กระหึ่มวงการเพลง! กับวันนี้ที่รอคอยของศิลปินเกาหลีชื่อดังสัญชาติไทย “แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” หรือ “แบมแบม GOT7” ที่เติบโตสั่งสมประสบการณ์ในเส้นทางดนตรีจนมาถึงวันที่ได้จัดเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกกับงาน “2023-2024 BamBam THE 1ST WORLD TOUR [AREA 52] in BANGKOK” ในวันที่ 28 ต.ค.66 เวลา 17.00 น. ที่ธันเดอร์โดม สเตเดียม เปิดขายบัตรในวันที่ 10 ก.ย.66 ตั้งแต่ 10.00 น. ทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา ก่อนถึงวันนั้น “ทีมข่าวบันเทิง” คว้าตัว “แบมแบม” มาเปิดหัวใจผ่านถ้อยคำที่ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจ รวมทั้งมุมมองที่มีต่อแฟนๆให้เหล่าอากาเซ่ หรือชื่อแฟนคลับวง GOT7 ได้ชื่นใจว่าพวกเค้ารักคนไม่ผิด!! เริ่มจาก... สำหรับ “แบมแบม” คำว่าเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกมันมีความหมายกับเราแค่ไหน?“มันเหมือนการเติบโตขึ้นอีกขั้นหนึ่ง เราเคยมีเวิลด์ทัวร์แบบวงมา 3 รอบ ผมก็เป็นเมมเบอร์คนสุดท้ายมีเพิ่งเริ่มมีเวิลด์ทัวร์เดี่ยว เพราะผมอยากออกอัลบั้มในครบ 3 อัลบั้มก่อน สำหรับผมมันก็ถือว่าเป็นเป้าหมายสูงสุด นับจากวันที่เริ่มโซโล่มาถึงตอนนี้ และถ้าเกิดเวิลด์ทัวร์เสร็จแล้วอาจจะมีเป้าหมายต่อๆไปครับ”การเตรียมตัวกับเวิลด์ทัวร์ครั้งนี้ เตรียมพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจอย่างไร?“การเตรียมตัวก็ซ้อมมาเรื่อยๆครับ ผมเริ่มกลับมาออกกำลังกายแล้ว ส่วนเรื่อง “ใจ” ยอมรับว่ามีความกดดันและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน ก็พยายามสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง ถ้าเรามั่นใจเราก็ส่งพลังให้คนดูได้”ได้ยินว่าแบมแบมได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับคอนเสิร์ตครั้งนี้เยอะ เปิดประสบการณ์ใหม่ๆอะไรให้ตัวเองบ้าง?“ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับงานเบื้องหลังเยอะ รอบนี้พอเป็นเวิลด์ทัวร์ครั้งแรกกับค่ายใหม่ของผมคือค่าย ABYSS เค้าก็ให้ผมมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มแรกและเกือบทุกเรื่อง ไปจนถึงเรื่องเบเนฟิตของงานหรือแม้แต่ผังเวที เรื่องราคาบัตร เรื่องโชว์ก็ให้ผมทำไปเลยเกือบทุกอย่าง แต่ก็มีทีมคอยซัพพอร์ตในทุกด้าน มันยิ่งทำให้ผมเข้าใจคนที่เค้าจะมาดูมากขึ้น รอบนี้ผมได้ลงมาดูเอง จากคนที่แสดงบนเวทีเราก็จะรู้ว่าคนดูอยากได้อะไรมากที่สุดและอยากดูอะไร ก็มีทีมคอยช่วยกัน”อยากสื่อสารอะไรกับแฟนๆกับคอนเสิร์ตครั้งนี้?“หลายอย่างครับ หลายๆครั้งที่เห็นหลายคอนเสิร์ตราคามันอัปเกินไปจนหลายๆคนแตะต้องได้ยาก แต่สำหรับผมครั้งนี้มันเป็นเวิลด์ทัวร์ครั้งแรกของผม ผมอยากให้เป็นเหมือนเฟสติวัลที่แฟนๆมาร่วมฉลองกันมากกว่า อยากจัดเกณฑ์ของราคาบัตรและเบเนฟิตทุกอย่างให้อยู่ในเกณฑ์ของ 6-7 ปีที่แล้ว ซึ่งทุกคนน่าจะเข้าถึงได้ แต่โชว์ที่ออกมาอยากให้ออกมาเกินคุ้มกับค่าบัตร อยากให้ทุกคนแฮปปี้” อยากให้แฟนๆได้เห็นอะไร? “อยากให้เห็นความจริงใจของผม ค่าย ABYSS ของผม และผู้จัด ไอมี่ไทยแลนด์ และอยากให้เห็นศักยภาพ 2 ปีครึ่งที่ผมทำโซโล่มาว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างและมีด้านไหนที่เติบโตขึ้นบ้าง”กับการได้จัดคอนเสิร์ตเดี่ยวใหญ่ในประเทศไทยบ้านเกิด ตื่นเต้นเป็นพิเศษมั้ย?“ตอนนี้มันอีก 2 เดือน ความตื่นเต้นเลยยัง แต่ผมว่าวันกดบัตรนี่ล่ะผมอาจจะตื่นเต้นถ้าผลออกมาตามที่ผมวางแผนไว้จริงๆ”แต่แฟนๆตื่นเต้นตั้งแต่วันแรกก่อนเราอีกนะ?“(ยิ้ม) อันนั้นก็ต้องขอบคุณมากๆเลยครับ ขนาดยังไม่มีข้อมูลอะไรเลย เค้าก็รอคอยพร้อมหน้าพร้อมใจที่จะมากันแล้ว ขอบคุณหลายๆคนที่เชื่อในตัวผม”ได้เห็นความคึกคักและการเตรียมตัวทั้งการแต่งตัวต่างๆของแฟนๆมั้ย?“ผมมองว่ามันเป็นอีเวนต์เล็กๆที่เค้าสามารถเอนจอยไปกับคอนเสิร์ตได้ การที่เค้าแต่งตัวเข้าธีมมาก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ทำให้เค้ารู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของโชว์ ถามว่าอยากให้แต่งตัวธีมอะไร ผมก็บอกว่าไม่ได้มีจัดสีจัดอะไร แค่ส่งคีย์เวิร์ดว่าเอเลี่ยนให้ (หัวเราะ)”วันนี้แบมแบมกำลังจะมีเวิลด์ทัวร์ เพื่อนๆใน GOT7 ให้กำลังใจอย่างไรบ้าง?“เอาจริงๆทุกคนก็ให้กำลังใจกันหมด ถ้าอยากรู้ว่าเมมเบอร์เค้าซัพพอร์ตและให้กำลังใจผมมากขนาดไหน รอดูในเวิลด์ทัวร์ เพราะผมพูดมากไม่ได้ (ยิ้ม)”ได้คุยอัปเดตชีวิตกันบ่อยมั้ย ส่วนใหญ่เรื่องที่คุยกันคือเรื่องไหนเป็นพิเศษ?“ก็มีคุยเรื่องงานกันบ้าง เรื่องดนตรี เอาเพลงให้ฟังแลกเปลี่ยนกัน ด้วยสไตล์การทำเพลงโซโล่ของแต่ละคนมันฉีกแนวกันมาก เวลาเจอกันก็จะบอกว่ายูมีอะไรให้ไอช่วยมั้ย มีอะไรก็อยากจะช่วยกัน ถ้าเจอกันก็พยายามที่จะคลายเครียด”เราได้เห็นเสมอว่าแบมแบมมีความใกล้ชิด ไปพูดคุยกับแฟนๆบ่อยในโซเชียล รวมทั้งเปิดรับความเห็นต่างๆ เช่น ทำผมทรงไหน หรือแม้แต่เรียกแฟนๆกลับด้อม ยิ่งทำให้เป็นที่รัก อะไรทำให้เราอยากเข้าถึงแฟนๆแบบนี้?“เรียกกลับด้อมก็ไม่เห็นเคยกลับมาเลย (ยิ้ม) คือส่วนตัวที่ผมรู้สึก การที่ผมมีโซเชียลมีเดียของตัวเอง ผมก็อยากใช้มันให้คุ้มค่าที่สุด อยากสื่อสารกับแฟนคลับ อยากให้เค้ามีส่วนร่วมกับเราให้ได้มากที่สุดเพราะการที่ถ้าเราแค่บอกว่าวันนี้มีโชว์ครับมาดูหน่อย แบบนั้นผมว่ามันเสียดายเวลา แทนที่เราจะสามารถสนุก และให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม ผมเลยพยายามจะแชร์โมเมนต์ แต่อันไหนที่ต้องกั๊กไว้ ก็กั๊กไว้จริงๆ ไม่หลุดครับ (ยิ้ม)” หลายคนบอกว่า “แบมแบม” เป็นศิลปินที่ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นคนในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นทีมแม่ ทีมแฟน ทีมเลือกไม่ได้แบบทีมแฟ่ เรารู้สึกแบบนั้นมั้ย?