น่าเห็นใจแม่ทัพใหญ่องค์กรสีกากีที่เลือกเก็บเพชรเม็ดงามได้ไม่หมดเมื่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ทำหน้าที่มอบนโยบายในการแต่งตั้งโยกย้าย ทว่า “คนข้างกาย” กลับอ้างชื่อนายเอาไป สับตั๋ว สลับขั้ว ยำโผวุ่นวายทำลายขวัญกำลังใจนักสืบถึงจะเป็นส่วนน้อย แต่คนในวงการเห็นเป็นเรื่องของส่วนใหญ่พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น รอง ผบก.สส.บช.น.ถูกขอร้องให้ “เปิดหลุม” โยกไปลงเป็น รอง ผบก.สบส. รอเวลาพิจารณาขึ้นเป็นผู้ทรงคุณวุฒิติดยศ พล.ต.ต.ก่อนเกษียณปลายเดือน ก.ย.นี้ ทั้งที่ประสบการณ์ในงานสืบสวนเป็นระดับ อาจารย์ ผ่านคดีสำคัญมากมายเช่นเดียวกับชะตากรรมของ พ.ต.ท.ธนกฤต กนิษฐกุล รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น.โดนเตะข้ามห้วยออกนอกหน่วย ทำหน้าที่ รอง ผกก.ป.สภ.แก่งสนามนาง จ.นครราชสีมาเขาเป็น “ครูนักสืบ” คอยสอนวิชาสารพัดหลักสูตรสืบสวน กระทั่งสร้างทายาทส่งหลายคนโดดเด่น “ติดลมบน” อยู่ยุทธจักรนอกเครื่องแบบในปัจจุบันสุดท้ายไม่คิดไม่ฝันจะถึงวันลูกศิษย์คิดล้างครูขณะที่ พ.ต.อ.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา ผกก.สส.ภ.จ.ระนอง ถ่ายทอดเทคนิคสืบสวนให้รุ่นน้องมาไม่น้อย แกะรอยคลี่คลายคดีฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี และอีกหลายคดีจนเป็นที่ยอมรับจากผู้บังคับบัญชา ถึงเวลาถูกเสนอย้ายเป็น ผกก.ฝอ.บก.อก.ภ.8เจ้าตัวยังไม่รู้เลยว่า ให้ไปทำอะไรส่วน พ.ต.ท.ทวีป โพธิ์แก้ว รอง ผกก.สส.บก.น.3 ทำงานสืบสวนมาทั้งชีวิต ย้ายเป็น รอง ผกก.ฝอ.บก.น.5 พ.ต.ท.ศักดิ์ชาย สุวรรณนุกูล รอง ผกก.สส.สน.ธรรมศาลา เป็น รอง ผกก.ป.สภ.ปากท่า จ.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.ท.สาโรจน์ จอกโคกสูงสว.กก.สส.บก.น.6 เป็น สว.พฐ.จ.เลยเหล่านี้ล้วนเป็น “เศษเพชรเม็ดงาม” ที่ตกหล่นหายไปแบบ ผิดฝา–ผิดตัวมัวหมองเพราะฝีมือ รอง อ. ที่วงการตำรวจหลายคนเริ่มอ๋อแล้วว่า คือ ใครทำไมกล้ายกระดับตัวเองจะเป็นจอมพลคนแต่งตั้ง.สหบาท