เจอดราม่าบ่อยในโลกทวิตเตอร์ ทำเอาหนุ่มอารมณ์ดี โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน ถึงกับขอเลิกเล่นไปเลยเพื่อความสบายใจ เจอ โอ๊ตเลยถามถึงกรณีล่าสุดที่ทำให้แฮชแท็ก #โอ๊ตปราโมทย์ กลับมาอีกรอบ?“หมายถึงดราม่าที่ผ่านมาสบายมาก ชินแล้ว (หัวเราะ) จริงๆ เป็นเรื่องเข้าใจผิดมากกว่า ตอนกลางวันผมกับน้องเอก ฮาร์ดร็อคเกอร์ พี่เผือกและน้องปอเต้ เป็นตัวแทนคนไทยไปแข่งกอล์ฟ พอแข่งเสร็จแล้วตอนเย็นน้องก็เลยชวนมาเล่นเกมกัน ผมก็ไม่เคยเล่น พอเข้าไปเล่นก็เป็นซีนแนะนำตัวทีละคน แล้วคาแรกเตอร์ในเกมจะมีไข่ดาวแปะหัวแต่ละคน ผมเห็นแบบนั้นก็พูดว่ามีไข่ดาวอยู่บนหัวพี่ขอจับไข่หน่อยครับ แค่นี้เลยคนเอาไปตีความว่าเป็นการคุกคามทางเพศ แต่ผมรู้สึกเฉยๆ เพราะเราไม่ได้มีเจตนาไม่ดีอยู่แล้ว เรารู้ว่าขอบเขตของการเล่นได้แค่ไหน อีกอย่างคนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกันก็ไม่ได้มีใครเดือดร้อน นอกจากบุคคลที่ 3 ที่ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ด้วย”รู้สึกยังไงที่เวลาเราพูดสองแง่สองง่ามแต่คนมองแง่ลบ? “สบายมาก ผมชินแล้ว (ยิ้ม) ตอนนี้ทวิตเตอร์ผมไม่ได้เล่นเลย ไม่มีการเคลื่อนไหวไป 30 วัน ถ้ากลับมาแล้วเรายังไม่โอเคก็อาจจะเว้นไปอีก 1 ปี”เหตุผลที่ไม่เล่นเป็นเพราะอะไร? “ผมรู้สึกว่าเราโตขึ้น ในวัยที่เราอายุขนาดนี้แล้ว เรามีจุดมุ่งหมายในชีวิตชัดเจน มีเจตนาในการทำงานชัดเจน ไม่ว่าทุกๆอย่างอะไรที่ขึ้นรอบตัวเรา เป็นสิ่งที่เราคัดกรองแล้วว่าโอเค คือผมเป็นคนมีเส้นของตัวเอง ฉะนั้นการที่คนอื่นเอาเส้นของคนอื่นมาตัดสินเรา แล้วมาด่าโดยที่เราไม่รู้ว่าเค้าเป็นใคร ผมรู้สึกว่าเราไม่ควรอยู่ในสถานที่ที่คนจะด่าโดยที่ไม่มีเหตุผล แล้วมานั่งคุยกันตอนนี้กลายเป็นว่าทุกคนใช้เรื่องของความรุนแรงทางเพศ ใช้การบูลลี่เป็นอาวุธในการโจมตีคนอื่น ชอบไม่ชอบไม่รู้ ขอด่าไว้ก่อน และพยายามประดิษฐ์คำพูดต่างๆเพื่อจะว่าคนนั้นคนนี้ ฉะนั้นเราเองรู้สึกว่าเหตุการณ์ตอนนั้นเราไม่ได้เจตนาไม่ดี แล้วก็รู้สึกว่าไม่อยากให้คนมานั่งด่า เลิกเล่นดีกว่า”คำพูดนี้ทำให้หลายคนเข้าใจผิดต่อไป มันทำให้เราต้องระวังคำพูดของเรามากขึ้นมั้ย? “ผมเป็นแบบนี้ ระวังไม่ได้หรอกครับ อยู่ที่ว่าทุกคนจะชอบหรือไม่ชอบมันเท่านั้นเอง ผมไม่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก็ยังมีคนที่ชอบเราที่เราเป็นลักษณะแบบนี้ ฉะนั้นผมก็ต้องเคารพคนที่เค้ารักเราด้วย”พอปิดไปมันสบายใจขึ้นมั้ย? “สบายครับ หลังๆผมไม่ค่อยได้เล่นอยู่แล้ว จริงๆเพื่อนศิลปินในวงการ หรือดาราหลายคนก็เลิกเล่นไปหลายคน บางทีมันก็กระทบกับจิตใจเหมือนกัน ไม่ใช่ทวิตเตอร์ไม่ดีนะ ทวิตเตอร์ก็ดี ทุกคนสามารถเข้าไปเสพข่าวต่างๆได้รวดเร็ว แต่บางทีมันก็ถูกใช้ผิดวิธีไปนิดนึง”ยอมรับว่าตอนแรกเราก็รู้สึกเหมือนกันกับการที่ถูกวิจารณ์จนติดเทรนด์ทวิตเตอร์? “ก่อนหน้านี้รู้สึกเยอะเลยครับแต่ตอนนี้เฉยๆแล้ว พอเห็นปุ๊บก็เลิกเล่นเลย เพราะจริงๆผมแพลนไว้ว่าปีหน้าจะเลิกอยู่แล้วแต่พอมันมีเหตุการณ์นี้ก็เลิกเร็วขึ้น”มีแพลนจะเลิกเล่นโซเชียลอื่นๆ มั้ย? “ผมว่าที่อื่นเค้าไม่ค่อยมีปัญหา อย่างในแอปพลิเคชันอื่น มันต้องมีการยืนยันตัวตนอะไรหลายๆอย่าง ก็รู้สึกว่าคำพูดอาจจะดีมากกว่า”มีไดเรกต์ในไอจีมั้ย? “ไม่มีครับ แปลกมาก ที่อื่นไม่มีใครด่าผมเลย ชิลๆมาก ก็เลยงงมาก แต่สุดท้ายแล้วทุกๆ แอปพลิเคชันมันมีข้อดีและข้อเสียของมัน ก็อยากให้ทุกคนใช้มันในทางที่ถูกต้องและเหมาะสม”เคยคิดที่จะฟ้องบ้างมั้ย? “ไม่เคยครับ แต่แคปไว้หมดเลย คือไม่คิดจะฟ้อง แต่แคปเอาไว้ หนึ่งเป็นเครื่องเตือนใจ สองถ้าฟ้องจริงๆ ผมก็อาจจะออกจากวงการไปเลย เพราะผมก็จะฟ้องแบบรวยๆ เยอะๆ ผมก็จะไปซื้อบ้าน ซื้อของ ซื้อรถ ก็สนุกดี แคปไว้เยอะมั้ยโอโหเป็นร้อยครับ ตั้งแต่เหตุการณ์แรกๆ ผมแคปไว้หมดเลยทุกอันที่ด่า อันไหนหยาบคายผมแคปไว้หมด ผมไม่ได้ขู่ ถ้าฟ้องผมฟ้องไปแล้ว ผมยังไม่ได้ฟ้อง แต่เคยมีความคิดเหมือนกัน แต่พอมันผ่านไปแล้ว เราโตขึ้น เราพยายามคิดถึงตัวเองถ้าในวันหนึ่งที่เราเป็นเด็กเราอาจจะทำแบบนี้มั้ง ก็เลยไม่เป็นไร หยวนๆสนุกๆครับ”หลายคนมองว่ายิ่งมีดราม่า ยิ่งดัง เรามองว่ายังไง? “ถ้าดังแล้วด่าเยอะๆก็ไม่ไหวครับ ไม่มีใครโอเคกับการโดนด่าหรอก คือโดนตำหนิได้ แต่พอมันใช้คำว่าด่ามันมากกว่านั้น”.