ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของนายพลโน แท-อู หรือที่บ้านเรารู้จักกันในนามของโรห์ แต-วู อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ผู้ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. 2531-2536การเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อ 16 ธันวาคม 2530 เป็นการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงเป็นครั้งแรกหลังจากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จริงพวกประชาธิปไตยน่าจะเป็นผู้ชนะ แต่เพราะฝ่ายนี้แตกกันจนมีผู้สมัคร 2 คนคือคิม แด-จุง และคิม ยอง-ซัม ทำให้แย่งคะแนนเสียงกันเอง และแพ้ให้กับนายพลโนเพื่อนสนิทของอดีตประธานาธิบดีนายพลช็อน ดู-ฮวันฝ่ายประชาธิปไตยไม่ชอบนายพลโน เพราะแกเกี่ยวพันกับการยึดอำนาจของทหารในเดือนธันวาคม 2522 แถมยังเกี่ยวพันกับการปราบปรามผู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่ควางจู ซึ่งเป็นการปราบปรามที่โหดร้ายมากที่สุดครั้งหนึ่งของเกาหลีใต้ผลการเลือกตั้ง นายพลโน ฝ่ายนิยมทหารซึ่งสังกัดพรรคยุติธรรมประชาธิปไตย ได้คะแนนร้อยละ 36.3 คิม ยอง-ซัม ฝ่ายต่อต้านทหารจากพรรคประชาธิปไตยเพื่อการรวมประเทศ ได้คะแนนเสียงร้อยละ 28 คิม แด-จุง ฝ่ายต่อต้านทหารจากพรรคประชาธิปไตยเพื่อสันติภาพได้คะแนนเสียงร้อยละ 27.1เมื่อนายพลโนได้เป็นประธานาธิบดี แกก็ลดความเกลียดโดยให้คณะกรรมการปรองดองแห่งชาติจ่ายค่าเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบจากการใช้กำลังเข้าปราบปรามของกองทัพ ต่อมา นายพลโนผลักดันให้ผ่านพระราชบัญญัติเยียวยาผู้ได้รับเคราะห์กรรมในเหตุการณ์ที่ควางจู โดยไม่ให้ความสนใจกับการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์เพื่อนำบุคคลผู้กระทำผิดมาลงโทษหลังจากอดีตประธานาธิบดีปัก จอง-ฮี ถูกฆ่าตายแล้ว นายพลช็อนและนายพลโนวางแผนกันยึดอำนาจในกองทัพ แล้วก็ใช้กองทัพเข้าไปกุมอำนาจในรัฐบาล หลังลงจากตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว ก็โดนสอบสวนกันทั้งคู่ นายพลช็อนและนายพลโนให้การว่า ที่พวกตนต้องทำอย่างนั้น เพราะกลัวเกาหลีเหนือจะบุก การลุกฮือของนักศึกษาและประชาชนที่ควางจูเป็นภัยคุกคามนายพลทั้งสองยังโดนสอบเรื่องรับสินบน นายพลช็อนยอมรับว่าตนรับเงินบริจาคจากกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ นี่ไม่ใช่สินบน แต่เป็นเงินที่เอาไปใช้ในกิจกรรมการเมือง ตอนที่นายพลโนลงเลือกตั้งประธานาธิบดี นายพลช็อนให้ตังค์เพื่อนเพื่อใช้หาเสียง 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และให้หัวหน้ารักษาความปลอดภัยประจำตัวอีก 188 ล้านดอลลาร์ ใช้เงินในการฉลองชัยชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีและการเข้าสู่ตำแหน่งผู้นำ 70 ล้านดอลลาร์ ช่วงอยู่ในตำแหน่งมีคนบริจาคเงินให้อีก 680 ล้านดอลลาร์ เมื่อพ้นตำแหน่งแล้ว มีคนให้เงินอีก 120 ล้านดอลลาร์อดีตประธานาธิบดีโนยอมรับว่าตนได้รับเงินบริจาค 575 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และใช้เงินกองทุนการเมืองอีก 175 ล้านดอลลาร์เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส. ที่สนับสนุนรัฐบาลหาเสียงนายพลทั้งสองซึ่งเป็นอดีตประธานาธิบดีทั้งคู่โดนฟ้องข้อหาที่ 1 ทำรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อ 12 ธันวาคม 2522 ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ข้อหาที่ 2 สะสมทรัพย์สินและความมั่งคั่งอย่างผิดกฎหมาย โดยใช้อำนาจหน้าที่เรียกร้องผลประโยชน์ข้อหาที่ 3 ทำผิดอาญาด้วยการฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ และยึดอำนาจอย่างผิดกฎหมายโดยใช้กองทัพและทหารเข้าปราบปรามผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยข้อหาที่ 4 อดีตประธานาธิบดีทั้งสองนำประเทศไปสู่การคอร์รัปชันอย่างเป็นระบบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและขัดขวางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศที่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการแข่งขันอย่างเป็นธรรมพ.ศ.2539 นายพลช็อนโดนตัดสินประหารชีวิต (ต่อมาลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิต) นายพลโนถูกจำคุก 22 ปี 6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาลดโทษเหลือเพียง 17 ปี ต่อมาทั้งสองได้รับการอภัยโทษจากอดีตประธานาธิบดีคิม ยอง-ซัม และได้ออกจากคุกพ.ศ.2545 นายพลโนเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก จากนั้นก็มีชีวิตอย่างสุขภาพไม่ค่อยดี และจากโลกนี้ไปเมื่อ 26 ตุลาคม 2564เพราะเคยปฏิวัติรัฐประหาร จึงไม่ค่อยมีคนอาลัยอาวรณ์ต่อการจากไปของนายพลโนเท่าที่ควร.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com