เตรียมเข้าสู่จักรวาลหนังสยองขวัญ เวียร์–ศุกลวัฒน์ คณารศ พระเอกหนุ่ม ตั้งใจถ่ายทอดความหลอน ในภาพยนตร์เรื่อง “มันแอบในจอ” (Televil) ที่จะพาแฟนๆย้อนยุคสู่โลกของโทรทัศน์ยุค 90 จากทีม ไนท์ เอดจ์ พิคเจอร์ส เป็นผลงาน 3 ผู้กำกับ มาร์ค–เลิศศิริ บุญมี, เอ็ด–วุฒิชัย วงศ์นภดล และ ณ๊อบ–ศฐาณพงศ์ ลิ้มวงษ์ทอง งานนี้หนุ่ม เวียร์ มารีวิวก่อนที่จะไปดูกันเต็มๆ ประมาณเดือน พ.ค.นี้ ในโรงภาพยนตร์ พร้อมอัปเดตชีวิตครอบครัวสุดแฮปปี้ ชื่นชม วิกกี้ พีมนต์ญา ภรรยาคนสวย เป็นซุปเปอร์มัมสายสตรอง ตนเป็นได้แค่สายซัพพอร์ต ใน “คนดังนั่งคุย” ตัดสินใจรับเล่นหนังเรื่องนี้“ตั้งแต่อ่านบทแล้วน่าสนใจ หนังมันแอบในจอ เป็นเรื่องราวโลกหลังทีวี ตอนเด็กๆเราเคยอยากรู้ว่าทีวีที่เราดูมีอะไรอยู่ข้างในหรือเปล่า พออ่านบทเขาเล่าได้น่าสนใจและในเรื่องมีเล่าถึงความสัมพันธ์พ่อกับลูกด้วย ความคิดไม่ตรงกันเพราะเรามีกฎเหล็กบ้านห้ามมีทีวีเพราะมีปมในใจทำให้เราห้ามลูก” ถือว่าเป็นหนังที่มีลูกโตเป็นหนุ่มขนาดนี้เลยมั้ย “ไม่เชิง สมัยเล่นละครก็มีรับบทพ่อ มาเล่นหนังเรื่องนี้ก็น่าจะมีลูกโตสุดแล้ว อายุ 14 ปี” มันสะท้อนอะไรไหม “สะท้อนว่าเราแก่ (ยิ้ม) พอมาคุยกับพี่เอ็ด ผู้กำกับ ก็มีถามลูกโตไปไหม ตัวผมไม่ติดเลยเพราะตัวผมเองก็อายุ 40 กว่าแล้ว รู้สึกว่าท้าทาย ยิ่งเป็นลูกชายด้วย มีอะไรให้เล่น เราต้องทำการบ้าน” ต้องเตรียมตัวขนาดไหน “พยายามเวิร์กช็อปให้ได้เยอะที่สุด มีปรึกษาผู้กำกับทั้ง 3 คน มีคำถามบ้าง คนเขียนบทเขาจินตนาการมามีโลกแบบนี้อยู่ เรื่องมีอะไรให้เล่นเยอะเลย มีเรื่องราวอดีตที่พูดไม่ได้ พูดไปไม่มีใครเชื่อแต่สุดท้ายเราต้องจับมือกับลูกชายมาทำความเข้าใจกัน” ร่วมงานกับน้องๆมีการปรับจูนยังไงบ้าง “นิดหน่อยครับ จริงๆ ในเรื่องเด็กๆเขาจะอยู่กันเป็นกลุ่มเป็นแก๊ง ผมจะเจอคนที่เล่นเป็นลูกผม ต้อล (ภวัต เกตุศรีศักดา) กับไดมอนด์ (ฐานพัฒน์ โชคสุวรรณาคิน) เป็นเพื่อนสนิทกัน ต้อลเป็นนักแสดงใหม่เลย เหมือนเราเข้าวงการใหม่ๆ ไม่มีเหนื่อย พลังเยอะดี” ในฐานะรุ่นพี่ เวียร์แนะนำน้องๆยังไงบ้าง “บอกเขามีอะไรทำเต็มที่ เล่นตามที่เวิร์กช็อปมาเลย จริงๆเขาเล่นตามบทเป๊ะมาก