นายกฯลุงตู่ไปได้ยาดีมาจากไหน ทำท่าอารมณ์คล้าย มีความมั่นใจเต็มพิกัด แถมยังกล้าเผยอนาคตข้างหน้าให้ได้รับรู้กันด้วยลีลานักการเมืองชำนาญการ นักการเมืองเริ่มอาการหวั่นไหวข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ ที่สุดดูเหมือนว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนมากขึ้นกับอนาคตทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ คสช.คำตอบง่ายๆสั้นๆ แต่มีความหมาย ยิ่งนัก“สถานการณ์จะเป็นตัวชี้ชัดต่อไปเอง ว่าเราควรจะทำอย่างไรในอนาคต”“อย่ามากังวลกับผม...ว่าผมจะอยู่ต่อหรือเปล่า หรือตั้งพรรคการเมืองหรือเปล่า แต่จะทำวันนี้ให้ผ่านไปก่อน”ปริศนาการเมืองว่าด้วยการเดินต่อไปหลังเลือกตั้งที่หลายคนอยากฟังและต้องการคำตอบ โดยเฉพาะพรรคการเมืองและนักการเมือง ข้าราชการ ภาคธุรกิจเอกชนยังรวมไปถึงประชาชนที่เทใจให้ “ลุงตู่” ต้องการให้เป็นนายกฯนานๆหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์งดให้สัมภาษณ์นักข่าวมาระยะหนึ่ง ครั้นพอผ่านไปสักระยะก็หันกลับมาเปิดปากอีกครั้งด้วยบรรยากาศที่แฮปปี้กันทั้ง 2 ฝ่ายที่น่าสังเกตก็คือจะมีอารมณ์ดีเขียนบทกลอนออกมาเป็นชุดๆก็เลยมีคำถามว่า “ไปได้ยาดี” มาหรือ?เพราะทำท่าว่าจะมีความมั่นใจ มีความเชื่อมั่นใจตัวเองมากขึ้นมากกว่าที่ผ่านมาด้วยซ้ำไป และยังตอบคำถามที่เหนือชั้นกว่านักการเมืองด้วยซ้ำไปแสดงความเป็น “นักการเมือง” อย่างเต็มรูปแบบเหมือนนักเรียนที่เรียนรู้เร็วด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำทำให้การเมืองสะเทือนเลือนลั่นขึ้นมาทันที พรรคการเมืองขนาดเล็กขนาดกลางเริ่มเคลื่อนไหวชัดเจนขึ้นความเคลื่อนไหวที่ปรากฏก็คือบรรดา สปท.ที่ประกาศลาออกเพื่อมาเล่นการเมืองซึ่งมีแนวคิดที่จะสนับสนุน คสช.ก็แสดงให้เห็นแล้วถึงขั้นประกาศจะตั้งพรรค ประกาศจะรวบรวมพรรคเล็กๆเพื่อสนับสนุนให้ “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯหลังเลือกตั้งนักการเมืองจากพรรคใหญ่ 2 พรรคเริ่มจับปฏิกิริยานี้เพราะน่าจะอ่านเกมออกแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นจากนี้ไปด้านหนึ่งก็เรียกร้องให้ตั้งพรรคการ เมืองทหารเลยด้านหนึ่งก็ให้นายกฯประยุทธ์ประกาศตัวตนให้ชัดเจนด้านหนึ่งก็ดิสก์เบรกอย่าเล่นแผนทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปนั่นก็แสดงว่านักการเมืองกำลังเป็นกังวลและมองแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์มี “อำนาจเต็มๆ” อยู่ในมือแล้ว และพร้อมที่จะคุมเกมได้เกือบทั้งหมดแม้ที่ผ่านมาจะมีอำนาจอยู่แล้ว แต่จะเป็นความต่างในอำนาจที่ต่างกันเพราะความเชื่อมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้าไม่ใช่มีอำนาจแล้วอยู่กับที่ ไม่พร้อมหรือไม่แน่ใจว่าจะเดินต่อไปได้คงมิใช่แค่นักการเมืองเท่านั้น ภาคเอกชนก็น่าจะรับรู้ด้วยเช่นกันว่าอะไรจะ เกิดขึ้นจากนี้ไปทางเดียวก็คือให้ความร่วมมือ“ข้าราชการ” ที่ยังไม่ให้ใจเต็มร้อยจึงไม่ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ก็ต้องกลับไปคิดใหม่ทำใหม่เพราะไม่มีทางเลือกอย่างอื่นแล้วแต่ประเด็นสำคัญที่สุด...“ประชาชน” นั่นแหละจะสนับสนุนหรือไม่?“ลิขิต จงสกุล”