ขณะที่ศึกชิง “เทสโก้ โลตัส” ระหว่างอภิมหาเจ้าสัวของไทย กำลังปะทุเดือดปุดๆๆ โดย “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” ประกาศกู้เงิน 3 แสนล้านบาท มาสู้กับเจ้าสัวซีพีและเจ้าสัวเซ็นทรัล เพื่อหวังต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจค้าปลีกให้ครบวงจร หลายคนสงสัยว่า “เทสโก้” มีขุมทรัพย์อะไรดีซ่อนอยู่ และใครคือเจ้าของตัวจริงผู้ก่อตั้งซุปเปอร์มาร์เกตใหญ่อันดับสามของโลกที่เนื้อหอมที่สุดในวินาทีนี้“กองให้สูง และขายให้ถูก” คือกุญแจไขสู่ความสำเร็จของ “แจ๊ค โคเฮน” อาสาสมัครสงครามโลก ผู้ปลุกปั้นแผงโชห่วยเล็กๆ จนกลายเป็น “เทสโก้” ซุปเปอร์มาร์เกตยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆของโลก เขาเกิดเมื่อปี 1898 ในครอบครัวผู้อพยพชาวโปแลนด์เชื้อสายยิว ที่หนีภัยสงครามมาแสวงหาชีวิตใหม่บนเกาะอังกฤษ โดยตั้งรกรากอยู่ย่านไวท์ชาเปล ถิ่นยากจนของกรุงลอนดอน พ่อรับจ้างตัดเสื้อผ้าหาเลี้ยงครอบครัว “โคเฮน” มีโอกาสเรียนจบแค่ชั้นประถมศึกษา พออายุ 14 ปี ก็เริ่มทำงานเป็นลูกมือช่วยพ่อตัดเย็บเสื้อผ้า ตอนอายุ 19 ปี เขาสมัครเข้าร่วมกองทัพอากาศอังกฤษ ได้ใช้ทักษะตัดเย็บเสื้อผ้า มารับตัดเย็บผ้าแคนวาสสำหรับบอลลูน และเครื่องบินประเภทต่างๆ โดยประจำการอยู่ที่ฐานทัพในฝรั่งเศส, อียิปต์ และปาเลสไตน์ เขาเคยหวิดตายจากเหตุการณ์เรือกองทัพอังกฤษล่มครั้งใหญ่ ที่อเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ มีผู้สูญหายมากกว่า 209 คน แต่เขารอดชีวิตมาได้เพราะมีพยาบาลช่วยพยุงร่างเอาไว้หลังปลดประ-จำการกลับจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง “โคเฮน” ลังเลใจไม่อยากรับจ้างตัดเสื้อผ้าเหมือนก่อน แถมมีปากเสียงกับพ่อ ซึ่งแต่งงานใหม่ หลังจากแม่เสียชีวิต ตอนนั้นเขาตัดสินใจนำเบี้ยเลี้ยงทหาร 30 ปอนด์ มาเปิดแผงขายของชำเล็กๆในย่านแฮคนีย์ เขตอีสต์เอนด์ จากแผงเล็กๆแผงเดียว ก็เริ่มจับจองแผงในตลาดเพิ่มอีกหลายแผง พร้อมผันตัวเป็นยี่ปั๊วขายส่ง โดยใช้เงินทุนจากของขวัญแต่งงาน เขาโชคดีที่ภรรยาชาวรัสเซียเชื้อสายยิวขยันขันแข็งมาก สองคนผัวเมียจึงช่วยกันทำมาหากินจนลืมตาอ้าปากได้ และขยับขยายไปเปิดร้านใหม่ในทำเลใหญ่กว่าเดิมที่ย่านเบิร์นท์ โอ๊ค ทางตะวันออกเฉียงเหนือของลอนดอน ชื่อแบรนด์ “เทสโก้” ได้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 