สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า การประชุมสุดยอดระหว่างนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีกำหนดพบปะกันที่สิงคโปร์ในวันที่ 12 มิ.ย. ซึ่งเมื่อวันที่ 6 มิ.ย. นางซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาวสหรัฐฯ เปิดเผยแล้วว่า สถานที่หารือครั้งประวัติศาสตร์จะมีขึ้นในโรงแรมคาเปลลา บนเกาะเซนโตซา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังทางใต้ของสิงคโปร์ขณะที่หนังสือพิมพ์เดอะสเตรทไทม์สของสิงคโปร์ระบุว่า สถานที่พักของนายทรัมป์อาจเป็นโรงแรมแชงกรี-ลา นายคิม จอง อึน พักที่โรงแรมเซนต์ รีจิส สิงคโปร์ ทั้งสองโรงแรมอยู่ไม่ไกลจากถนนช็อปปิ้งชื่อดังออร์ชาร์ด ส่วนสำนักข่าวบีบีซีอังกฤษรายงานว่า เกาะเซนโตซาของสิงคโปร์มีชื่อเก่าว่า ปูเลา บลากัง มาตี เคยเป็นแหล่งชุกชุมของโจรสลัดในช่วงศตวรรษที่ 19 สมัยอังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคม และในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2ภายใต้การยึดครองของจักรวรรดิญี่ปุ่น ชายหาดเกาะเซนโตซา ที่ตั้งของโรงแรมประชุมสุดยอดนี้ถูกใช้เป็นหนึ่งในสถานที่สังหารหมู่คนท้องถิ่นเชื้อชาติจีนที่ต่อต้านญี่ปุ่น ทั้งเป็นที่ตั้งของค่ายกักกันทหารฝ่ายสัมพันธมิตร ก่อนรัฐบาลสิงคโปร์จะปรับภาพลักษณ์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเปลี่ยนชื่อเป็นเซนโตซาในช่วงปี 2513 และการเปิดยูนิเวอร์แซลสตูดิโอในปี 2554 วันเดียวกัน ทางการสิงคโปร์เพิ่มความเข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อต้อนรับผู้นำของสหรัฐฯและเกาหลีเหนือ โดยกำหนดเขตเซนทรัล และเกาะเซนโตซา ให้เป็นพื้นที่กิจกรรมพิเศษในช่วง 10-14 มิ.ย. ขณะที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือไอซีเอโอ และสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือเอฟเอเอ แจ้งเตือนว่าจะมีการควบคุมน่านฟ้าสิงคโปร์เป็นบางช่วงระหว่างวันที่ 11-13 มิ.ย. เครื่องบินทุกลำที่มุ่งหน้าสู่สนามบินนานาชาติชางงีสิงคโปร์จะต้องลดความเร็ว และถูกจำกัดการใช้รันเวย์ ทั้งมีการแจ้งเตือนให้เครื่องบินหลีกเลี่ยงเข้าใกล้ฐานทัพอากาศปายาเลปาร์ หากละเมิดจะถูกส่งเครื่องบินรบเข้าประกบส่วนนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ระบุว่า ที่นายทรัมป์ตัดสินใจเจรจาถือว่าเป็นความกล้าหาญและมีความเป็นผู้ใหญ่ ขณะที่นายทรัมป์เผยก่อนหน้านี้ว่า อาจจะมีการนัดประชุมกันอีกหลายครั้งเพื่อบรรลุข้อตกลง แต่สิ่งหนึ่งที่จะมีคำตอบให้ได้สำหรับการประชุมครั้งประวัติศาสตร์นี้คือ ข้อตกลงสิ้นสุดสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ จากเดิมที่เป็นเพียงข้อตกลงหยุดยิง ไม่ใช่ข้อตกลงสันติภาพ.