ทั่วโลกร่วมชมภาพแห่งประวัติศาสตร์ พระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ตั้งแต่อัญเชิญหีบพระบรมศพด้วยรถม้าปืนใหญ่ของกองทัพเรือ โดยมีทหารเรือ 142 นาย ทำหน้าที่ลากรถม้าปืนใหญ่ ตามโบราณราชประเพณี ไปจนถึงประดิษฐานพระบรมศพ เคียงข้างพระศพเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินเบอระ พระสวามี ณ วิหาร เซนต์จอร์จ ด้านสื่อผู้ดีเผย สมเด็จพระราชินีคามิลลา ทรงเชิดชูสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเป็นสตรีที่แข็งแกร่งในโลกที่เต็มไปด้วยบุรุษ ในฐานะผู้ทรงตำแหน่งที่สูงสุด รวมถึงจะไม่มีวันลืมดวงพระเนตรสีน้ำเงินอันสดใสและรอยแย้มพระสรวลของพระองค์ ผู้ทรงสถิตอยู่ในดวงใจ ทุกคนตลอดไป พสกนิกรชาวอังกฤษทั้งในประเทศอังกฤษและชาติในเครือจักรภพ พร้อมใจน้อมส่งพระบรมศพ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เป็นครั้งสุดท้ายในการอัญเชิญพระบรมศพสู่อนุสรณ์สถานพระเจ้าจอร์จที่ 6 วิหารเซนต์จอร์จ แต่ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวต่างประเทศร่วมรายงาน บรรยากาศตลอดวันที่ 18 ก.ย. ว่า ชาวอังกฤษยังคง หลั่งไหลมาต่อคิวอย่างไม่ขาดสาย เพื่อเข้าถวายสักการะ พระบรมศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ณ โถงเวสต์มินสเตอร์ฮอลล์ พระราชวังเวสต์มินสเตอร์ แม้รัฐบาลอังกฤษประกาศขอความร่วมมืองดต่อแถว เนื่องจากสถานที่ไม่เพียงพอรองรับประชาชนและต้องรอคิวนาน 14-16 ชั่วโมงแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่อาจ หยุดยั้งความตั้งใจของเหล่าพสกนิกรได้ โดยพระราชวังเวสต์มินสเตอร์เปิดให้เข้าสักการะพระบรมศพ จนถึงเวลา 06.30 น. ของวันที่ 19 ก.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเวลา 12.30 น. ตามเวลาในไทย ซึ่งหาก คำนวณจากระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ประชาชนที่ต้องการ มาให้ทันช่วงเวลาสุดท้าย ต้องมาต่อคิวตั้งแต่เวลา 14.30-16.30 น. ของวันที่ 18 ก.ย. จากนั้นประตูพระราชวังเวสต์มินสเตอร์จะปิด และเปิดอีกครั้งในเวลา 08.00 น. ของวันที่ 19 ก.ย. เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับพระราชพิธีพระบรมศพอย่างเป็นทางการสำหรับหมายกำหนดการพระราชพิธีพระบรม ศพสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในวันที่ 19 ก.ย. เริ่มจากเวลา 10.44 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 16.44 น. ในไทย จากนั้นเป็นการอัญเชิญพระบรมศพจากโถงเวสต์มินสเตอร์ฮอลล์ ไปประดิษฐาน บนรถม้าปืนใหญ่ของกองทัพเรือ โดยมีทหารเรือ 142 นาย ทำหน้าที่เคลื่อนรถม้าปืนใหญ่ ตามโบราณราชประเพณีตั้งแต่สมัยสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย โดยขบวนอัญเชิญพระบรมศพ นำโดยกองดุริยางค์ทหารอากาศ กองทหารปี่และกลองสกอตต์ กองทหาร แห่งไอร์แลนด์ และกองทหารกุรข่า รวม 200 นายในการนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 เจ้าหญิงแอนน์ เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก เจ้าชาย เอ็ดเวิร์ด เอิร์ลแห่งเวสเซกซ์ พระโอรสและพระธิดาในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พร้อมด้วย เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ เจ้าชายแฮร์รี ดยุก แห่งซัสเซกซ์ ทรงพระดำเนินนำหีบพระบรมศพที่ประดิษฐานบนรถม้าปืนใหญ่ ซึ่งจะมีปีเตอร์ ฟิลลิปส์ พระโอรสในเจ้าหญิงแอนน์ ร่วมเดินด้วย เป็นระยะทาง ราว 320 เมตร ถึงมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ในเวลา 10.52 น. จากนั้นพระราชพิธีพระบรมศพ เริ่มต้นในเวลา 11.00 น. และในเวลา 11.55 น. จะมีการประกาศ ยืนสงบนิ่ง ถวายการไว้อาลัยเป็นเวลา 2 นาที โดย พระราชพิธีพระบรมศพ ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ จะเสร็จสิ้นเวลา 12.00 น. ซึ่งตลอดพระราชพิธีฯ จะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกด้วย สำหรับสมาชิกราชวงศ์ต่างประเทศที่เข้าร่วมพระราชพิธี ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ประกอบด้วย สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะแห่งญี่ปุ่น สมเด็จพระจักร พรรดินีมาซาโกะแห่งญี่ปุ่น สมเด็จพระราชาธิบดีฟีลิปแห่งเบลเยียม สมเด็จพระราชินีมาตีลด์ แห่งเบลเยียม สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ สมเด็จพระราชินีซอนยาแห่งนอร์เวย์ สมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลิม-อเล็กซานเดอร์แห่งเนเธอร์แลนด์ สมเด็จพระราชินีมักซิมาแห่งเนเธอร์แลนด์ สมเด็จพระราชา ธิบดีเฟลิเปที่ 6 แห่งสเปน สมเด็จพระราชินีเลติเซีย แห่งสเปน เจ้าชายอัลเบิร์ตแห่งโมนาโก เจ้าหญิงชาร์ลีน แห่งโมนาโก เจ้าชายคอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ มกุฎราชกุมารแห่งบาห์เรน สมเด็จพระราชา ธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน สมเด็จพระราชาธิบดีสุลต่านฮัสซานัล โบลเกียห์ แห่งบรูไนดารุสซาลาม สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลเลาะฮ์ที่ 2 อิบน์ อัลฮุซัยน์ แห่งจอร์แดน ชีค นาวาฟ อัล-อาหมัด อัล-จาบีร์ อัล-ซาบาห์ มกุฎราชกุมารแห่งคูเวต เจ้าชายอาโลอิส มกุฎราชกุมารและผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แห่งลิกเตนสไตน์ แกรนด์ดยุกอองรีแห่งลักเซมเบิร์ก สมเด็จพระราชาธิบดีอัลดุลละห์ สุลต่านแห่งมาเลเซีย เจ้าชายมูเลย์ ฮัสซัน มกุฎราชกุมารแห่งโมร็อกโก สมเด็จพระราชาธิบดีฮัยษัม บินฏอริก สุลต่านแห่งโอมาน ชีค ตะมีม บิน ฮะมัด อัษษานี เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย สมเด็จพระราชาธิบดี ตูโปอูที่ 6 แห่งตองกา สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 แห่งเลโซโท และชีคมุฮัมมัด บิน ซัยยิด อัลนะฮ์ยาน ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สำหรับประมุขรัฐ ผู้นำประเทศ คณะตัวแทนรัฐบาลเครือจักรภพและทั่วโลกที่เข้าร่วมในพระราช พิธีฯ ประกอบด้วย นางลิซ ทรัสส์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่มาพร้อมนางจิลล์ ไบเดน ภริยา นายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา และนางโซฟี ทรูโด ภริยา น.ส.จาซินดา อาเดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ นายแอนโทนี อัลบานีซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสและนางบริจิตต์ มาครง ภริยา นางนิโคลา เสตอร์เจียน นายกรัฐมนตรีสกอตแลนด์ นายไมเคิล มาร์ติน นายกรัฐมนตรีแห่งไอร์แลนด์ นายฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ ประธานาธิบดีเยอรมนี นายแซร์โจ มัตตาเรลลา ประธานาธิบดีอิตาลีต่อจากนั้น ขบวนอัญเชิญพระบรมศพจากวิหารเวสต์มินสเตอร์ ไปยังประตูชัยเวลลิงตันอาร์ค โดยสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 พร้อมด้วย เจ้าหญิงแอนน์ เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ดยุกแห่งเวสเซกซ์ เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ เจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซกซ์ ทรงพระดำเนิน ตามขบวนอัญเชิญพระบรมศพ ขณะที่สมเด็จพระราชินีคามิลลา เจ้าหญิงแคทเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ โซฟี เคาน์เตสแห่งเวสเซกซ์ และเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ เสด็จประทับรถยนต์พระที่นั่งตามท้ายขบวน โดยในเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่อัญเชิญพระบรมศพประดิษฐานบนราชรถ ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปยังวิหารเซนต์จอร์จ ภายในพระราชวังวินด์เซอร์ กรุงลอนดอน จากนั้นประดิษฐานหีบพระบรมศพสมเด็จ พระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ลงเคียงข้างพระศพ เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินเบอระ พระสวามี ในโถงอนุสรณ์พระเจ้าจอร์จที่ 6 วิหารเซนต์จอร์จ ในเวลา 16.00 น. เป็นอันเสร็จสิ้นพระราชพิธีทั้งนี้ ในค่ำคืนก่อนหน้าพระราชพิธีฯจะเริ่มต้นขึ้น สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 18 ก.ย.สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 ทรงจัดงานเลี้ยงที่พระราชวังบั๊กกิ้งแฮม ต้อนรับสมาชิกราชวงศ์ต่างประเทศ ประมุขรัฐ คณะตัวแทนรัฐบาล และคณะนักการทูตรวมกว่า 1,000 คนที่มาร่วมพระราชพิธีพระบรมศพ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 โดยสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 เสด็จฯพร้อมด้วย สมเด็จพระราชินีคามิลลา เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ เจ้าหญิงแคทเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ เจ้าหญิงแอนน์ เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด เอิร์ลแห่งเวสเซกซ์ รวมทั้งโซฟี เคาน์เตสแห่งเวสเซกซ์ ขณะที่เจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซกซ์ และเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทรงได้รับเชิญ แต่ไม่เสด็จร่วมงาน เนื่องจากทั้ง 2 พระองค์ไม่ได้ปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะราชวงศ์อังกฤษ นับตั้งแต่กราบบังคมทูลลาออกจากการเป็นสมาชิกราชวงศ์ระดับสูงตั้งแต่ปี พ.