ภาพโมเมนต์ครอบครัวสุดอบอุ่นเมื่อ “คุณแม่หนิง-ปณิตา” และ “คุณพ่อจิน-จรินทร์ ธรรมวัฒนะ” ที่แม้ว่าจะเป็นอดีตสามีภรรยากัน แต่พร้อมใจกันไปเชียร์ “น้องณิริน” ลูกสาวขึ้นแสดงโชว์ในงานโรงเรียน ทำเอาหลายคนชื่นชมในสปิริตของทั้งคู่ที่ทำเพื่อลูก พอเจอ หนิง มาร่วมงานนิทรรศการ “Hirono Bangkok Art Exhibition and Event” ที่ลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เปิดใจเรื่องนี้ว่า “อย่างที่เคยไปสัมภาษณ์ทุกครั้งว่าอะไรที่ทำให้ลูกแฮปปี้ หนิงยินดีที่จะทำทุกอย่าง ณิรินมีงาน 2 วัน วันแรกเป็นงานละครเวที อีกวันนึงเป็นทำวง ส่วนละครเวทีคือเค้าเดินเข้าไปออดิชันเอง ตอนนี้กลายเป็นว่าน้องกลับมามีความสุขและได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำเหมือนเดิม รอยยิ้มของเค้ามันคุ้มค่ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำมากๆ ตอนที่เห็นลูกโชว์ยอมรับว่าน้ำตาไหลเลย วันนี้เรื่องราวทุกอย่างผ่านไปแล้ว ก่อนหน้านี้น้องจะโดนที่โรงเรียนมองว่าเป็นลูกดาราถึงมีโอกาสที่จะได้เต้นได้ร้อง ถ้าไม่มีแม่เป็นดารา น้องก็ทำไม่ได้ แล้วไหนจะข่าวที่พ่อกับแม่เลิกกันอีก กิจกรรมอะไรที่บางครั้งน้องอยากร่วม เช่น ในเรื่องของดนตรีหรือเรื่องของศิลปะ ก็จะมีเพื่อนบางกลุ่มที่ไม่ยอมให้เค้าไปเล่นด้วย พอเวลาอยู่ที่โรงเรียนมันเลยทำให้ความมั่นใจของเค้าหายไปหมด เอาเป็นว่างานที่มันเกี่ยวกับเรื่องเอน เตอร์เทนเมนต์ เค้าจะทำที่โรงเรียนไม่ได้เลย แต่ถ้าสมมติเค้าอยู่ข้างนอก กับพวกเราอย่างนี้ เค้าก็จะทำได้ เพราะเค้ารู้สึกว่าไม่มีสายตาใครจับจ้อง สิ่งเหล่านี้มันเลยบอกได้อย่างหนึ่งว่า จริงๆแล้วสังคมของเด็กสำคัญที่สุดคือโรงเรียน ซึ่งคุณครูและบุคลากรทุกคนในโรงเรียนก็ทราบเรื่องนี้พอสมควร แล้วก็มีการช่วยหลายๆทาง เพื่อที่จะสร้างความมั่นใจให้กับเค้า เราเองก็มีการปรึกษาคุณหมอนอกรอบ ช่วยกันนอกรอบทั้งครอบครัว พอวันนึงเค้าเดินเอากระดาษมาให้เรา แล้วบอกว่าหนูจะไปออดิชัน ได้ยินทีแรกเราก็ตกใจและไม่อยากให้ลูกทำ เพราะกลัวเค้าจะเสียใจถ้าหากว่ามันเฟลขึ้นมา เค้าก็ยิ้มหวานและบอกว่า แต่หนูออดิชันผ่านแล้ว โอ้โห! บอกไม่ถูกเลย ณิรินยังไม่ได้เป็นเด็กที่เก่ง แต่เค้ากล้าที่จะเอาชนะคำสบประมาทของหลายๆคนได้ หนิงเชื่อว่าตอนนี้เค้าปลดล็อกตัวเองได้แล้ว วันนี้หนิงเลยชื่นชมในความกล้าหาญของเค้าค่ะ” วันนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็เลยไปให้กำลังใจลูกสาวพร้อมหน้า?“ใช่ค่ะ หนิงก็บอกเค้าว่าวันนี้ลูกมีงานแสดงแบบนี้ ณิรินอยากให้ไปนะ เค้าก็ยินดีจะทำ สำหรับลูกแล้วอะไรที่เราเอ่ยปากบอกเค้า เค้าก็พร้อมที่จะทำให้ค่ะ วันนั้นที่ได้เจอกันพร้อมหน้าก็อย่างที่เห็นเลย รอยยิ้มเค้า โลกทั้งใบของเค้าก็คือสิ่งนี้อยู่แล้ว คือการได้เจอหน้าพ่อ บางทีหนิงก็เคยบอกกับเค้าและคนรอบข้างว่าแม่แอบน้อยใจเหมือนกัน ทำทุกเรื่องให้เค้าเลย แต่โลกทั้งใบจริงๆคือแค่เค้าได้เจอหน้าพ่อ แต่สำหรับหนิงแล้วอะไรก็ได้ถ้าทำให้ลูกยิ้มได้ วันนั้นเค้าก็ดีใจ หนิงรู้สึกว่าเค้าโตขึ้นเยอะมาก เวลาใครชมเค้า เค้าก็จะบอกกับคนที่ชมเสมอว่า ให้ชมแม่หนู (น้ำตารื้น)” หลายคนก็ชื่นชมว่าพ่อแม่ก็ทำเพื่อลูกได้เสมอ?“ทุกวันนี้ครอบครัวหย่าร้างกันเยอะมาก แต่จะตีจะทะเลาะยังไง ทุกวันนี้หนิงกับจินก็ยังมีทะเลาะกันอยู่บ้างในเรื่องราวส่วนตัวที่ยังเคลียร์ไม่ลงตัว แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญเลยถ้าเป็นเรื่องของลูกเรา เราต้องละลายความโมโหของเราสองคน เพราะว่าเด็กคนนึงไม่สมควรที่จะได้รับอะไรมากไปกว่าที่เค้าเจออยู่ตอนนี้แล้ว แล้วเด็กบางคนเค้าก็พยายามที่จะสู้ด้วย ฉะนั้นสิ่งนี้มันคือของขวัญที่เค้าจะได้รับการชดเชยในสิ่งที่เค้าเคยเจ็บปวด” ณิรินเคยขออยากให้พ่อแม่มาเจอกันพร้อมหน้าบ่อยๆมั้ย?“ไม่ค่ะ ณิรินไม่ได้พูด จริงๆเคยมีถามเค้าว่าจะอยากให้เป็นยังไง เค้าบอกว่าก็ไว้ค่อยคุยดีกว่า ณ วันนี้สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้เค้าแฮปปี้แล้ว ถามว่าทุกวันนี้เค้าเข้าใจสถานการณ์ที่เป็นอยู่ของพ่อแม่มั้ย ทุกคนมองว่าเค้าเข้าใจ แต่เอาจริงๆเด็ก 11 ขวบ เค้าก็ไม่ได้เข้าใจเหมือนที่เราเข้าใจหรอก เค้าเพิ่งผ่านโลกมาแค่ 11 ปีเอง ไม่มีทางเข้าใจได้เหมือนเราค่ะ”.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่