โยงใย–โฉมหน้าบรรดาผู้เกี่ยวข้องโยงใยคดีรัสเซียถูกกล่าวหาแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ รวมทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลูกชาย ลูกเขย หัวหน้าทีมหาเสียง ทนายสาวชาวรัสเซีย และนักธุรกิจพ่อ–ลูกชาวรัสเซีย–อาเซอร์ไบจาน (เอเอฟพี)ข้อกล่าวหา “รัสเซีย” แทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปีที่แล้ว เพื่อให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่ง และทีม หาเสียงของทรัมป์อาจสมรู้ร่วมคิดด้วย ยังตามหลอกหลอนทรัมป์ไม่หยุด!ทรัมป์และรัสเซียยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหานี้มาตลอด แม้มีเงื่อนงำน่าสงสัยจนคณะกรรมาธิการแห่งวุฒิสภาและสภาผู้แทนฯต้องเข้ามาสอบสวน ส่วนกระทรวงยุติธรรมก็ตั้งนายโรเบิร์ต มูลเลอร์ อดีตผู้อำนวยการ “เอฟบีไอ” เป็นที่ปรึกษาพิเศษสอบสวนเรื่องนี้เช่นกันขณะที่ “สื่อมวลชน” ก็เกาะติดทำข่าวเชิงลึกอีกทางอย่างเข้มข้นด้วย!แม้คดีนี้ยังไม่มีหลักฐานมัดจนดิ้นไม่หลุด แต่ต้นเดือนนี้มี “จุดพลิกผัน” ครั้งใหญ่ เมื่อหนังสือพิมพ์ “นิวยอร์ก ไทม์ส” แฉว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ลูกชายคนโตของทรัมป์ พร้อมนายจาเรด คุชเนอร์ ลูกเขย และนายพอล มานาฟอร์ต หัวหน้าทีมหาเสียงของทรัมป์ เคยลอบ พบปะกับนางนาตาเลีย เวเซลนิตสกายา ทนายสาวผู้ทำงานให้รัฐบาลรัสเซีย ที่ตึกทรัมป์ทาวเออร์ในนิวยอร์ก เมื่อ 9 มิ.ย.2559 ในช่วงหาเสียงการพบปะมีขึ้นไม่กี่วันหลังทรัมป์ จูเนียร์ ได้รับอีเมลจากนายร็อบ โกลด์สโตน นักประชาสัมพันธ์ชาวอังกฤษ ผู้มีสายสัมพันธ์กับรัสเซีย แจ้งว่าเวเซลนิตสกายามีข้อมูลลับที่จะสร้างความเสียหายให้นางคลินตันก่อนนิวยอร์ก ไทม์ส จะเผยแพร่อีเมลฉาว ทรัมป์ จูเนียร์ รีบแถลงยอมรับว่ามีการพบปะกันจริงแต่ไม่ได้ข้อมูลสำคัญใดๆ เขายังชิงเผยแพร่อีเมลทางทวิตเตอร์และให้สัมภาษณ์ “ฟ็อกซ์ นิวส์” ว่าการพบปะกินเวลาแค่ 20 นาที ไม่มีสาระ สำคัญอะไรจึงไม่ได้แจ้งบิดา เพราะนางเวเซลนิตสกายาแค่พูดถึงเรื่องรัสเซียระงับนโยบายให้ชาวอเมริกันรับลูกบุญธรรมชาวรัสเซีย หลังสหรัฐฯ คว่ำบาตรบุคคลและบริษัทรัสเซียที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างไรก็ตาม ในอีเมลอื้อฉาว นายโกลด์สโตนกลับระบุว่า ข้อมูลลับที่นางเวเซลนิตสกายา มีอยู่เป็นข้อมูลระดับสูงละเอียดอ่อนของรัฐบาลรัสเซียที่ต้องการช่วยเหลือทรัมป์ ซึ่งทรัมป์ จูเนียร์ ก็ส่งอีเมลตอบไปว่า “ชอบมาก” ในข้อมูลที่จะสร้างความเสียหายให้นางคลินตันนี้แม้ทรัมป์ จูเนียร์ อ้างว่า “ไม่ได้อะไร” จากการพบปะกัน แต่นับเป็นครั้งแรกที่ “จับได้คาหนังคาเขา” ว่าทีมหาเสียงของทรัมป์ติดต่อกับรัสเซียเรื่องการเลือกตั้งจริงๆ!คดีนี้ยังมีตัวละครสำคัญโผล่ขึ้นมาอีกเรื่อยๆ โดยนายรินัต อัคห์เมตชิน ล็อบบี้ยิสต์สัญชาติอเมริกัน-รัสเซีย ออกโรงรับว่าตนก็ไปร่วมการพบปะครั้งนั้นด้วยพร้อมล่าม 1 คน แต่อ้างว่าไม่ได้ทำงานให้หน่วยต่อต้านข่าวกรองรัสเซีย พร้อมระบุว่านางเวเซลนิตสกายาได้มอบแฟ้มเอกสารให้ทรัมป์ จูเนียร์ เรื่อง “กองทุนเฮดจ์ ฟันด์” ของรัสเซีย ส่งเงินช่วยพรรคเดโมแครตของนางคลินตัน ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลที่ทรัมป์ จูเนียร์ อ้างอย่างชัดเจน นางนกต่อ?