอร์ ซึ่งพระองค์และครอบครัวประทับมานานกว่า 20 ปี นับตั้งแต่เจ้าของเดิมคือ “ควีนมัม” เสด็จสวรรคต นี่ยังไม่นับรวมค่าจ้างพนักงานและค่าใช้จ่ายด้านการรักษาความปลอดภัย ปัจจุบัน “เจ้าชายแอนดรูว์” ทรงมีรายได้หลักมาจากเงินบำนาญกองทัพเรือและเงินอุดหนุนประจำปีจากสำนักงานจัดการลงทุนทรัพย์สินส่วนพระองค์ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองถามว่าราชวงศ์อังกฤษได้เงินจากทางไหนบ้าง หลักๆมาจาก “เงินปีส่วนพระมหากษัตริย์” (Sovereign Grant) ที่พระประมุขทรงได้รับการถวายจากรัฐบาลปีละประมาณ 85.9 ล้านปอนด์ คิดจาก 15% ของผลกำไรจากการบริหารงานของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (Crown Estate) เพื่อใช้สำหรับการปฏิบัติพระกรณียกิจทางการต่างๆของสมาชิกราชวงศ์ ตลอดจนค่าบำรุงรักษาพระราชวังที่ประทับต่างๆ ขณะเดียวกันกษัตริย์อังกฤษยังมีรายได้ส่วนพระองค์จากพระคลังข้างที่ (Privy Purse) อันเป็นดอกผลจากการบริหารงานของสำนักงานจัดการลงทุนทรัพย์สินส่วนพระองค์แห่งแลงคาสเตอร์ (Duchy of Lancaster) ซึ่งครอบครองที่ดินกว่า 18,000 เฮกเตอร์ รวมถึงพื้นที่ในมณฑลแลงคาสเตอร์ ยอร์กเชียร์ และอสังหาริมทรัพย์ใจกลางกรุงลอนดอน ทว่า ระยะหลังทำกำไรเพียง 20 กว่าล้านปอนด์ สำหรับรายได้เสริมจากทรัพย์สินส่วนพระองค์อื่นๆ ก็มี อาทิ พระตำหนักซานดริงแฮมและพระตำหนักบัลมอรัล โดย “ควีนเอลิซาเบธที่สอง” ทรงสมัครใจจ่ายภาษีจากรายได้ส่วนพระองค์ และรายได้จากดัชชีออฟแลงคาสเตอร์ โชคดีที่ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาความปลอดภัยแยกต่างหากให้สำนักงานตำรวจนครบาลเป็นผู้รับผิดชอบเมื่อถึงยุคผลัดใบของ “กษัตริย์ชาร์ลส์ที่สาม” การรัดเข็มขัดและปฏิรูปราชวงศ์ขนานใหญ่จึงเกิดขึ้น เพราะทรงตระหนักดีว่าทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ไม่ใช่พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ แต่เป็นของพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ชั่วขณะนั้น ซึ่งแปลว่าทรงไม่สามารถขายทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เพื่อนำเงินไปเก็บไว้เป็นการส่วนพระองค์ ฉะนั้น การจะอุ้มพระราชวงศ์ชั้นสูงที่เป็นจุดอ่อนของสถาบันอย่าง “เจ้าชายแอนดรูว์” โดยไม่ฟังเสียงประชาชนจึงไม่คุ้มที่จะแลกกับการบั่นทอนเสถียรภาพของราชบัลลังก์กระนั้น แหล่งข่าวใกล้ชิดพระราชวงศ์เปิดเผยกับสื่อเทเลกราฟว่า “กษัตริย์ชาร์ลส์ที่สาม” ทรงยืนกรานว่าจะไม่ปล่อยให้พระอนุชาต้องเป็นคนไร้บ้านหรือถังแตกแน่นอน เพราะอันที่จริงก็ทรงช่วย “เจ้าชายแอนดรูว์” ไว้หลายครั้ง รวมถึงทรงออกค่าใช้จ่ายด้านการรักษาความปลอดภัยให้พระอนุชาหลังถูกถอดยศทหาร ย้อนไปสมัยควีนเอลิซาเบธที่สองยังมีพระชนม์ชีพก็ทรงควักพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อจุนเจือพระราชโอรสองค์รองมาอย่างต่อเนื่อง ร่ำลือกันว่าทรงออกค่าใช้จ่ายหลายล้านปอนด์ในการต่อสู้คดีล่วงละเมิดทางเพศ เพื่อรักษาหน้าราชวงศ์อังกฤษ.มิสแซฟไฟร์