นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ในฐานะหัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 จัดเสวนา “ข้าราชการกับการพัฒนาประเทศและกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 (กาญจนบุรี-ราชบุรี-สุพรรณบุรี) ในโลกยุค 4.0” โดยมีผู้เสวนาคือ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประธานหอการค้าไทย ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ และ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีเป็นผู้ดำเนินรายการ เวลา 08.00-16.00 น. ที่โรงแรมเวสเทิร์นแกรนด์ราชบุรี จ.ราชบุรี จันทร์วันนี้นายกรัฐมนตรีคนใหม่วัย 34 ปี ของสาธารณรัฐฟินแลนด์คือ นางสาวซานนา มาริน กำลังดัง โดยปกติฟินแลนด์ก็เป็นสาธารณรัฐที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว เพราะเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับว่ามีสวัสดิการสังคมดีเยี่ยมที่สุดของโลก ความที่มีผืนป่าสวยงามและทะเลสาบที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำให้ฟินแลนด์เป็นประเทศที่ประชาชนอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างมีความสุข แม้ว่าจะมีประชากรเพียงแค่ 5.5 ล้าน แต่ฟินแลนด์ที่มีนวัตกรรมมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศในทวีปยุโรปนวัตกรรมที่สร้างชื่อเสียงให้ฟินแลนด์เป็นพวกสาขาดิจิทัล เศรษฐกิจชีวภาพซึ่งมาจากผลิตภัณฑ์ไม้ เทคโนโลยีสะอาด เทคโนโลยีสุขภาพ การวิจัยขั้วโลกเหนือ และเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม ฯลฯโลกมักจะทราบเรื่องของฟินแลนด์ในปัจจุบัน แต่ไม่ค่อยทราบเรื่องประวัติศาสตร์และปัญหาของฟินแลนด์ กว่าจะมาเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในวันนี้ ฟินแลนด์ผ่านปัญหาและวิกฤติมาไม่น้อย พ.ศ.2533 ฟินแลนด์เคยมีปัญหาด้านเศรษฐกิจอย่างรุนแรง หลังจากศึกษารากเหง้าของปัญหา ก็พบว่าหากฟินแลนด์ยังขายสินค้าที่เหมือนประเทศอื่นก็ไม่สามารถจะพ้นวิกฤติได้ รัฐบาลฟินแลนด์ในสมัยนั้นจึงแก้วิกฤติด้วยการทุ่มไปที่การศึกษา การวิจัยและพัฒนาคงจะมีไม่กี่ประเทศในโลกที่รัฐบาลกล้าทุ่มงบวิจัยมากถึงร้อยละ 4 ของจีดีพี และแบ่งงบประมาณไว้ร้อยละ 1 ของจีดีพีให้บริษัทเอกชนกู้เงินไปลงทุนแบบผ่อนปรน ถ้าบริษัททำธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ เงินกู้นี้ก็กลายเป็นเงินให้เปล่า แต่ถ้าบริษัทประสบความสำเร็จ รัฐบาลก็จะเรียกเงินกู้คืน วิธีการของรัฐบาลที่ทุ่มอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูในงานวิจัย ทำให้สินค้าจากฟินแลนด์ได้รับความนิยม เมื่อสินค้าขายได้ เงินเข้าประเทศ เศรษฐกิจก็เจริญประวัติศาสตร์ของกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียไม่ได้ราบรื่นอย่างที่เราคิด ฟินแลนด์ถูกรุกรานโดยสวีเดนและรัสเซียซึ่งเป็นประเทศใหญ่กว่าอยู่เป็นประจำ เคยเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรสวีเดนเกือบ 500 ปี คนสวีเดนอพยพไปตั้งถิ่นฐานในฟินแลนด์อย่างต่อเนื่อง แล้วก็ถ่ายทอดวัฒนธรรมให้กับพวกฟินน์ ต่อมา ฟินแลนด์กลายเป็นมณฑลหนึ่งของสวีเดน ชาวฟินน์ถูกบังคับให้จ่ายภาษีสูง พวกฟินน์ก็ต่อสู้ด้วยการศึกษา ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 15–16 โน่นเลยครับ ที่ผู้คนส่วนหนึ่งอุตส่าห์ไปเรียนที่ซอร์บอน มหาวิทยาลัยปารีส บางท่านไปเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยสำคัญในประเทศอื่น เรื่องเหล่านี้ทำให้ชาวฟินน์คิดสร้างภาษาและวรรณกรรมจนบั้นปลายท้ายที่สุด ชาวฟินน์ก็มีภาษาและวัฒนธรรมของตัวเองความที่อยู่ใกล้ประเทศที่มีกำลังมากกว่า ชาวฟินน์จึงไม่ค่อยเอาวิธีทางทหารมาแก้ไข เพราะแก้ยังไงก็สู้ไม่ได้ จึงหาวิธีอื่น เช่น การพัฒนาตัวเองด้วยการไปเรียนในสถานศึกษาที่ดีเยี่ยมของยุโรปเพื่อเอาความรู้มาใช้ และวิธีการอย่างนั้น ก็ถูกนำมาใช้ในยุคปัจจุบันด้วย ฟินแลนด์เป็นประเทศที่มีพรมแดนติดสหภาพโซเวียต แต่ไม่เคยตกเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตแบบประเทศอื่นชาวฟินน์เคยมีปัญหาเรื่องศาสนา ผู้คนนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก พอมีปัญหามากก็มีการปฏิรูปศาสนา มีการแยกตัวออกจากนิกายโรมันคาทอลิกหันมานับถือนิกายลูเทอร์ พวกรัสเซียก็พยายามยัดเยียดนิกายออร์ทอดอกซ์ เรื่องนิกายสำคัญครับ เพราะนับถือนิกายไหนก็มีแนวโน้มอยากจะอยู่ภายใต้การปกครองของประเทศที่มีคนส่วนใหญ่นับถือนิกายนั้นเรื่องฟินแลนด์นี่ ผมขอเขียนยาวหน่อยครับ เพราะคนส่วนใหญ่มองเฉพาะความสำเร็จของฟินแลนด์ในปัจจุบัน ไม่ค่อยเอามิติประวัติศาสตร์มาใช้ศึกษาประเทศนี้ อังคารพรุ่งนี้ ขออนุญาตมารับใช้กันต่อครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com