แต่ของเราเล่นตามความเข้าใจ น้องๆเขาได้ผ่านการซ้อมมาหลายรอบจนเป็นธรรมชาติ ทุกคนเป็นมืออาชีพมาก เก่งเลย ทำให้เราว้าวกับพวกเขามาก”ปีนี้จะมีโปรเจกต์อื่นๆให้แฟนๆได้ติดตาม“เรื่องนี้จะเป็นโปรเจกต์แรกของปี 69 มันแอบในจอ และยังมีอีก 2 โปรเจกต์ กำลังถ่ายทำอยู่ เป็นซีรีส์ 1 เรื่อง และหนัง 1 เรื่อง เอาง่ายๆพยายามที่จะให้เห็นผลงานอยู่เรื่อยๆ” หลังๆจะเห็นเล่นหนังมากกว่าละคร “ใช่ครับ จะรับเป็นหนัง เป็นซีรีส์สั้นๆเป็นหลักมากกว่า ยังไม่ได้กลับไปเล่นละครฟรีทีวี เป็นเพราะเรื่องของเวลา ตอนนี้เราเลี้ยงลูกเอง หลักๆเป็นคุณวิกกี้ ภรรยาจะดูแล 24 ชม. เราก็เป็นฝ่ายคอยซัพพอร์ต มีเวลารับงานที่ใช้งานให้น้อยที่สุด ไม่ให้งานไปกระทบกับครอบครัว” จะเห็นไปไหน 3 คนพ่อแม่ลูกตลอด “ใช่ครับ ไปไหนก็จะกระเตงกันไป ไปกองก็ไปกัน วิรินเป็นเด็กกองแล้ว เรายังนึกถึงสมัยเราเด็กๆเข้าวงการใหม่ๆ รุ่นพี่มีลูกพามากอง มาตอนนั้นเราก็ถึงวัยแล้ว มันย้อนเข้ามานิดนึง วันไหนคิวสะดวกสบายไม่ได้เข้าป่า ก็พาลูกไปเที่ยวกอง เขาก็สนุกสนาน” ตอนนี้มีคนติดต่อวิรินเข้าวงการ “ไม่มีหรอกครับ (หัวเราะ) แล้วแต่เขา ผมว่าเขาไม่ชอบหรอกดูจากทรง เขาค่อนข้างแหวกกว่าเด็กทั่วๆไปมีความเป็นตัวของตัวเองสูง สุดท้ายแล้วแต่ตัวเขาเลย” เวียร์เลี้ยงลูกแนวใกล้ชิดธรรมชาติ “เป็นความคิดของภรรยา อยากเลี้ยงเอง คุณแม่ชอบธรรมชาติ ชอบป่า ชอบถ้ำ ชอบน้ำทะเล ชอบเขา ตัวผมก็ชอบเหมือนกัน” ก่อนหน้าไปเที่ยวญี่ปุ่นทริปนี้เป็นยังไงบ้าง“พาเขาไปใช้ชีวิตแหละวันนึงเด็กจะต้องไปโรงเรียนแต่เราไม่ได้เร่งรีบอะไร พยายามใช้ช่วงเวลาอยู่กับเขานานที่สุด สนุกที่สุด พอเขาเริ่มรู้เรื่องก็ไปบ่อย ทำงานหาเงินพากันไปพักผ่อน ไปเที่ยว เหมือนเป็นการเปิดโลกกว้างเพราะสมัยเราเด็กๆไม่ได้มีโอกาส มาตอนนี้มีโอกาสก็ไปเที่ยวเลยให้ลูกได้เห็นข้างนอกเป็นยังไง พ่อแม่ก็สนุกด้วย ได้เที่ยวด้วย กลายเป็นว่าตอนนี้ลูกได้เที่ยวเยอะกว่าใครเลย (หัวเราะ)” ตอนนี้วิรินเป็นซุปตาร์ฟันน้ำนมที่มีแฟนคลับเยอะมาก “แฟนคลับมากกว่าของผมอีก (ยิ้ม) อันนี้เป็นห่วงอยู่เหมือนกัน เขาเริ่มถามว่าทำไมคนนั้นคนนี้ ถึงรู้จักเขา ทำไมคนนี้ยกกล้องมาถ่าย เขาแปลกใจ วันนึงเขาเข้าโรงเรียนคงเบาลง เป็นไปได้ผมจะเลือกพาเขาไปในที่ที่คนไม่รู้จักเขา เขาจะได้เป็นตัวของตัวเอง แต่ก็อธิบายให้เขาฟัง คือเขาเห็นแหละว่าทำไมคนๆนี้ถึงมองเขา เราจะไปบอกว่าเขารู้จักวิริน ตอนทำคลิปทำอาหารไง เราไปเที่ยวกัน ถ่ายคลิปกับพ่อไง เขาเห็นตรงนั้นเขาเห็นก็เลยจำได้เท่านั้นเอง”ตั้งใจให้น้องวิรินเข้าเรียนช่วงไหน“ให้คุณแม่ช่วยดูเรื่องโรงเรียนให้อยู่ครับ ดูถึงขั้นโฮมสคูล ไม่ต้องรีบ สบายๆ” แอบใจหาย ใจหวิวๆ ไหมเพราะแป๊บเดียวลูกจะเข้าโรงเรียนแล้ว “ต้องมีบ้าง ทุกคนต้องเข้าโรงเรียน เด็กต้องไปเจอสังคมที่แตกต่างได้เห็นเด็กคนอื่น เขาจะได้เรียนรู้มากขึ้น ให้ทุกอย่างเกิดขึ้นไปตามธรรมชาติ ไม่เร่ง เราเลี้ยงลูกเองทำให้ได้เห็นทุกโมเมนต์ ทำให้เรารู้ว่าไม่จำเป็นจะต้องรีบส่งลูกไปเรียน แต่นั่นคือเพราะเรามีเวลาให้เขา แต่บางคนไม่มีเวลาพ่อแม่บางคนต้องไปทำงานเลยต้องส่งลูกเรียนเนิร์สเซอรีแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน ถ้าเราทำได้ไม่เหนือบ่ากว่าแรงเราก็อยากมีเวลาอยู่กับเขาให้มากที่สุด ผมเชื่อว่าคนอื่นๆก็อยากจะทำแบบนี้ แต่ภาระและโอกาสไม่เหมือนกัน” เวียร์ถือว่าโชคดีนะจัดสรรเวลาตรงนี้ได้ “ใช่ครับ โชคดีมาก เมื่อก่อนทำงาน 7 วัน ก็ถือว่าทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติจริงๆ ถึงเวลาเป็นแบบนี้เลยคิดว่าไม่ค่อยคิดอะไรล่วงหน้าเดี๋ยวก็เกิดขึ้นเอง”รีวิวชีวิตวัย 40 ให้ฟังหน่อยสิเป็นยังไงบ้าง“ดีครับ เป็นช่วงวัยที่ผ่านอะไรมา อาจจะไม่ได้มากมายกว่าคนอื่นแต่ก็ประมาณนึงแล้วกัน เรียนรู้ว่าพอถึงวัยนึงเราสามารถอยู่กับมันได้จริงๆ เราจะค่อยๆเปลี่ยนความคิดของเราไปเรื่อยๆ” จากชีวิตวัยรุ่น กับวัยเลข 4 จริงๆการวางแผนชีวิตแตกต่างกันไหม “จริงๆถ้าเส้นกลางของแนวคิดที่มีมาตลอดยังเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปก็คือลดสิ่งที่ไม่จำเป็น เมื่อก่อนเราอยากได้ ไม่จำเป็นเราก็จะซื้อ พวกมอเตอร์ไซค์ นาฬิกา รองเท้า เสื้อผ้า เดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นก็ไม่ซื้อ ส่วนเรื่องการปาร์ตี้ เดี๋ยวนี้ไม่มีเลย อยู่บ้านกินข้าว