การหวนกลับไปยังดวงจันทร์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือองค์การนาซา ดูจะไม่ใช่เรื่องที่ราบรื่นนักหากวัดเอาการต้องเลื่อน 2 ครั้งในการปล่อยจรวดเอสแอลเอส (Space Launch System-SLS) เพื่อนำยานโอไรออน (Orion capsule) ที่ไร้มนุษย์ไปบินทดสอบวนรอบดวงจันทร์ในภารกิจ อาร์ทิมิส 1 อันเป็นการทดสอบก่อนที่จะนำมนุษย์อวกาศกลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้งภายในไม่กี่ปีข้างหน้าแต่ในที่สุดภารกิจอาร์ทิมิส 1 ก็ประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวดเอสแอลเอส เมื่อ 15 พ.ย.ตามเวลาในสหรัฐฯ ซึ่งภายใน 3 วันหลังจากจรวดเอสแอลเอสพร้อมยานอวกาศโอไรออนทะยานออกจากฐานปล่อยยานที่รัฐฟลอริดา ในสหรัฐฯ เพื่อมุ่งสู่วงโคจรของดวงจันทร์ ทีมนักวิทยาศาสตร์นาซาก็ออกมาเผยว่าปฏิบัติการนี้มีประสิทธิภาพเกินความคาดหมาย ซึ่งการบินทดสอบครั้งแรกแบบไม่มีลูกเรือบนยานโอไรออนครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้แน่ใจว่ายานพาหนะมีความปลอดภัยเมื่อต้องบรรทุกมนุษย์ไปดวงจันทร์สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์มองว่านี่คือสิ่งที่เกินความคาดหมายก็คือ แผงพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 4 ของยาน ซึ่งยาวประมาณ 4 เมตร ที่ติดตั้งอย่างถูกต้องได้ให้พลังงานมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และขณะนี้ยานโอไรออนก็อยู่ห่างจากโลกประมาณ 320,000 กิโลเมตรแล้ว การทำงานของเครื่องยนต์จะทำให้ยานเข้าใกล้พื้นผิวดวงจันทร์ให้ใกล้ที่สุดที่ 130 กิโลเมตร เพื่อใช้ประโยชน์จากแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ตามเป้าหมายของนักวิทยาศาสตร์ ทว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นที่ด้านไกลของดวงจันทร์ เจ้าหน้าที่นาซาระบุว่า อาจขาดการติดต่อสื่อสารกับยานดังกล่าวเป็นเวลาประมาณ 35 นาที นักวิทยาศาสตร์เผยว่า ยานจะบินไปไกลกว่าดวงจันทร์ถึงราว 64,374 กิโลเมตร จากนั้นยานจะเริ่มเดินทางกลับมายังโลก โดยมีกำหนดตกลงในมหาสมุทร แปซิฟิกในวันที่ 11 ธ.ค.หลังจากใช้เวลาบินนานกว่า 25 วันความสำเร็จของภารกิจนี้จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของอาร์ทิมิส 2 ที่จะพานักบินอวกาศไปรอบดวงจันทร์โดยไม่ลงจอด ตามด้วยอาร์ทิมิส 3 ที่จะนำมนุษย์กลับไปยืนบนพื้นผิวดวงจันทร์ในที่สุดภารกิจเหล่านี้มีกำหนดจะเกิดขึ้นในปี 2567 และ 2568 ตามลำดับ.ภัค เศารยะ