จากวรรณกรรมขายดีเรื่อง “โชกุน” (Shōgun) ประพันธ์โดย เจมส์ คลาเวลล์ นักเขียนดังชาวออสเตรเลียผู้ล่วงลับ ถ่ายทอดเรื่องราวในญี่ปุ่นช่วง ค.ศ.1600 ที่นับเป็นจุดแห่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันการเมือง และสังคม ตอนนี้กลายมาเป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์ชื่อ “FX’s Shōgun” หรือเรียกสั้นๆ “โชกุน” ผลิตโดย FX Produc tions ในอเมริกา ชมได้แล้วทาง “ดิสนีย์พลัส ฮอตสตาร์” ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ที่ได้นักแสดงญี่ปุ่นฝีมือฉมังอย่าง ฮิโรยูกิ ซานาดะ มารับบทนำและควบตำแหน่งโปรดิวเซอร์ทั้งที “โชกุน” เลยยกทีมนักแสดงหลักทั้ง ฮิโรยูกิ ซานาดะ รับบท ไดเมียว โยชิอิ โทรานางะ ผู้ปกครองแคว้นคันโต, คอสโม จาวิส ดาราหนุ่มลูกครึ่งอเมริกัน-อังกฤษ รับบท จอห์น แบล็กธอร์น นักเดินเรือชาวอังกฤษ, แอนนา ซาวาย ดาราสาวชาวญี่ปุ่น ในบท ท่านหญิงมาริโกะ ล่ามที่นับถือคริสต์ และทีมผู้อำนวยการสร้างทั้งคู่สามี-ภรรยา จัสติน มาร์ค และ เรเชล คอนโดะ ที่พ่วงตำแหน่งนักเขียนบทซีรีส์เรื่องนี้ รวมถึง มิเคลา คลาเวลล์ บุตรสาวของ เจมส์ คลาเวลล์ มาตั้งวงคุยกับสื่อทั่วโลกที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศในกรุงโตเกียว ญี่ปุ่น เมื่อเร็วๆนี้ “โชกุน” นำเสนอเรื่องราวผ่านสายตาของ จอห์น แบล็กธอร์น ที่เรือแตกมาเกยชายฝั่งญี่ปุ่น โชคชะตาพัดพาเขาไปพบกับการเมืองอันเข้มข้นในยุคนั้น โดยเฉพาะศึกแย่งชิงตำแหน่ง “โชกุน” หรือผู้ปกครองทางการทหารที่สืบต่อกันมานับหลายร้อยปี แบล็กธอร์น ได้พบกับ ไดเมียวโยชิอิ โทรานางะ ผู้ปราดเปรื่องและใช้เล่ห์เพทุบายเอาตัวรอดจากศัตรูรอบตัว ที่ต่างแย่งชิงอำนาจสูงสุดเพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็น “โชกุน”พอนั่งกันพร้อมหน้า จัสติน มาร์ค เลยเปิดฉากคุยก่อนโดยยกย่องบทประพันธ์ชิ้นนี้ของ เจมส์ คลาเวลล์ ว่า “การดัดแปลงบทมาจากนวนิยายเรื่องนี้ทำให้เราได้สัมผัสกับวัฒนธรรมอื่น จิตวิญญาณที่เกิดจากหนังสือคือจิตวิญญาณของการเคารพซึ่งกันและกัน จิตวิญญาณแห่งการมองเห็นและขอบคุณที่ทำให้เรามาพบกัน ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยที่ได้ร่วมงานกับฮิโรยูกิ ซานาดะ และสิ่งที่กระตุ้นเราอย่างรุนแรงจากการร่วมงานกับฮิโรยูกิ ซานาดะ ก็คือแนวคิดที่ว่าถ้าเราจะสร้างเรื่องราวเกี่ยวกับตะวันออกพบตะวันตก เราจำเป็นต้องค้นหาภาษาใหม่ ภาษาที่ให้ความเคารพร่วมกัน” ด้าน เรเชล ก็เผยว่า “คือมันกลายเป็นความรับผิดชอบที่ค่อนข้างหนักสำหรับเราในฐานะนักเขียน ที่จะต้องเข้าถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่เป็นเครื่องหมายแห่งการเป็นตัวแทนเล่มนี้” ฝ่าย ฮิโรยูกิ ซานาดะ นักแสดงหนุ่มใหญ่ เล่าถึงบทบาทของตนเองใน “โชกุน” ว่า “นี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของผม ผมสนุกกับการเล่นบทบาทนี้มาก การเป็นโปรดิวเซอร์ก็เป็นประสบ การณ์ที่น่าทึ่งมากด้วยเช่นกัน ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องราวที่ดีที่จะนำเสนอวัฒนธรรมของเราให้โลกประจักษ์ ผมเลยพยายาม ทำให้เป็นจริงมากที่สุดในฐานะโปรดิวเซอร์ โชคดีที่เราหาคนทำงานที่เชี่ยวชาญด้านละครยุคซามูไรญี่ปุ่นได้ ผมเชื่อว่านี่จะเป็นก้าวสำคัญต่ออนาคต ทั้งตัวผม อุตสาหกรรม ผู้สร้างภาพยนตร์และนักแสดงชาวญี่ปุ่น” ขณะที่ คอสโม จาร์วิส ก็รู้สึกไม่ต่างกันกับดารารุ่นใหญ่แดนซามูไร กับการมีส่วนร่วมในซีรีส์เรื่องนี้ เขากล่าวถึงบท จอห์น แบล็กธอร์น ว่า “การที่เรือมาเกยตื้นในญี่ปุ่น แม้จะพบว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ก็คุ้นเคยกับผู้คนในยุคนั้นและวัฒนธรรมในยุคนั้นนะฮะ” และเมื่อถูกถามว่าได้ขอคำแนะนำจาก ฮิโรยูกิ ซานาดะ ผู้มีประสบการณ์ด้านการแสดงละครย้อนยุคของญี่ปุ่นมามากมายบ้างไหม จาร์วิส บอกทันทีว่า “แน่นอน ผมถามเขาหลายอย่างตลอดการทำงาน เขาเป็นคนที่มีอำนาจทุกอย่างในกองถ่ายและจะคอยชี้แนะเสมอยิ่งกับนักแสดงรุ่นน้องๆแล้ว ก็สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน ผมพูดคุยกับเขาบ่อยเกี่ยวกับสิ่งที่แบล็กธอร์นควรจะเรียนรู้”“ผมเคยเป็นส่วนหนึ่งของละครย้อนยุคของญี่ปุ่นมาตั้งแต่เด็ก ได้เรียนรู้มากมายจากรุ่นพี่ ผมก็เลยอยากจะแบ่งปันและส่งไม้ต่อให้กับรุ่นน้องๆ” ฮิโรยูกิ ซานาดะ เผยพร้อมกับบอกต่อไปว่า “นานกว่า 50 ปีเลยนะที่การเล่าเรื่องย้อนยุคในยุคญี่ปุ่นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เมื่อมีเรื่องราวย้อนยุคที่กลายเป็นความเป็นตะวันตกมากเกินไปและเป็นการเล่าเรื่องด้วยวิธีที่ดึงเอาประสบการณ์ เอาความรู้ที่อยู่ภายในของคนเล่ามาถ่ายทอด แฟนละครย้อนยุคจำนวนมากก็ไม่ยอมรับ นั่นเลยนำไปสู่ปัญหาด้านลบ แต่ตอนนี้กับคนรุ่นอายุยังน้อย ถ้าได้รับแรงบันดาลใจจากงานชิ้นนี้ อยากสร้างผลงานย้อนยุค ผมรู้สึกว่านั่นเป็นวิธีการตอบแทนอุตสาหกรรมในแบบของผม” ส่วน แอนนา ซาวาย เผยว่า “ฉันคิดว่านี่เป็นการแสดงที่แท้จริงและถูกต้อง เป็นงานที่แสดงให้เห็นประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ผู้คนของเรา ฉันรู้สึกตื่นเต้นเหลือเกินที่จะแบ่งปันสิ่งนี้กับคนญี่ปุ่น คือฉันรู้สึกว่าผู้หญิงเอเชีย ผู้หญิงญี่ปุ่น มักถูกจำกัดให้เล่นบทเซ็กซี่ ต้องยอมจำนน ฉันอยากเห็นความลึกมากขึ้น อยากเห็นตัวเองในตัวละครเหล่านี้ ก็ยากอยู่บ้าง แต่คิดว่าบท ‘มาริโกะ’ ได้แสดงให้เห็นการต่อสู้ภายในของผู้หญิงญี่ปุ่นจริงๆ สิ่งที่กำหนดเส้นทางของเรา ความเข้มแข็งที่แตกต่างและไม่เคยปรากฏให้เห็นในสื่อตะวันตกมาก่อน มันมีความหมายต่อฉันมากเลยนะ”ปิดท้ายด้วย มิเคลา คลาเวลล์ เผยความภูมิใจที่มรดกของบิดากลายมาเป็นซีรีส์ว่า “พ่อภูมิใจมากในผลงานของพ่อและสิ่งที่พ่อเขียน การที่ให้ความคุ้มค่ากับเงินที่ผู้อ่านซื้อหนังสือไป เป็นสิ่งสำคัญมากต่อพ่อในฐานะนักเขียนที่ทำงานที่มีคุณภาพและซับซ้อน ฉันภูมิใจและขอบคุณมากที่ทุกคนในที่นี้และคนอื่นๆอีกหลายร้อยชีวิต ทำให้ความฝันของพ่อเป็นจริง เพราะนี่เป็นเรื่องราวที่สวยงามและได้รับการถ่ายทอดอย่างงดงามจริงๆ”.เรื่อง: ศุภางค์ภัค เศารยะพงศ์อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่