ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวฟิลิปปินส์มากกว่า 65 ล้านคน หลั่งไหลไปยังหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึง 19.00 น. ของวันที่ 9 พ.ค. เพื่อลงคะแนนเสียงเลือกประธานาธิบดีคนที่ 17 ของประเทศ ที่เป็นการขับเคี่ยวระหว่างนายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ วัย 64 ปี ลูกชายของเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส อดีตเผด็จการผู้ล่วงลับ ซึ่งถือเป็นการกลับคืนสู่อำนาจทางการเมืองของตระกูลมาร์กอสในรอบ 36 ปี และนางเลนี โรเบรโด รองประธานาธิบดี อดีตทนายความและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนวัย 57 ปี โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่ามาร์กอส จูเนียร์ มีโอกาสชนะสูงถึง 75% และยังมีคะแนนนำโรเบรโดเกิน 30% ในผลสำรวจความคิดเห็น ซึ่งผู้สนับสนุนส่วนใหญ่เกิดหลังการโค่นอำนาจมาร์กอสผู้พ่อในปี 2529นายมาร์กอส จูเนียร์ เดินทางไปลงคะแนนเสียงที่บ้านเกิดในจังหวัดอิโลคอส นอร์เต รายล้อมไปด้วยบอดี้การ์ดและสมาชิกในครอบครัว ที่ผ่านมาได้หลีกเลี่ยงการดีเบต และได้เสนอแนวทางสานต่อนโยบายที่ดุดันของนายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีที่ใกล้หมดวาระอย่างสงครามยาเสพติด ขณะที่นางโรเบรโดที่ให้คำมั่นที่จะปรับปรุงการศึกษาและสวัสดิการ ต่อสู้กับคอร์รัปชันและความยากจน เดินทางมาลงคะแนนเสียงในจังหวัดกามารีน ซูร์ บ้านเกิด นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเกิดเหตุกราดยิงหน่วยเลือกตั้งที่จังหวัดมากินดาเนา ในเกาะมินดาเนาทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บอีก 1 คน.