จบลงอย่างสงบงามในความเป็น “จิระอนันต์” สนับสนุนธีม (THEME) หลักในชื่อภาษาอังกฤษที่ว่า “In Family We Trust”-เราเชื่อมั่นในสถาบันครอบครัวความตาย การจากพราก และรอยร้าว ถูกฉาบปิดและกลบมิดบิดเบือนด้วยความ (เลือกที่จะ) เงียบและกาลเวลาที่ล่วงเลย (เพื่อลืมเลือน) เหมือนที่แปะกู๋เมธบอกเหม่เหมลูกสาว ผ่านกรงเหล็กกั้นของคุกตะรางไว้ว่า“พวกเราต่างต้องแก้ไขมันเอง ไม่ใช่กาลเวลา” เหมือนบาดแผลที่ค่อยๆแห้ง แล้วสุดท้ายค่อยๆตกสะเก็ด กลายเป็นแผลเป็นในความทรงจำ ที่ไม่มีใครอยากจะหวนย้อนกลับไปจดจำมันอีก (เลย)ภาพความผูกพันอันอบอุ่นโอบเอื้อกันและกันของ 4 กุมาร (ลูกชายทั้ง 4 คนของวิเชียร-พลวัฒน์ และภัสสร-คัทลียา) ให้ความรู้สึกที่ทบท้นอุ่นแน่นตื้นตันอยู่ในหัวใจภาพเต้ยน้องชายคนเล็กที่นอนโอบกอดอี้ พี่ชายคนโตไว้ตลอดเวลา ให้คำตอบที่ยืนยันมั่นชัดว่า ทำไมพี่ชาย “อี้” คนนี้ จึงต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อน้องชาย “เต้ย” ที่เขาเชื่อมั่นว่าบริสุทธิ์ได้อย่างสุดชีวิต!“พีท...กูยังเห็นมึงเป็นน้องชายอยู่ตลอดนะ” คำยืนยันของอี้ ในวันที่เขาและพีทได้ขับรถสวนทางกันในวันหนึ่ง การแสดงที่ฉายชัดพัฒนาการอย่างมหันต์ของทั้งสองนักแสดงหนุ่ม “ต่อ-ธนภพ” และ “เจเจ-กฤษณภูมิ” มีเสน่ห์ดึงดูดมัดใจจำได้ทุกฉากตอนและใครเลยจะเชื่อว่า นักแสดงที่ล่วงผ่านกาลเวลาไปพอควรแล้วอย่าง “พลวัฒน์-คัทลียา” จะหวนกลับมางามสง่าเฉิดฉายโฉบใจ ด้วยฝีมือการแสดงที่เยี่ยมยอด จับใจ กิน (หัว) ใจ สะเทือนใจ และประทับใจได้เหลือประมาณเช่นนี้ กับอีกเก่าเก๋าและใหม่เก๋อย่างคู่พ่อลูก “ศักดิ์สิทธิ์-ศวรรยา” ก็จับใจยิ่งนักแล้วเยี่ยมยอด คมคาย ลึกซึ้งที่สุดของที่สุดอีกสองก็คือบทและดนตรีประกอบเรื่องโดยฝีมือปราชญ์ทางดนตรี “เทิดศักดิ์ จันทร์ปาน” คลาสสิกกระชากใจหาใดเทียบเทียม รางวัลทุกรางวัลจากทุกสถาบันเตรียม (ทุ่ม) เทคะแนนได้เลยจบลงที่จุดเริ่ม เมื่อทุกคน (ที่เหลืออยู่) ใน “จิระอนันต์” หันหน้าเข้าหากัน สานต่อธุรกิจร่วมกันต่อไปใน “จิรานันตา” กลับมาล้อมวงชีวิตทานข้าวร่วมโต๊ะ พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้งหนึ่ง ทิ้งบาดแผลและรอยร้าวทุกรอยไว้เบื้องหลัง...เหลือเพียงรอยเท้ารอยใหม่จะก้าวต่อไปข้างหน้าขอคารวะจิตวิญญาณหาญเก่งและหาญกล้า “ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์” และทีมงานสร้างทุกท่านครับ.“ดร.ศาสตร์ธนิก จุลมณี”"แจ๋วริมจอ"jaewrimjor@gmail.com