“สำหรับผมแต่ละประเทศแฟนคลับก็จะคนละสไตล์กัน อย่างในประเทศไทยจะมีความเป็นแม่มาก เพราะเค้าเห็นผมมาตั้งแต่เด็ก สิ่งที่เค้าทำมาคือเค้าเลี้ยงผมเหมือนเค้าเลี้ยงจริงๆ ก็มาคุยเรื่องงานของเราตลอด แบบว่า วันนี้ทำดีนะ ผมทรงนี้มันยังไม่ใช่ ลองทำทรงนั้นมั้ย”เรียกได้ว่าอารมณ์แม่ดูแลลูก?“ใช่ครับ คือที่ประเทศ ไทยจะมีความเป็นคุณแม่เป็นพิเศษ แต่ถ้าในต่างประเทศจะไม่มีความเป็นคุณแม่ เป็นแฟนหมด สมมติไปอเมริกา หรือล่าสุดที่ไปเม็กซิโก ผมก็จะเข้าโหมด manly ร้อยเปอร์เซ็นต์ อยู่เมืองไทยก็จะอ้อนๆแต่ไปอยู่ที่นั่นจะอีกแบบ”กลับเมืองไทยครั้งนี้มีอะไรที่อยากทำเป็นพิเศษมั้ยหรือได้กินเมนูใหม่ๆ?“เรื่องกินก็ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ แต่ที่ใหม่สุดๆครั้งนี้คือได้ไปออกรายการเดอะโกสต์ เรดิโอ ซึ่งผมเป็นแฟนรายการเค้ามา 5 ปีเต็มๆ และได้เจอพี่แจ็คเป็นครั้งแรก ได้ทำสถิติใหม่ให้เค้า เราแฮปปี้ทั้งคู่ ก็ต้องขอบคุณเพราะแฟนๆเดอะโกสต์ก็รับรู้ได้ว่าผมเป็นแฟนคลับรายการนี้จริงๆ”เวลาที่ได้เห็นแฟนๆซัพพอร์ตในทุกเรื่องไม่ว่าจะใหญ่หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆ เช่น คิ้วแตก อากาเซ่ก็เจ็บไปที่ใจ พลังเหล่านี้เพิ่มเอเนอร์จี้ดีต่อใจเราแค่ไหน?“มันเป็นพลังบวกให้ผม เวลาเค้าเป็นห่วงผม ซึ่งสิ่งที่มันเข้ามาในหัวตลอดคืออยากตอบแทน เวิลด์ทัวร์รอบนี้เลยถือเป็นการตอบแทนทุกสิ่งที่ทุกคนให้ผมมาในตลอดหลายๆปี ผมก็พยายามจะให้พวกเค้ากลับไปให้ได้มากที่สุด”เส้นทางศิลปินของแบมแบมถึงวันนี้ก็ผ่านอะไรมาเยอะ จนถึงวันที่ได้รับการยอมรับในหลายประเทศ รวมทั้งเกาหลี ได้รับความรักและการสนับสนุนมากขึ้นเรื่อยๆรู้สึกอย่างไรกับวันนี้?“ก็ต้องขอบคุณแฟนคลับที่เค้าไม่ไปไหน ผมพูดจริงๆว่าถ้าผมทำเพลงออกมาไม่มีคนฟังก็ทำไปทำไม ขอบคุณที่ยังมีคนซัพพอร์ตเราอยู่เรื่อยๆ ตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าแฟนๆมากขึ้นหรือลดลงหรือเท่าเดิม สำหรับผมรู้สึกว่าได้รับการยอมรับมากขึ้นในหลายประเทศที่ไป โดยเฉพาะที่เกาหลีในช่วงนี้ หลังจากที่ไปออกรายการ เวลาอยู่เกาหลีก็มีคนรู้จักมากขึ้น ก็ดีใจครับ”ตอนเด็กๆเราก็มีแรงบันดาลใจจากศิลปินต่างๆ วันนี้แบมแบม ได้เป็นแรงบันดาลใจในด้านความมุ่งมั่นตามฝันของคนจำนวนมาก เช่น ล่าสุดน้องรถตู้วาดรูปให้ รู้สึกอย่างไร?“ตอนเด็กๆผมมีหลายๆศิลปินเป็นแรงบันดาลใจแต่ผมรู้สึกว่าผมไม่ได้มีโมเมนต์หรือเข้าใกล้ถึงพวกเค้า พอผมได้เห็นในรายการที่น้องเค้าวาดรูป ผมรู้สึกดี อยากทำอะไรสักอย่างให้เค้ารับรู้ว่าผมได้รู้แล้ว ผมเลยลงสตอรีให้เค้า ผมดีใจว่าวันนี้ผมได้มาอยู่ในจุดที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นเหมือนกับที่ผมมีคนอื่นเป็นแรงบันดาลใจให้ผม แต่มากกว่านั้นคือผมอยากให้เค้าสามารถรับรู้ และเข้าใกล้เราได้มากขึ้น”.เรื่อง: สุภลัคน์ วุฒิกรีธาชัย