–แฟ้มภาพนางนาตาเลีย เวเซลนิตสกายา ทนายสาวชาวรัสเซีย ซึ่งสื่อแฉว่าลอบพบปะกับลูกชายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และทีมงาน เมื่อปีที่แล้ว (เอเอฟพี)ต่อมามีการเปิดเผยอีกว่าผู้เข้าร่วมการพบปะคนที่ 8 ยังมีนายอิเก้ คาเวลาดเซ รองประธานบริษัท “โครคัส กรุ๊ป” ของนายอาราส อกาลารอฟ นักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กับลูกชายชื่อเอมิน นักร้องเพลงป๊อปชื่อดังชาวรัสเซีย-อาเซอร์ไบจาน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงมอสโก โดยพ่อลูกคู่นี้มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลทรัมป์ และเป็นผู้จัดการให้ทรัมป์ จูเนียร์ พบปะนางเวเซลนิตสกายาหลังถูกเปิดโปง โกลด์สโตนปฏิเสธว่าไม่รู้ เรื่องรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ นางเวเซลนิตสกายาก็อ้างว่าไม่ได้เป็นตัวแทนรัฐบาลรัสเซียและยินดีไปให้การต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐฯ ที่สอบสวนเรื่องนี้เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ ทรัมป์ จูเนียร์ และพอล มานาฟอร์ต จำต้องแถลงว่าจะยอมไปให้การต่อคณะกรรมาธิการยุติธรรมของวุฒิสภา ส่วนจาเรด คุชเนอร์ จะไปให้การต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาคดีนี้ยังทำให้นายไมเคิล ฟลินน์ ลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์มาแล้ว หลังถูกสื่อแฉว่าเคยลอบพบปะหารือกับนายเซอร์เก คิลส์เยฟ เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐฯ เรื่องการยกเลิกคว่ำบาตรรัสเซียก่อนรัฐบาลทรัมป์รับตำแหน่ง ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ผู้ที่เข้าไปพัวพันคดีนี้อีกคนคือนายเจฟฟ์ เซสชันส์ ผู้ถูกทรัมป์ตั้งเป็น รมว.ยุติธรรม ซึ่งถูกแฉว่าเคยลอบพบปะกับนายคิลส์เยฟด้วย แต่เขาปฏิเสธที่จะร่วมมือกับคณะกรรมาธิการวุฒิสภาผู้สอบสวนส่วนทรัมป์เองก็ถูกสื่อแฉว่าพบปะเจรจานอกรอบยกที่ 2 แบบลับๆ กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ในงานเลี้ยงอาหาร ค่ำระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำ “จี 20” ที่เยอรมนี ต้นเดือนนี้คดีนี้อาจมีอะไรที่หมกเม็ดอยู่อีกเยอะ อาจ “จบไม่สวย” ดีไม่ดีอาจทำให้ทรัมป์หลุดจากเก้าอี้คล้ายคดี “วอเตอร์เกต” ซึ่งทำให้ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ต้องลาออกมาแล้ว!คดีนั้นเริ่มจากตำรวจจับกุมชาย 5 คน ที่เข้าไปโจรกรรมข้อมูลในที่ทำการใหญ่พรรคเดโมแครตในอาคารวอเตอร์เกต กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ 17 มิ.ย.2515 ซึ่งเอฟบีไอสืบพบว่ากองทุนช่วยนิกสันลงชิงเก้าอี้สมัยที่ 2 ว่าจ้างโจรกลุ่มนี้ และจากเทปบันทึกเสียงในห้องทำงานของนิกสัน ชี้ว่าเขาและทีมงานพยายามปกปิดเรื่องนี้ศาลฎีกาสั่งให้นิกสันส่งมอบเทปบันทึกเสียงเหล่านี้แก่เจ้าหน้าที่สืบสวน เมื่อรู้ว่าสู้คดีไป ก็ไม่รอดและอาจถูกรัฐสภาลงโทษ นิกสันจึงประกาศลาออกเมื่อ 9 ส.ค.2517คดีวอเตอร์เกตถูกเปิดโปงเพราะหนังสือพิมพ์ “วอชิงตัน โพสต์” เจาะข่าวเชิงสืบสวนสอบสวนกัดไม่ปล่อยออกมาตีแผ่เป็นระยะๆ ทรัมป์ก็อาจ “พังเพราะสื่อ” อย่าง “นิวยอร์ก ไทม์ส” ที่เขาเกลียดชังเข้าไส้!บวร โทศรีแก้ว