เกิดอาการตาพองโตเท่าไข่ห่าน จ้องตาไม่กะพริบไปตามๆกัน หลังจาก จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข นักแสดงสาวเจ้าบทบาท โชว์ศักยภาพ “มืออาชีพ” ในละคร “นางมาร” ทางช่อง GMM25 ร่ายเสน่ห์ยั่วยวน ไนกี้ นิธิดล พระเอกหนุ่มรุ่นน้องจนลุ่มหลง เจอหน้าเกิดอาการร้อนรุ่ม จนต้องเสิร์ฟเลิฟซีนนัวๆ รัวๆ เพื่องาน จั๊กจั่น ไม่หวั่นเปลืองตัวพร้อมใส่เกียร์เดินหน้าเต็มที่ เรียกว่าในจอ “ผู้” พุ่งเข้าใส่แต่นอกจอก็ไม่แห้งแล้งเพราะยังมีคนเข้ามาคุยๆ ส่วนหนุ่มคนไหนจะเข้าวินต้องฟังจากปากเธอเอง ใน “คนดังนั่งคุย”บทของจั่นในนางมารอย่างแซ่บเลย“เป็นเรื่องที่มีฉากเลิฟซีนที่หวือหวาที่สุดเท่าที่เคยเล่นมา แต่เป็นเลิฟซีนกับคนคนเดียว กับไนกี้ ไม่ได้เป็นพริ้งที่มีอะไรกับหลายคน เราเป็นคนในอดีตที่จะมาทวงถามสมบัติคืน ตอนแรกเรายังระลึกไม่ได้ว่าพระเอกคือคนรักเก่าของเรา เราเลยต้องทำทุกทาง มนตร์สะกด ยั่วยวน ในบทอ่านตอนแรกหวือหวามาก แต่พอถ่ายทำจริงๆ ด้วยภาพ ด้วยแสง ออกมาอาร์ตๆไม่ได้ดูน่ากลัว รุนแรง”พอเจอบทเลิฟซีนมาเต็มที่มากรู้สึกยังไง“ตอนแรกจั่นก็ตกใจเหมือนกัน ยังแอบคิดเลยว่าอาบี (ผู้จัดการ) มีความในใจอะไรหรือเปล่าหรืออยากเล่นเอง เพราะตอนพริ้งเค้าชอบมาก เป็นบทประพันธ์ในใจของอาเลยนะ ตอนถ่ายอาบีจะชอบลวนลามพระเอกของหนูทุกคน (หัวเราะ)”ถือว่าเป็นบทยากกว่าที่เคยเล่นหรือเปล่า“ในแง่ของระดับอารมณ์ ระดับการทำการบ้านถือว่าไม่ค่ะ เจอพริ้งคนเริงเมือง, คือหัตถาครองพิภพ คือยากสุดเพราะมันมีหลายพาร์ต แต่เรื่องนี้มาทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สมบัติคืน มาหลอกอะไรมากกว่า ไม่ได้มีมิติพัฒนาของอารมณ์มากแต่จะยากตรงเครื่องทรงการแต่งตัว เป็นเรื่องแรกที่จั่นแต่งตัวสไตล์นี้ ใส่ผ้าแถบทั้งเรื่อง กลัวนั่งๆขอบชีสออกการบ้านที่หนักคือการออกกำลังกาย กลายเป็นตอนนี้ผอมที่สุดในชีวิต”การใส่ผ้าแถบเป็นอุปสรรคของการถ่ายทำมั้ย“ปกติก็ใส่แต่จะเป็นชุดทาส ที่เล่นกับทางช่อง 7ไม่ได้ยากมาก ลิขิตริษยา เป็นชุดสมัย ร.7 ไม่ได้ยาก ไม่ได้มีเครื่องทรงอะไรแบบนี้มากมาย แต่เรื่องนี้กังวลทั้งบนหัว กลางตัวด้วย