วันที่ 9 ก.ค.ปี 2560 นี้ ตรงวัน แรม 1 ค่ำ เดือน 8 ชาวพุทธ ถือกันเป็นวันเข้าพรรษาสมัยพุทธกาล บริเวณที่พระสงฆ์แยกย้ายกันเผยแผ่พุทธศาสนา ช่วงเวลานี้ฝนตกหนัก ข้าวนาข้าวของชาวนากำลังชูช่อ กอไสว พระท่านก็มักเผลอไปเหยียบย่ำข้าวเสียหายพระพุทธเจ้าทรงเห็นว่า พระควรหยุดพักสักสามเดือนแต่สมัยพุทธกาล...พระเดินทางด้วยเท้าตั้งใจแล้วก็ยังเดินไปไม่ทัน เลยกำหนด วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 แล้ว พระพุทธองค์ จึงทรงอนุญาตให้อธิษฐานเข้าพรรษาได้ช้าไปอีก 1 เดือนพระอธิษฐานพรรษาได้สองวัน แรม 1 ค่ำ เดือน 8 เรียกปุริมพรรษา แรม 18 ค่ำ เดือน 9 ปัจฉิมพรรษาการจำพรรษาสามเดือนมีอธิบายในพระวินัย พระจะไม่ไปค้างคืนที่อื่น ถ้าไปค้างคืนที่อื่นเรียกว่า ขาดพรรษา แต่เมื่อมีข้อห้าม เวลาเกิดมีเหตุจำเป็นก็มีข้อยกเว้นเช่น ไปดูแลปรนนิบัติโยมบิดาโยมมารดาที่เจ็บป่วย เสนาสนะวัดที่เคยอยู่ถูกภัยพิบัติ เช่นน้ำท่วม ไฟไหม้ต้องไปซ่อมแซมข้อยกเว้นอื่น...ใน 7 ข้อจะมีอะไร ผมจำไม่ได้จำได้ข้อหนึ่งจากเรื่องจริงรู้มาสมัยเป็นสามเณรวัดหนึ่งในเพชรบุรี พรรษานั้น สมภารไปจำพรรษาที่วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯเพื่อเรียนวิปัสสนากลางพรรษา พระบวชใหม่หัวโจก เป็นลูกกำนัน โยมพี่สมภาร เจอข้อหาฆ่าไก่วัดแกล้มเหล้ามีพระเก่าเอื้อเฟื้อพื้นที่ในโบสถ์ เป็น“วงเหล้า”เรื่องจำติดใจความลับไม่น่าจะรั่วออกนอกหน้าต่างโบสถ์เลย เมื่องานเลี้ยงเลิกรา พระใหม่แยกย้ายกลับกุฏิแต่เกิดเรื่องผีเจ้าเขาเข้าทรงพระเก่า...ชี้อกด่าตัวเองว่า“ไม่ใช่พระ”เรื่องอื้อฉาวนี้ ท่านสมภารก็ต้องพักเรียนวิปัสสนา มาชำระอธิกรณ์ที่วัดจับพระก่อเรื่องสึกหมด แล้วท่านก็กลับไปฝึกวิปัสสนาต่อเหตุอธิกรณ์แบบนี้น่าจะเป็น 1 ในข้อยกเว้น 7 ข้อ ที่พระขาดพรรษาได้...ภาษาชาววัด เรียกว่า สัตตาหกรณียะ เป็นอันว่า ท่านสมภารไม่เป็นอาบัติข้อขาดพรรษาตอนบวชเณร ผมเคยท่องนวโกวาทได้ทั้งเล่ม แต่ตอนนี้ลืมไปเกือบหมดแล้วยังพอเข้าใจเป็นอาบัติเบาๆ เช่น พระกล่าวมุสา อาบัติปาจิตตีย์ อาบัตินี้ “ปลง” คือบอกพระด้วยกันก็หายไม่หนักเหมือนอาบัติสังฆาทิเสส ต้องแยกไปอยู่กรรม ทบทวนตัวเอง หรือปาราชิกขาดจากความเป็นพระผมยกเรื่องศีลพระวันเข้าพรรษามาเล่า เพราะนึกไปถึงศีลข้อหนึ่งของนักการเมือง...คือข้อ ละเมิดกฎประชาธิปไตย ตอนนี้มีข่าวตามวินัยรัฐธรรมนูญมีข้อห้าม พลเอกประยุทธ์สมัครรับเลือกตั้งหากจะเป็นนายกฯอีกก็ต้องเป็นนายกฯคนนอก ซึ่งตามกติกาใหม่ไม่ห้ามผมไม่แน่ใจ ถ้าเทียบกับศีลข้อจำพรรษา นายกฯคนนอกมีข้อยกเว้น 7 ข้อ แบบสัตตาหะกรณียะไว้บ้างหรือไม่ แต่พอเข้าใจเมื่อมีเหตุหานักเลือกตั้งเป็นนายกฯที่แสนดีไม่ได้คนนอกก็จำเป็นเป็นอันว่าข้อครหา นายกฯคนนอกเปรียบอาบัติพระก็เป็นอาบัติเบาๆ แค่ “ปลง” ก็หายพระแบบนี้ยังยกมือไหว้ได้ กราบได้ ใส่บาตรตอนเช้าทุกวันได้สนิทใจ สังคมไทย ไม่ถือสาอะไรนักแต่อาบัติเบาบางข้อ เช่นพระฉันข้าวเย็น ก๊งเหล้า...ปลงหายก็จริง แต่ถ้าเรื่องนี้เป็นโลกวัชชะโลกนินทา...ข้อหาโลกนินทา พระบางรูปอยู่ไม่ได้สึกไปหลายองค์เช่นเดียวกับนายกฯทหาร...คนหนึ่งในอดีต เจอข้อหาโกหกเพื่อชาติ โลกนินทาก็อยู่ไม่ได้ ข้อหาโลกนินทาดูแคลนไม่ได้ มีอำนาจสักแค่ไหนก็พึงสังวรระวัง.กิเลน ประลองเชิง