จิบเบียร์บ้างแต่ไปเที่ยวกับเพื่อนเป็นศูนย์เพราะมันไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว อาจจะเป็นเพราะช่วงวัยด้วย ถ้าช่วงวัยนั้นไม่เป็นแบบนั้นวันนี้ก็อาจจะไม่เป็นแบบนี้ บางอย่างควรจะเกิดขึ้นในแต่ละช่วงวัย ตอนนี้ชีวิตแฮปปี้เลย มันรู้สึกธรรมดาขึ้น” ตอนนี้เวียร์กลายเป็นคนติดลูกติดเมียนะ “ติดไปหมดเพราะมีกันแค่นี้เนอะ อยู่กันแค่นี้” วันพ่อที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง น้องมีคำพูดใจฟู“จริงๆก็อยู่ด้วยกันอยู่แล้ว คนที่จะอยู่ 24 ชม. คือคุณแม่ คือวิกกี้ ผมก็ทำงานบ้าง พอถึงวันพ่อก็หยุด ง่ายๆ ไปกินข้าว กินไอติมด้วยกัน วันนั้นเป็นวันแรกที่ผมเห็นเขายอมให้มัดผม 2 ข้าง ปกติลูกจะไม่ยอมให้มัดผมบอกว่าเจ็บไม่ชอบให้มัดผม แต่วันนั้นแม่คงบอกว่าเป็นวันสำคัญจะพาพ่อไปกินข้าว ใส่ชุดราตรีสวยสีน้ำเงิน ผูกจุก 2 ข้าง แม่เขาก็มัดผมเหมือนกัน” เรื่องของการมีทายาทตั้งใจจะมีคนเดียวหรืออาจจะมีเพิ่มไหม “ปรึกษากันแต่ตอนนี้ยังรู้สึกว่าดูวิรินเต็มที่ก่อน รอให้เขาโอเค เราโอเคเพราะไม่อย่างนั้นการทำอะไรต้องมาพะวง ไม่พร้อมจะเหนื่อยเกินไปไหม จะดูแลได้ไม่ดีพอ ก็ไม่อยากทำเลยต้องรอให้เวลาคอยสะกิดเราว่าต้องมีแล้วนะ หรืออย่าเพิ่ง รอเวลาว่าจะเกิดหรือไม่เกิด ยังมีแพลนนี้หรือยังไง ไม่ไปกดดันอยากเต็มที่กับวิริน” ตอนนี้ชีวิตดูลงตัว แฟนๆยกครอบครัวเวียร์เป็นแรงบันดาลใจอยากมีครอบครัวอบอุ่นแบบนี้เลย รู้สึกยังไง “ดีใจครับ เพราะจริงๆผมเป็นพ่อ ตำแหน่งซัพพอร์ตแล้วกัน เพราะคุณวิกกี้เขาเสียสละ ตั้งแต่ท้องจนลาออกจากงานมาเพื่อให้เวลา 24 ชม. เลี้ยงลูก ผมรู้สึกว่าเขาเก่ง แข็งแกร่งกว่าเราเยอะ พยายามซัพพอร์ตเขามากกว่าก็ดีใจ เวลาลงคลิปคนจะเข้ามาคอมเมนต์ คุณแม่สตรองมาก ผมยกความดีความชอบให้วิกกี้ และขอบคุณทุกคนที่มองครอบครัวจนอยากเป็นเหมือนครอบครัวเรา เลี้ยงกันเอง เลี้ยงง่ายๆ อยู่กับธรรมชาติ อยู่บ้านต่างจังหวัด เราพยายามทำในสิ่งที่พ่อแม่ก็สนุกไปด้วย เขาก็สนุกด้วย พลังเยอะมากจนตอนนี้กำลังอยากให้เล่นกีฬาอยู่จะได้นอนหลับง่าย คือพ่อกับแม่นอนคุย แต่ลูกยังปะป๊าลุกขึ้นมาเล่นด้วยกัน (ยิ้ม)”.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่