พัก “บู๊” สู่โหมด สาวเก่ง&สตรองมาก สำหรับสไมล์ ศศินา พนมธรนิจกุล นักแสดงสาวจากละคร “ลางปริศนา” ทางช่อง 7HD รับบทเป็น “ส้ม” คอยปกป้องพี่สาวที่แสนดี อย่าง กานต์ ณัฐชา หลังออนไปหลาย EP ถูกอกถูกใจแฟนๆคอละคร แล้วดราม่าลึกลับ เหนือธรรมชาติ กระแสตอบรับดีเกินคาด งานนี้เลยชวน สาวสไมล์ มาขึ้น “มาลัยไทยรัฐ” เล่าเบื้องหน้า เบื้องหลัง พร้อมอัปเดตชีวิตตกเป็นทาสหมาทาสแมวจนถึงขั้นถอนตัวไม่ขึ้นแถมเล็งธุรกิจร้าน Pet Shop ซะเลย! ตั้งแต่ละครออนฟีดแบ็กเป็นอย่างไรบ้าง “ดีเลยค่ะ มีแฟนๆทักเข้ามาเยอะเลยว่าสนุก เดินเรื่องเร็ว” เรื่องนี้สไมล์ทำการบ้านกับตัวละครนี้อย่างไรบ้าง “น่าจะเป็นเรื่องที่เล่นกับพี่โหน (ธนากร ศรีบรรจง) ด้วยความที่เราเคยเล่นด้วยกันมาแล้วสไมล์เลยรู้สึกว่าพี่โหน เป็นเหมือนพี่ชายที่สนิทมากๆ แล้วพอเรื่องนี้จะต้องมีความที่แบบกุ๊กกิ๊กๆ น่ารักๆ มันเลยยากนิดหนึ่ง พี่ฬอน (คณวัชร สังวริบุตร) ผู้กำกับ ก็จะทักแบบว่าสไมล์ดูไม่เหมือนคนรักกันเลย ไม่เหมือนคนจีบกันเลย เรามองพี่โหนเป็นพี่ชายไปแล้ว เลยอาจจะยาก ในการปรับจูน เพราะสไมล์ดันไปสนิทกับเขามากเกิน ยิ่งพี่โหนเป็นคนตลก เวลามาเล่นแบบกุ๊กกิ๊ก น่ารักสไมล์ก็จะติดขำหน้าเขาตลอด เขาจะต้องมีมุกหยอดมุกแซวตลอด เราก็จะแอบหลุดขำบ้าง พอถึงเวลาที่เราทำงานกันจริงๆ ทุกอย่างก็ราบรื่นค่ะ” ปีนี้มีแพลนเรื่องงานให้กับตัวเองอย่างไรบ้าง “ในเรื่องของงาน ก็จะมีงานในรูปแบบใหม่ออกมาให้ทุกคนได้เห็นกันค่ะ แต่ขออุบไว้ก่อน เป็นเซอร์ไพรส์ที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับต่างชาติค่ะ และตอนนี้ก็เริ่มมองหาธุรกิจของตัวเองด้วย ช่วงนี้สไมล์อินกับน้องแมวมากจริงๆ เลี้ยงเขามาหลายปีแล้ว มีเวลาว่างก็จะพาไปเที่ยว เราเลี้ยงเหมือนลูกเลย แล้วนี่คือแพชชันในชีวิตมากๆในการเลี้ยงแมวให้ดีที่สุด ตอนนี้มี 2 ตัว คือยูริกับยูอาร์ ยูริเป็นพันธุ์สก็อตติชโฟลด์ ส่วนยูอาร์เป็นพันธุ์บริติช ช็อตแฮร์ พอได้มาเลี้ยงเขาแล้ว รู้สึกว่าเป็นการเปลี่ยนชีวิตเราเหมือนกัน แรกๆสไมล์เป็นคนกลัวสัตว์ ไม่ค่อยชอบสัตว์ แต่พอได้เปิดใจลองเลี้ยง ทำให้มีมุมมองแบบความคิดใหม่เลย กลายเป็นชอบสัตว์ทุกตัวบนโลกใบนี้เลย