เวลาเลิฟซีนด้วยชุดนี้หัวก็ทิ่มหน้าไนกี้ ตอนหลังคุยกันเป็นฉากแบบนี้ก็ถอดเครื่องบนหัวออกก่อนแล้วกันเพื่อความสวยงามและสะดวกต่อการถ่ายทำ ไม่อย่างนั้นทำร้ายหรือบาดเจ็บได้ จะกังวลการแต่งกายชุดจะหลุดหลายอย่างเราไม่ชิน ไม่คิดจะถึงจุดตรงนี้ได้ ที่อยากเล่นเพราะไม่เคยแต่งตัวอะไรพวกนี้ด้วย อยากลองดู เราไม่เคยเล่นละครแนวนี้ แล้วพี่ฉอด (สายทิพย์ มนตรีกุล) ก็ไม่เคยทำละครสไตล์นี้ เคยร่วมงานกับเชนจ์ คลับฟรายเดย์ แต่ไม่เคยร่วมงานละครยาว เรียกว่าได้ลองอะไรใหม่ๆที่ยังไม่เคยทำในการนุ่งเครื่องทรงแบบนี้ จะเข้าแค่กับไนกี้และกระติ๊บบ้าง ไม่ได้เข้ากับคนอื่นๆหลายคน แอบเสียดายบ้างเพราะเรื่องนี้มีนักแสดงเก่งๆหลายคน พี่รัดเกล้า อยากเล่นด้วยแต่ไม่ได้เข้าฉากด้วย วนเวียนกับไนกี้มากกว่า” เรื่องนี้ได้ร่วมงานกับสาวเซ็กซี่หลายคนทั้งใหม่ สุคนธวา, กระติ๊บ ชวัลกร ซึ่งเราจะมีต้นทุนมาน้อยกว่าเพื่อนเลย“จริงๆ กระติ๊บอาจจะพอๆกับจั่นนะ (หัวเราะ) แต่ใครๆก็สู้น้องใหม่ไม่ได้หรอก โชคดีที่ไม่ได้เข้าเฟรมด้วยกันเลยยังโอเค”กลัวการเปรียบเทียบเรื่องไซส์“จั่นไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่เพราะน้องใหม่จะไปเข้าฉากกับพี่ตฤณ จั่นจะเข้ากับไนกี้ มันก็โอเคอาจจะเป็นเล็กพริก ขี้หนูไปก็ปลอบใจตัวเองค่ะ”เจอสาวเซ็กซี่ไม่ทำให้เราเสียความมั่นใจใช่มั้ย“ไม่นะคะ เฉยๆ ปกติ เพียงแต่ว่าเรารู้สึกเวลาเค้าแต่งตัวดูน่ามองจริงๆ เซ็กซี่มากถ้าให้หนูไปนุ่งแบบใหม่ก็ไม่น่าจะไหว หนูคงต้องออกกำลังกายอย่างหนัก”>> อ่านเรื่องย่อนิยายทุกเรื่อง คลิกที่นี่ <<พอเห็นใหม่มาตู้มมากทำให้เราอยากมีบ้างมั้ย“ไม่ไหวค่ะ พอดีๆตัวแล้วกัน”การร่วมงานกับไนกี้และกระติ๊บ เป็นอย่างไรบ้าง“เป็นครั้งแรกที่จั่นเล่นละครกับไนกี้ ก่อนหน้านี้เจอกันงานแฟชั่น ด้วยความ ที่พอมาเจอกันมีเลิฟซีนเยอะเลยทำให้สนิทกันง่ายขึ้น พอเจอฉากปราบเซียนแล้วเลิฟซีน จั่นถือว่าทำให้สนิทกันคุ้นเคยกัน หลังจากนั้นสบายๆ เพราะเกือบทุกวันที่เข้าฉากด้วยกันมีเลิฟซีนหมด”ตอนนี้โตแล้วเลิฟซีนได้“เลิฟซีนได้ สบายใจ ไม่ต้องกังวลอะไร ตอนแรกเราจะกังวลภาพจะออกมาน่าเกลียดมั้ย