ศ.2563 โดยในเวลา 20.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น รัฐบาลประกาศให้ทั่วสหราชอาณาจักรยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยแด่ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เป็นเวลา 1 นาที รวมถึงมีการประกอบพิธีสวดภาวนา ณ อนุสรณ์สถาน เคลพายส์ในสกอตแลนด์ โดยพสกนิกรลอยกระทงโคมไฟ 96 ดวง แทนที่พระชนมพรรษา สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ลงในน้ำรอบอนุสรณ์สถาน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลขณะเดียวกัน สำนักข่าวบีบีซีเผยแพร่บทสัมภาษณ์ สมเด็จพระราชินีคามิลลา ที่ตรัสถึงความทรงจำที่มีต่อสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ว่า พระองค์มีพระชนมายุเพียง 4 พรรษา ตอนที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ.2497 ทรงเป็นสตรีที่แข็งแกร่ง ปูเส้นทางอันมั่นคงในโลกที่เต็มไปด้วยบุรุษ ในฐานะผู้ทรงตำแหน่งที่สูงสุดและยากที่สุด อีกทั้งทรงเป็นแบบอย่างให้แก่พระองค์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา และพระองค์จะไม่มีวันลืมดวงพระเนตรสีน้ำเงินอันสดใสและรอยแย้มพระสรวลของพระองค์ ผู้ทรงสถิตอยู่ในดวงใจทุกคนตลอดไป สำหรับพระราชพิธีก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 17 ก.ย.ตามเวลาท้องถิ่น พระราชนัดดา 8 พระองค์ ของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ประกอบด้วย เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ เจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซกซ์ พระราชโอรสในสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 ปีเตอร์ ฟิลลิปส์ ซารา ทินดัลล์ พระโอรสและพระธิดาในเจ้าหญิงแอนน์ เจ้าหญิงบีทริซ แห่งยอร์ก เจ้าหญิงยูเชนี แห่งยอร์ก พระธิดาในเจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก รวมทั้งเลดี้ลูอีส์ วินด์เซอร์ เจมส์ ไวเคานต์แห่งเซเวิร์น พระธิดาและพระโอรสในเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด เอิร์ลแห่งเวสเซกส์ ทรงประกอบพิธียืนอารักขาหีบพระบรมศพ เพื่อไว้อาลัยตามโบราณราชประเพณี เป็นเวลา 15 นาที ณ ห้องโถงเวสต์มินสเตอร์ฮอลล์ขณะที่นายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา พร้อมด้วยนางโซฟี ทรูโด ภริยา รวมทั้ง นางจาซินดา อาเดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ที่เดินทางมาถึงก่อนหน้านี้ ได้มาร่วมลงนามในสมุดถวายอาลัย ณ อาคารแลงคาสเตอร์เฮาส์ ในกรุงลอนดอน ก่อนเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ล์สที่ 3 ณ พระราชวังบั๊กกิ้งแฮมอย่างไรก็ตาม สำนักข่าวท้องถิ่นยังรายงานว่าพระราชกรณียกิจที่สร้างความประทับใจให้ชาวอังกฤษไม่น้อย คือการที่สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 พร้อมด้วยเจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ เสด็จฯ ออกพบปะประชาชนที่เข้าแถวรอคิวถวายพระบรมศพที่สะพานเลมเบธ ริมแม่น้ำเทมส์ของกรุงลอนดอน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 ก.ย. โดยมีเสียงร้องตะโกน “ก็อด เซฟ เดอะคิง” และ “ก็อด เซฟ ปรินส์ ออฟ เวลส์” ดังกึกก้อง ในการนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 มีพระราชปฏิสันถารกับพสกนิกรราว 20 นาทีก่อนเสด็จฯกลับพระราชวังบั๊กกิ้งแฮม ขณะที่เจ้าชายวิลเลียม เจ้าชายแห่งเวลส์ มีพระปฏิสันถารกับพสกนิกรต่อ โดยทรงขอบคุณประชาชนที่อดทนต่อคิวตลอดทั้งคืนเพื่อรอเฝ้าถวายสักการะพระบรมศพพร้อมขอโทษทุกคนที่ต้องรอนาน พระองค์ยังทรงห่วงใยประชาชน เนื่องจากอากาศเย็น และตรัสกับประชาชนรายหนึ่งว่า หวังว่าจะไม่ต้องทนหนาวมากนัก โดยพสกนิกรหลายคนร่ำไห้ด้วยความปลื้มปีติ และกล่าวว่าพระองค์จะทรงเป็นกษัตริย์ยิ่งใหญ่ในอนาคต