ผมไม่ได้ฟังจากปากท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วงที่ท่านออกอากาศในรายการ “ศาสตร์พระราชา” เมื่อวันศุกร์ที่แล้วแต่มีโอกาสได้อ่านหนังสือพิมพ์ฉบับที่ถอดคำบรรยายอย่างละเอียดของท่านในแบบคำต่อคำในเช้าวันรุ่งขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นที่ท่านพูดถึง พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวอ่านปุ๊บก็รู้เลยว่าท่านเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี อธิบายได้เป็นฉากๆ ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องราวหลายๆคนวิจารณ์ว่าท่านถูกคนใกล้ชิด “วางยา” ส่งเรื่องนี้เข้าไปให้เซ็น โดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริงว่าจะมีผลกระทบอย่างกว้างขวางแรกๆผมก็คิดในทำนองนี้เหมือนกัน แต่อ่านจากคำบรรยายของท่าน ผมคิดว่าไม่ใช่...เพราะท่านรู้เรื่องดีมาก อธิบายได้อย่างไม่ติดขัดทำให้ผมนึกขึ้นมาได้ว่าเคยอ่านข่าวเจอตั้งแต่ตอนท่านขึ้นมาเป็นนายกฯใหม่ๆ แล้วจัดการกับเรื่องแรงงานต่างด้าวเป็นเรื่องแรกๆ จนเกิดความโกลาหลมาแล้วหนหนึ่งมีรายงานว่าท่านเคยเขียนงานวิจัย หรือวิทยานิพนธ์ไว้เมื่อครั้งเรียน วปอ.ระบุถึงปัญหารูปแบบใหม่ที่คุกคามประเทศไทยว่ามี 7 ประการ และปัญหาแรงงานต่างด้าวเป็นหนึ่งในจำนวน 7 ประการที่ท่านระบุไว้ท่านจึงลุกขึ้นมาจัดระเบียบเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกๆยิ่งต่อมาเมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีไปได้พักหนึ่ง ก็รู้อีกว่าถ้าไม่รีบจัดระเบียบก็จะยิ่งทำให้ประเทศไทยเสียหายในประเด็น “ค้ามนุษย์” ที่เป็นเรื่องใหญ่ของโลกในปัจจุบันนี้ท่านจึงลุกขึ้นมาจัดการอีกครั้ง แต่เนื่องจากเป็นการจัดการที่เร็วเกินไป บทลงโทษแรงเกินไป จึงมีเสียงทักท้วงจากนักธุรกิจและผู้ประกอบการใหญ่น้อยที่ใช้แรงงานต่างด้าวในการผลิตต่างๆดังที่เป็นข่าวมาตลอดซึ่งในประเด็นนี้ หากท่านจะเดินหน้าไม่ฟังเสียงก็ย่อมทำได้ในฐานะที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ในมือ แต่ท่านมิได้กระทำเช่นนั้น ยอมรับฟังเหตุ รับฟังผล ในที่สุดก็มีการออกมาตรา 44 ผ่อนปรนออกไปอีก 180 วันเพื่อให้ทุกฝ่ายได้มีเวลาปรับตัว เพื่อทำทุกอย่างให้ถูกกฎหมาย ขณะเดียวกันรัฐบาลก็สั่งการให้หน่วยงานของรัฐตั้งศูนย์ต่างๆอำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่ผมเห็นด้วย และเขียนชมเชยท่านไปแล้ว พร้อมทั้งเรียนท่านว่าครบกำหนดผ่อนผันเมื่อไรคงต้องเดินหน้าตามกฎหมายลูกเดียวแม้ผมจะเป็นนักเศรษฐศาสตร์ชาตินิยม เน้นว่าทุกการพัฒนา ทุกผลแห่งการพัฒนา จะต้องแบ่งปันประโยชน์ที่เกิดขึ้นแก่คนไทยก่อนดังเช่น การพัฒนาในยุคป๋าเปรมและน้าชาติตอนต้น ที่ผลการพัฒนาตกถึงแรงงานไทยที่มาจากจังหวัดยากจนเกือบทั้งหมดแต่ผมก็เข้าใจดีว่าเมื่อระยะเวลาผ่านไปคนยากจนไทยจะน้อยลง แรงงานที่จะมาทำงานหนักและเหนื่อยจะน้อยลงไปเรื่อยๆ จำเป็นต้องนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาเสริมเหมือนประเทศพัฒนาแล้วทุกประเทศในโลกนี้ ที่เกิดปัญหานี้เผอิญว่าของเรามาเร็วและแรงมากแบบไม่ทันตั้งตัว แผล็บเดียวแรงงานต่างด้าวเต็มบ้านเต็มเมือง และที่สำคัญเป็นแรงงานที่เข้ามาแบบผิดกฎหมายเสียกว่าครึ่งผมยกตัวอย่างเพลง “ตังเก” ของ พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ เมื่อวันก่อนเพื่อเตือนความทรงจำว่า พ.ศ.2534 ประมาณยุค น้าชาติ ต่อด้วย นายกฯอานันท์ เรือ “ตังเก” ทุกลำยังใช้ลูกเรือชาวอีสานอยู่เลยเผลอแผล็บเดียว ทั้งเรือตังเกและทั้งจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม มีแต่แรงงานต่างด้าว จนแม้แต่ธนาคาร หรือตู้ ATM ก็ต้องพิมพ์ภาษาต่างด้าวไว้ก็ไม่ว่ากัน เมื่อทิศทางการพัฒนามาอย่างนี้ ก็ต้องเดินหน้าไปอย่างนี้ แต่จะต้องจัดระเบียบเพื่อให้ควบคุมได้ และในการควบคุมนั้นก็ต้องคุมทั้งฝ่ายแรงงานและฝ่ายนายจ้าง เพราะคงต้องยอมรับว่านายจ้างของเราที่ชอบกดขี่ ชอบใช้แรงงานถูก ก็ยังมีอยู่ไม่น้อยผมว่าท่านนายกฯท่านพูดชัดเจนมากเมื่อวันศุกร์ที่แล้วถ้ารัฐบาลเอาจริงถึงขนาดนี้ แล้วยังจัดระเบียบเรื่องนี้ไม่สำเร็จก็ตัวใครตัวมันเถอะครับ ปัญหาค้ามนุษย์ก็จะยังอยู่ต่อไป ปัญหาความไม่มั่นคงอันเกิดจากแรงงานต่างด้าวก็จะยังมีต่อไปนึกไม่ออกเหมือนกันว่า โฉมหน้าประเทศไทยในอนาคตจะเป็นอย่างไรหนอ?“ซูม”