พอดูจากที่ถ่ายไปแล้ว ด้วยแสงไม่ได้ออกมาน่ากลัวเลยวางใจได้” ชีวิตจั่นมีแต่เรื่องงานอย่างเดียวรึเปล่า“จั่นเป็นคนไม่ค่อยมีอะไรหวือหวา ชีวิตไม่ได้หวือหวาอะไรอยู่แล้ว ไลฟ์สไตล์ไม่ได้หวือหวา ชอบและมีความสุขแบบนี้มากกว่า ทำงานเหนื่อยทุกวัน ถ้าวันหยุดก็จะพักอยู่กับบ้าน เล่นกับหมาแมว ทำผมทำเล็บดูแลตัวเอง นี่คือความสุขของจั่น ตุ๊กตาก็ยังเล่นอยู่ คือมีกิจกรรมเป็นของตัวเองเยอะก็เลยไม่รู้สึกต้องออกไปหาอะไร แฮปปี้กับชีวิตทุกวันนี้ บางคนเห็นทำโน่นนี่นั่นตลอด เรารู้สึกเหนื่อยนะ แต่ละคนเค้าอาจจะชอบแบบนั้น ด้วยหน้าที่การงานแต่เราแบบนี้โอเค ไม่ได้เครียด เค้าหวือหวามีงานตลอดแต่เรามีเรื่อยๆ ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ถ้าจะให้ทำอยู่ในกระแส ไม่ใช่เรื่องจริงเราก็ไม่ไหวเหมือนกัน ไม่ใช่ตัวเรา เพราะจั่นค่อนข้างเป็นตัวของตัวเอง ไม่ชอบทำอะไรที่ไม่ใช่เพราะรู้สึกการเล่นละครเราก็ต้องเป็นตัวละครตัวนึงแล้ว”หลังๆจะเห็นจั่นกล้าแต่งตัวกล้าเซ็กซี่มากขึ้น“ชีวิตประจำวันก็ไม่ได้แต่งตัวโป๊นะ ถ้าไปงานเป็นธรรมดาอยากโชว์ในลุคที่แปลกออกไป เสื้อผ้าต้องยอมรับเสื้อผ้าชุดไหนเห็นเชฟมันก็จะสวย เมื่อก่อนจะมิดชิด เดี๋ยวนี้โตแล้วแม่ไม่ว่า เมื่อก่อนมันรัด อาจจะเป็นเพราะยุคสมัย ความคิดที่เปลี่ยนไป ไม่ได้โป๊ มีลิมิตเราได้แค่ไหน ก็เลยไม่ได้ซีเรียสอะไร”วิถีนักแสดงอิสระเป็นอย่างไรบ้าง“ทำให้เราได้โอกาสเลือกมากขึ้น คนรู้ว่าเราทำอะไรได้มากขึ้นนอกจากเล่นละครอย่างเดียว ที่ผ่านมาได้มีโอกาสลองทำพิธีกร ได้ทำรายการ ได้ไปออกเกม ทำให้คนรู้ว่าเรามีศักยภาพไปทำอย่างอื่นอีก ถือเป็นโอกาสที่ดี ไม่ใช่ว่ามีสังกัดแล้วไม่ดีนะ มีสังกัดก็ดีนะ คือเรามีงานแน่นอนไม่ต้องมากังวล เพียงแต่เราโตขึ้นก็เลยอยากลองอะไรใหม่ๆที่นอกจากการเล่นละครเท่านั้นเอง ฟีดแบ็กหลังรายการออนแอร์ มีเข้ามาทักเต้นปอมๆ ได้ด้วยเหรอ เราก็รู้สึกหัวใจพองโต จริงๆ ไม่ ได้ซีเรียสว่าคนจะรู้ว่าเราทำได้หรือไม่ได้ เป็นการแข่งกับตัว เองมากกว่าว่าเราทำได้มั้ย ส่วนที่คนรู้ว่าเราทำงานเป็นผลพลอย ได้มากกว่า จริงๆ อยากให้คนรู้ว่าเราทำอะไรได้มากกว่าเล่นละคร อยากพิสูจน์ตัวเอง คนชมเหมือนเราได้รางวัล”ชีวิตจริงกับความรักเป็นยังไงบ้าง มีหนุ่มๆ พุ่งเข้าใส่เหมือนละครมั้ย“มีเหมือนกัน มีคนเข้ามาคุยบ้างจะบอกว่าไม่มีเข้ามาเลยก็คงไม่ใช่แต่ไม่ได้พุ่งรุนแรงขนาดนั้น แค่มีเข้ามาบ้าง”พอโตขึ้นเราต้องเลือกเยอะขึ้นมั้ย“เลือกค่ะแค่ยังไม่มีใครที่ใช่เท่านั้นเอง ถ้าถามว่ามีคนคุยๆมั้ย มีบ้าง คือความรักตอนนี้ก็มีคนเข้ามาบ้างแต่ยังไม่มีใครเป็นพิเศษและไม่ได้เข็ดกับความรักครั้งเก่าด้วยนะ หลายๆคนเห็นจั่นโสดนานมาก มีคุยบ้าง แค่คนไหนไม่ชัวร์จั่นก็ไม่อยากเปิด ด้วยประสบการณ์ของเราที่ผ่านมาอาจจะเคยเป็นข่าวหรือใดๆก็แล้วแต่ คือเราอยากจะอยู่ในคอมฟอร์ตโซน มั่นใจแล้วจริงๆค่อยเปิดดีกว่า ไม่อยากให้ชื่อเวลาไปเสิร์ช จั๊กจั่น ชื่อคนนั้นคนนี้ก็ขึ้นมาปั๊บๆเป็นข่าวมาบ้าง สมัย นี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่เราสบายใจถ้าชัวร์แล้วค่อยมาบอกมากกว่า ทุกวันนี้แค่เสิร์ชชื่อก็จะมีชื่อคนอื่นกลายเป็นนามสกุลต่อท้ายทั้งที่จริงๆ เรื่องก็ผ่านไปนานมากแล้ว จั่นไม่ได้ซีเรียส แค่คนต่อไปที่จะเข้ามาจั่นอยากให้ชัวร์ก่อนเท่านั้นเอง หลายๆคนเลยมองว่าจั่นเข็ดหรือเปล่า? เปลี่ยนใจไปแล้วหรือเปล่า? จริงๆก็ยังชอบผู้ชายอยู่ ยังอยากมีแฟนเป็นผู้ชาย คนที่เข้ามาคุยด้วยหรือคนที่ผ่านมาก็เป็นผู้ชายค่ะเพียงแต่ว่าหนูยังไม่ชัวร์ แต่ก็ไม่ถึงขนาดเลือกเยอะ เรื่องเยอะ เพียงแต่ว่าพอเราโตขึ้น เหมือนบทละครก็จะโตขึ้นด้วย จะมาใสๆ แก่นแก้วเหมือนเมื่อก่อนก็คงไม่ใช่ เราก็ต้องหาคนที่เข้าใจการทำงานของเรา ผู้ชายบางคนที่เข้ามาจะเป็นแนวอยากแต่งงานเลยแต่เราไม่พร้อม เพราะการแต่งงานไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของชีวิต เหมือนเป็นการเริ่มหนึ่งใหม่ ซึ่งเราไม่รู้ว่าอนาคตจะเจออะไรหลังจากนั้น เราก็อยากทำฐานะของเราให้มั่นคงก่อน คิดว่าอาจจะเป็นเรื่องของอนาคต ไม่แน่จั่นอาจจะไม่เจอใครที่สปาร์กสุด คุยกันวันนี้วันรุ่งขึ้นจั่นอาจจะแต่งงานเลยจ้า (หัวเราะ) ก็เลยรู้สึกว่าเราใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันดีกว่า ไม่ต้องรีบร้อนถ้าถึงเวลาก็ใช่เอง”.