1924 มาจากตัวอักษรหลักของซัพพลายเออร์ใบชาคือ T.E. Stockwell ผสมกับตัวอักษร 2 ตัวแรกจากนามสกุลของเขาคือ C และ Oด้วยสไตล์การทำธุรกิจเชิงรุก เน้นผลิตสินค้าเอง, จัดจำหน่ายเอง, มีของให้เลือกหลากหลาย และขายในราคาถูกกว่าคู่แข่ง ตามปรัชญา “กองให้สูง และขายให้ถูก” ทำให้ธุรกิจของเขาเติบโตรวดเร็ว ภายในเวลาแค่ 8 ปี “เทสโก้” ขยายสาขาไปทั่วประเทศมากกว่า 100 แห่ง โดยเน้นเปิดบริการตามย่านช็อปปิ้งใหม่ๆ ก้าวใหญ่อีกก้าวของ “เทสโก้” คือ การเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นลอนดอน เมื่อปี 1947 ในนามของ “บมจ.เทสโก้ สโตร์ส” โดยระหว่างทศวรรษ 1950-1960 “เทสโก้” ขยายสาขาอย่างต่อเนื่องรวดเร็ว จนมีกิจการมากกว่า 800 สาขาทั่วประเทศ นอกจากจะเน้นขายของถูกตัดราคาชาวบ้าน “โคเฮน” ยังชูมอตโต้ “You Can’t Do Business Sitting On Your Arse” กระตุ้นพนักงานขายทุกคนให้กระตือรือร้นบริการลูกค้า ห้ามใครนั่งเฉยๆเด็ดขาดแม้หลัง “โคเฮน” ลาโลกไปแล้ว ด้วยอายุ 81 ปี แต่ธุรกิจของ “เทสโก้” ก็ยังสยายปีกไม่หยุดยั้ง โดยในปี 1987 ได้เข้าเทกโอเวอร์คู่แข่งรายสำคัญคือ “ฮิลลาร์ดส์” กวาดซุปเปอร์มาร์เกตทั้ง 40 สาขา ในอังกฤษตอนเหนือ มาด้วยสนนราคา 220 ล้านปอนด์ ต่อมาในปี 1994 “เทสโก้” เทกโอเวอร์เชนดัง “วิลเลี่ยม โลว์” ซึ่งมีสาขาให้บริการ 57 สาขา เพื่อเปิดตลาดสู่สกอตแลนด์ ตามมาด้วยการทุ่มเงิน 640 ล้านปอนด์ เข้าซื้อกิจการของรีเทลเจ้าใหญ่ “แอสโซซิเอทเต็ด บริติช ฟู้ดส์”ตลอดเวลากว่า 100 ปี “เทสโก้” ได้สร้างตำนานธุรกิจไว้มากมาย ถือเป็นเจ้าแรกที่นำสไตล์การให้บริการตัวเองแบบซุปเปอร์มาร์เกตของอเมริกามาปรับใช้ในเมืองผู้ดี ทำให้วิถีชีวิตของคนอังกฤษเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะเดียวกัน ก็ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ และทำให้กิจการมีกำไรมากขึ้นหลายเท่าตัว “เทสโก้” ยังเป็นซุปเปอร์มาร์เกตเจ้าแรกๆที่ริเริ่มจัดทำบัตรสมาชิกเพื่อให้สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าประจำ ปัจจุบัน “เทสโก้” เปิดให้บริการใน 9 ประเทศทั่วโลก รวมถึงไทยและมาเลเซีย โดยมีอยู่ 6,800 สาขา และพนักงานรวมกัน 450,000 คน เฉพาะปีที่ผ่านมา ทำรายได้มากกว่า 63,911 ล้านปอนด์ จากธุรกิจซุปเปอร์มาร์เกต, ไฮเปอร์มาร์เกต, ซุปเปอร์สโตร์ และคอนวิเนียน ช็อป.มิสแซฟไฟร์