เวลาแบบเห็นน้องหมาจร น้องแมวจรก็สงสาร ต้องเอาข้าวไปให้กิน ทำให้รู้สึกว่าจิตใจเราอ่อนโยนมากขึ้น”ตกเป็นทาสน้องหมาเพราะเราเหงา โสดด้วยไหม “อาจจะมีส่วนด้วย เลยแบบรักสัตว์ดีกว่า (หัวเราะ) สไมล์ไม่ค่อยโฟกัสเรื่องนั้นเท่าไหร่ จริงๆอยู่กับครอบครัวก็มีความสุข” เอาจริงๆไม่มีคนเข้ามาบ้างเหรอ “คือถ้าเป็นคนคุยก็มีค่ะ ไม่ได้ถึงขนาดว่าไม่มีเข้ามาเลย แต่เรายังไม่ได้โฟกัส เพราะว่าครอบครัวเราก็ดี คนรอบข้างดี คิดว่าทุกวันนี้ชีวิตสไมล์แฮปปี้มาก แต่ถ้าวันหนึ่งจะมีจริงๆก็ไม่ได้ปิดอะไรค่ะ” ยุคนี้บางคนบอกว่าถ้าเริ่มมีคนคุย ก็จะสามารถพูดได้ว่ามีคนคุย หรือเริ่มเปิดตัว สไมล์มองแบบนั้นด้วยไหม “ไม่มองแบบนั้น สไมล์ให้ความเป็นส่วนตัวกับเรื่องของความรักมากกว่า ไม่อยากเปิดตัว เพราะรู้สึกว่าถ้าวันหนึ่งเลิกคบ หรือเลิกคุยไป สังคมก็จะตั้งคำถามว่าอ้าวทำไมล่ะ แล้วหายไปไหนเลยอยากให้เรื่องของความรักเป็นพื้นที่ส่วนตัว อันนี้เป็นความคิดของเราเอง ใช้ชีวิตแบบปกติ ไม่ได้เปิดแต่ก็ไม่ถึงกับปิดโอกาสตัวเอง” สเปกของสไมล์ต้องเป็นแบบไหน “อันนี้ก็ยากเหมือนกัน ไม่ได้สเปกมากขนาดนั้น แค่รู้สึกว่าชอบคนที่คุยกันรู้เรื่อง แน่นอนว่าต้องรักสัตว์เหมือนที่เรารัก อันนี้ถ้าไม่รักสัตว์ก็คือไม่ได้แล้ว เป็นสเปกที่เพิ่มมาหนึ่งข้อ คุณต้องยอมรับให้ได้ รักสไมล์ไม่เท่าไหร่ถ้ารักลูกสไมล์นี่แพ้เลย (หัวเราะ)” ตอนนี้นักแสดงหลายคนเริ่มหันไปจับธุรกิจหรือหันไปมีอาชีพที่ 2 สไมล์มีมองไว้บ้างไหม “จริงๆก็มองไว้ค่ะ อยากเปิดร้านให้ตัวเอง เพราะชอบขายของตั้งแต่เด็กๆ เพราะช่วยคุณแม่ขายของมาตั้งแต่เด็ก ตอนแรกสไมล์อยากเปิดร้านอาหารให้คุณแม่ แต่ว่าคิดไปคิดมา อยากเปิดร้านที่แบบบางทีคุณแม่ไม่อยู่ก็ขายได้ ตอนนี้สไมล์เลยอยากเปิดร้าน Pet Shop สไมล์คิดวางแผนไว้อยู่ว่าอยากขายที่เกี่ยวกับอาหารสัตว์ พวกของใช้ เครื่องประดับ ที่เกี่ยวกับน้องๆ ตอนนี้ก็เริ่มเล็งทำเลแล้วค่ะ น่าจะเปิดที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เพราะบ้านของสไมล์อยู่ที่นี่ คิดว่าภายในปี 2 ปีนี้น่าจะได้เริ่มทำค่ะ”.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่