ภาวะการซื้อขายหุ้นดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงตามแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคาร โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,569.44 ลดลง 0.34% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลงประมาณ 15.59% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 35,524.67 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ปิดที่ 558.94 จุด ลดลง 1.20% จากสัปดาห์ก่อน ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้นช่วงสั้นๆ ในช่วงต้นสัปดาห์ตามทิศทางตลาดต่างประเทศ ก่อนจะทยอยลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายในเชิงลบจากความกังวลเกี่ยวกับความไม่สงบในคาบสมุทรเกาหลี ประกอบกับมีแรงกดดันในหุ้นกลุ่มพลังงาน และกลุ่มธนาคารก่อนการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2สำหรับแนวโน้มสัปดาห์นี้ (10-14 ก.ค.) บริษัท หลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,555 และ 1,545 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,580 และ 1,590 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคงได้แก่ สัญญาณดอกเบี้ยสหรัฐฯ จากถ้อยแถลงของประธานเฟดและเจ้าหน้าที่เฟด ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (ช่วงต้น) เดือน ก.ค. ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน มิ.ย. รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจเดือน มิ.ย.ของจีนภาวะตลาดเงินและอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาททยอยอ่อนค่าลงตลอดสัปดาห์ โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางที่อ่อนค่าลง สวนทางกับเงินดอลลาร์ฯที่มีปัจจัยบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ (อาทิ ดัชนี ISM ภาคการผลิต และภาคบริการ) ที่ออกมาดีกว่าที่คาด และการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนน่าจะทยอยเข้าซื้อคืนเงินดอลลาร์ฯ ก่อนการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงท้ายๆสัปดาห์ ก็เป็นทิศทางที่สอดคล้องกับสถานะขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน โดยค่าเงินบาทปิดตลาดเมื่อวันที่7 ก.ค. ที่ 34.08 บาทต่อดอลลาร์ฯสำหรับแนวโน้มสัปดาห์นี้ (10-14 ก.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 34.00-34.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของตลาดน่าจะอยู่ที่สัญญาณเกี่ยวกับจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยและการลดงบดุลจากถ้อยแถลงของประธานเฟดและเจ้าหน้าที่เฟดท่านอื่นๆ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่สำคัญ ประกอบด้วย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ (ช่วงต้น) เดือน ก.ค. ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรม และอัตราการใช้กำลังผลิตเดือน มิ.ย. และสต๊อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือน พ.ค. นอกจากนี้ ตลาดน่าจะรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจเดือน มิ.ย.ของจีนด้วยเช่นกัน.บ.ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด