ต้องเป็นแม่ที่เจ๋งขนาดไหนถึงจะสามารถเลี้ยงลูกชายให้โตมาเป็นอัจฉริยะจอมฝันเฟื่องแบบ “อีลอน มัสก์” ที่ประกาศจะพาคนนับล้านไปสร้างเมืองใหม่บนดาวอังคาร เพื่อปกป้องมวลมนุษยชาติจากการสูญพันธุ์ และสร้างโลกใหม่ที่มีแต่พลังงานบริสุทธิ์“คุณแม่เมย์ มัสก์” มักถูกถามเคล็ดลับเรื่องการเลี้ยงลูกให้เป็นอัจฉริยะ แต่บอกเลยว่าเชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ เพราะคุณแม่เองก็โด่งดังเฟี้ยวฟ้าวไม่แพ้ลูกชาย ปีนี้อายุ 71 แล้ว แต่ “มาดามมัสก์” ยังขึ้นปกแมกกาซีนเป็นว่าเล่น เมื่อ 8 ปีที่แล้ว เคยแก้ผ้าถ่ายนู้ดขึ้นปกนิตยสารนิวยอร์กเรียกเสียงฮือฮามาแล้ว แถมยังเป็นพรีเซนเตอร์ถ่ายโฆษณาของห้างทาร์เก็ต และสายการบินเวอร์จิ้น อเมริกา เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ได้เป็นพรีเซนเตอร์อายุมากที่สุดของเครื่องสำอาง “CoverGirl” ตอนอายุ 69 ซะด้วยเปรี้ยวแซ่บขนาดนี้สมกับที่เป็นคุณแม่ของเจ้าพ่อนวัตกรรมพลิกโลกใช่ไหมล่ะ นอกจากจะคร่ำหวอดอยู่ในวงการนางแบบมา 5 ทศวรรษ “มาดามมัสก์” ยังมีชื่อเสียงในฐานะนักโภชนาการผู้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพ โดยเดินสายขึ้นเวทีมาแล้วทั่วโลก เพื่อถ่ายทอดความรู้เรื่องโภชนาการ และทุกเวทีที่ไปเยือนก็มักถูกถามว่าเลี้ยงลูกยังไงให้โตมาฝันเฟื่องได้เก่งอย่าง “อีลอน มัสก์”“ฉันค่อนข้างจะโชคดีที่ลูกๆทั้งสามคนเป็นเด็กดีหมด ทั้งๆที่โตมาในครอบครัวหย่าร้าง หลังจากหย่ากับพ่อของลูกๆ ซึ่งเป็นวิศวกรอิเล็กทรอนิกส์และนักบินชาวแอฟริกาใต้ ฉันก็ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดในแคนาดา และเป็นซิงเกิลมัมที่ต้องหาเลี้ยงลูกตามลำพัง ฉันเลี้ยงลูกเหมือนกับที่ได้รับการเลี้ยงดูมาจากพ่อแม่ ท่านทั้งสองเป็นคนมีชื่อเสียง แต่ไม่เคยดูถูกคนอื่น คุณพ่อเป็นนักโบราณคดี ส่วนแม่เป็นนักบำบัดโรคกระดูกสันหลัง จำได้ว่าพวกเราพี่น้องทั้ง 5 คน โตมาท่ามกลางทุ่งหญ้าและสัตว์ป่าของแอฟริกาใต้ ฉันอายุแค่ 2 ขวบ ก็ต้องย้ายตามพ่อแม่จากแคนาดาไปใช้ชีวิตในแอฟริกาใต้ ครอบครัวเราถือเป็นครอบครัวนักผจญภัย พวกเราบินไปทั่วโลกด้วยเครื่องบินใบพัดขนาดเล็ก และใช้ชีวิตเป็นสิบๆปีนอนกลางดินกินกลางทรายตั้งแคมป์อยู่กลางทะเลทรายคาลาฮารี เพื่อสำรวจหาอาณาจักรเก่าที่หายสาบสูญไป พวกเราโตมาด้วยจิตวิญญาณแบบนั้น”เมื่อถึงคราวที่ต้องเป็นคุณแม่เอง “มาดามมัสก์” ตั้งใจเลยว่าจะเลี้ยงลูกให้เหมือนกับที่ตัวเองได้รับการเลี้ยงดูมา คือให้อิสระทางความคิดอย่างเต็มที่, ทำตัวเป็นตัวอย่างให้ลูกเห็น และไม่ประคบประหงมเอาใจ เธอยอมรับว่าเป็นแม่ที่เข้มงวดกวดขันกับลูกๆเรื่องระเบียบวินัย แต่ไม่เคยปิดกั้นความคิดของลูก และจะให้อิสระอย่างเต็มที่ในการเลือกทางเดินของตัวเอง ด้วยความเป็นซิงเกิลมัม เธอต้องทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงลูกๆ “มาดามมัสก์” เปิดคลินิกให้คำปรึกษาด้านโภชนาการที่บ้าน และดึงลูกๆให้มาช่วยดูแลคนไข้ อันที่จริงลูกๆของเธอมีสิทธิ์ได้ทุนเรียนฟรีในมหาวิทยาลัยโตรอนโต ถ้าเลือกเรียนสาขาแพทย์หรือกฎหมาย เพราะเธอเป็นเจ้าหน้าที่วิจัยประจำมหาวิทยาลัย แต่เด็กๆมีความฝันที่แตกต่าง เธอจึงปล่อยให้ทำงานหาค่าเทอมส่งตัวเองเรียน ซึ่งทั้งสามคนก็สามารถทำได้สำเร็จ โดย “อีลอน มัสก์” ทำงานทุกอย่างเพื่อส่งตัวเองเรียนฟิสิกส์กับเศรษฐศาสตร์ ส่วนลูกชายคนกลาง “คิมบอล มัสก์” จบบริหารธุรกิจ และลูกสาวคนเล็ก “ทอสก้า มัสก์” เป็นผู้กำกับภาพยนตร์อีกหนึ่งดีเอ็นเอที่เธอปลูกฝังให้กับลูกๆคือ ความอ่อนโยน และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ตรงนี้ “อีลอน มัสก์” น่าจะได้มาเต็มๆ แม้จะฝันเฟื่องบ้าบิ่นขนาดไหน แต่ทุกความฝันก็มีเป้าหมายเพื่อปกป้องมวลมนุษยชาติ!! นอกจากจะก่อตั้ง “สเปซเอ็กซ์” บริษัทขนส่งทางอวกาศของเอกชนที่ใหญ่ที่สุด ยังลุยพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในนาม “เทสล่า” เพื่อปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ และฝันสร้างโลกใหม่ให้เป็นเมืองพลังงานแสงอาทิตย์ ภายใต้แนวคิด “โซลาร์ซิตี้” หนังสือเล่มสำคัญที่เปลี่ยนชีวิต “อีลอน มัสก์” คือ “The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy” เป็นเรื่องราวการท่องอวกาศที่จุดประกายให้มุ่งมั่นว่า การปกป้องมวลมนุษยชาติคือภารกิจสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา น่าทึ่งไหมล่ะ เด็กอายุ 14 คิดเรื่องใหญ่ได้ขนาดนี้ นี่มันไอรอนแมนชัดๆ.มิสแซฟไฟร์