เป็นตัวแม่ติ๊กต่อกอยู่ดีๆ สาว “โม–มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ” กลายเป็นไวรัลอีกครั้งหลังไปตอบคอมเมนต์คนที่เข้ามาถามว่า ทำไมต้องเรียก “ทุกคน” ทุกคลิป ว่าไม่อยากเรียกด้วยคำว่า “พวกมึง” หนีไม่พ้นดราม่า ซึ่ง โม เปิดใจว่าตอบไปตามความจริงและไม่สามารถควบคุมความคิดคนที่ไม่เข้าใจได้โม เผย เริ่มจาก ถามถึงกระแสตอบรับดีหลังจากที่โมมาทำยูทูบและติ๊กต่อก? “ดีค่ะ คงได้เห็นว่าจริงๆเราใช้ชีวิตแบบไหน ทำอะไร ชอบอะไร มันเหมือนคนเข้าถึงเราได้มากขึ้น ดูเค้าก็ชอบนะ เค้าดูว่าโมใช้สกินแคร์ตัวไหน ทำอะไร คนที่ตามส่วนใหญ่เป็นเรื่องบิวตี้ เมื่อก่อนโมเข้าใจว่าติ๊กต่อกต้องเต้น ซึ่งโมทำไม่ได้ หรือเป็นการลิปซิงก์ พอหลังๆเริ่มเปลี่ยนเค้าก็ออกมาพูดให้ความรู้พูดให้ปกติได้ แล้วมันก็เวิร์กค่ะ โมชอบเล่าเรื่อง มันก็ทำแบบไม่ฝืนใจและไม่รู้สึกเหนื่อยเลย”ดราม่าล่าสุดที่เกิดขึ้นกับโม เป็นเรื่องเดิมๆรู้สึกยังไง? “เราควบคุมความคิดคนอื่นไม่ได้ เมื่อก่อนจะนอยด์มากว่าทำไมคนนั้นคิดกับเราไม่ดี ทั้งๆที่เราไม่ได้ตั้งใจ แต่ตอนนี้โมรู้สึกว่าเราโฟกัสที่ความสุขของเราจากคนรอบตัวเรา ทำอะไรทำไปเถอะที่ไม่เดือดร้อนคนอื่น ไม่เบียดเบียนใคร คนไม่ชอบก็ไม่ชอบอยู่ดี มันไม่สามารถไปเปลี่ยนความคิดคนอื่นได้ เราเปลี่ยนความคิดตัวเองดีกว่าจะอยู่ยังไงให้เราไม่เป็นทุกข์”ตอนนี้เวลาทำอะไรยังกังวลกลัวจะเกิดดราม่าอยู่มั้ย? “คิดว่าไม่แล้ว คิดว่าคนเข้าใจแล้วนะคะว่าทำไมต้องเรียกว่าทุกคน (หัวเราะ) โมก็ตอบไปด้วยความจริงเลยค่ะว่าไม่อยากเรียกคำหยาบ เดี๋ยวก็จะมาด่าโมอีก ก็พยายามระวังทุกอย่างแล้วนะ แต่มันเหนือความควบคุม”เคยเกร็งๆกับการใช้ชีวิตเพราะกลัวว่าจะทำให้คนไม่พอใจ? “ใช่ แต่สุดท้าย อย่างที่โมบอก เราเปลี่ยนความคิดหรือไปควบคุมความคิดคนอื่นไม่ได้ เราเปลี่ยนความคิดเราดีกว่าจะอยู่ยังไงให้เรามีความสุขและไม่เบียดเบียนชาวบ้าน”ตอนที่เป็นดราม่าอีกแล้วใจคิดว่าเอาอีกแล้วเหรอมั้ย? “ก็นิดนึง มันไม่ใช่นอยด์เหมือนครั้งก่อนๆ แล้ววันนั้นโมยุ่งด้วย ไปหาหมออยู่ก็เลยไม่ได้โฟกัสเท่าไหร่ (ยิ้ม) วันนั้นอย่างเดียวที่โมติดใจคือเรื่องรูปที่ลงหน้าโมมันร้ายกาจ ก็พยายามเข้าใจ พอเห็นรูปตัวเองในข่าว อ้าว หน้าชั่วอีกแล้ว (ยิ้ม) แต่เวลาทำคลิปโมก็จะไม่ฝืนหน้าตัวเองแล้ว ทำไปด้วยความธรรมชาติของเราค่ะ”ตอนที่ต้องฝืนๆตัวเองชีวิตโมมันเศร้ามากมั้ย? “มันไม่ได้ฝืนมากหรอกแต่ก็แค่ระแวงไปหมด ระวังไปหมด มันเหมือนคนที่ไม่รู้จะวางมือตรงไหน มันเป็นทุกข์นะ ก็เลยใช้ชีวิตให้มีความสุขไม่เดือดร้อนใคร จริงๆการที่ไม่ต้องเล่นโซเชียล พอได้มีจุดที่ได้พัก มันก็มองว่าเป็นความสุขได้เหมือนกัน” แต่ช่วงหลังเวลาเราเจอดราม่าไม่ได้โดนโจมตีอย่างเดียว แต่อีกมุมก็มีคนที่เข้าใจเรามากขึ้น? “โมว่าคนสมัยนี้เค้าแยกแยะได้ ไม่ได้มองโลกด้านเดียว โมเลยรู้สึกดีนะ การที่มีอะไรแบบนี้โมว่าทำให้คนในสังคมอยู่ ร่วมกันได้อย่างมีความสุข”มีฟีดแบ็กคนมาคอมเมนต์ว่าก่อนหน้านี้เคยไม่ชอบแต่ตอนนี้เข้าใจเรามากขึ้น? “มีเข้ามาคอมเมนต์เลยนะว่าเมื่อก่อนเคยไม่ชอบแต่เดี๋ยวนี้ชอบแล้ว ก็ยินดีที่คนชอบเรา มันผ่านมาหมดแล้ว”ถามถึงความรักตอนนี้? “ก็ดีค่ะ แฮปปี้ดี ไม่มีอะไรหวือหวา โมเป็นคนที่ไม่ได้บังคับตัวเองว่าจะต้องลงรูปและเค้าก็เป็นเหมือนกัน แต่มีอะไรพิเศษหรือรู้สึกว่ามันน่ารักก็ลง เพราะว่ามันน่ารักดี ความรักของโมตอนนี้ก็เปลี่ยนไป ไม่ได้เป็นคนคิดเยอะแล้ว ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว โฟกัสแค่เรามีความสุขกับชีวิตเราก็พอ เมื่อก่อนจะเอาชีวิตเราไปอิงกับคนอื่น การมีเค้ามันมีความสุข แต่ถ้าเรารักตัวเอง การที่ไม่มีคนอยู่ข้างเราเราก็จะอยู่ได้ ความรักไม่เหมือนสมัยเด็กๆ”ความรักครั้งนี้เติมเต็มอะไร? “ไม่ได้มาเติมเต็มเพราะว่าเราเติมเต็มตัวเองแล้ว แต่การที่มีคนข้างๆที่ดี คอยเตือนเหมือนคนในครอบครัวถ้าเรามีคนดีๆรอบตัว ชีวิตเราก็จะดีค่ะ” คิดเรื่องแต่งงานมีครอบครัวมั้ย? “คิดบ้าง แต่โมไม่ได้รีบ เอาที่พร้อม เกิดขึ้นก็คือเกิดขึ้น ไม่ต้องวางแผน วาดฝัน โมเองก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับเค้า หรือโมอาจจะโฟกัสกับปัจจุบันว่าโมทำงานอยู่ ถ้าวันนึงมันดีก็ดี ถ้าวันนึงมันไม่ได้ก็คือไม่ได้”.อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่