คือวันเปลี่ยนการปกครอง เชิงสัญลักษณ์หากไม่ถูกจับ พบสาวสนิทฝักใฝ่การเมือง“วัฒนา ภุมเรศ” วิศวกรวัยเกษียณยังถูกเค้นสอบหาความจริงต่อเนื่อง พบพฤติกรรมเตรียมตัวมาดี ตอบคำถามแบบเดิมซ้ำๆเหมือน ท่องจำ หน่วยข่าวความมั่นคงไม่เชื่อทำคนเดียว หญิงคนสนิทใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี อาจมีเอี่ยวเพราะฝักใฝ่การเมืองเลือกข้างชัดเจน ขณะที่ตำรวจคาดผู้ต้องหารายนี้เตรียมก่อเหตุอีกในวันครบรอบการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย. ส่วนประเด็นจดหมายเตือนก่อนบึมตัดไปแล้ว เป็นเพียงเรื่องขัดผลประโยชน์ขายของในพื้นที่โรงพยาบาลยังถูกสอบเค้นหาความจริงต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ หลังตำรวจ-ทหารสามารถจับตัวนายวัฒนา ภุมเรศ อดีตวิศวกรไฟฟ้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผู้ต้องหาก่อเหตุ “ไปป์บอมบ์” ในห้องวงษ์สุวรรณ ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา รพ.พระมงกุฎเกล้า ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กทม. เบื้องต้นนายวัฒนารับสารภาพเคยก่อเหตุมาแล้วรวม 6 ครั้ง ในปี 60 และ 50 ชนวนเหตุเพราะความเห็นต่างทางการเมืองและต้องการแก้แค้นแทนผู้เสียชีวิต จากการสลายการชุมนุมทางการเมืองที่วัดปทุมวนารามความคืบหน้า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. แหล่งข่าวจากหน่วยงานด้านความมั่นคง ระบุว่า ขณะนี้ชุดทำงานอยู่ระหว่างสอบปากคำนายวัฒนา ภุมเรศ อย่างต่อเนื่อง แม้เจ้าตัวจะสารภาพเป็นผู้ก่อเหตุรวม 6 ครั้ง ในรอบ 10 ปี เนื่องจากไม่พอใจรัฐบาล ทหาร แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ทิ้งประเด็นมีผู้อยู่เบื้องหลัง ไม่เชื่อผู้ต้องหารายนี้จะปฏิบัติการเพียงลำพัง แม้จะมีความชำนาญด้านอิเล็กทรอนิกส์ไฟฟ้าก็ตาม ระหว่างสอบสวนขยายผลเจ้าหน้าที่แยกคุมตัวนายวัฒนา ภรรยาหลวง และภรรยาน้อย ไว้คนละแห่ง เบื้องต้นพบข้อมูลนายวัฒนากับภรรยาน้อย น่าจะมีส่วนรู้เห็นเป็นใจ เพราะทราบว่าทุกครั้งที่จะก่อเหตุ นายวัฒนาจะเดินทางไปที่บ้านภรรยาน้อยย่าน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ขณะที่ภรรยาหลวง หน่วยงานความมั่นคงสอบสวนแล้ว ไม่มีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้อง แม้ของกลางถูกตรวจยึดที่บ้านย่านรามอินทราก็ตาม“จากการตรวจสอบประวัติของภรรยาหลวง พบก่อนหน้านี้เคยทำงานในสำนักงานผู้บัญชาการทหารบก ดูแลด้านอาหาร พฤติกรรมไม่ได้ฝักใฝ่ทางการเมือง ปัจจุบันเกษียณอายุราชการไปแล้วในตำแหน่งร้อยตรี และภรรยาหลวงให้ข้อมูลเป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ ตอนนี้หน่วยงานความมั่นคงยังไม่ปักใจเชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ ว่านายวัฒนาจะก่อเหตุเพียงคนเดียว แม้จะเป็นผู้เชี่ยวชาญต่อวงจรไฟฟ้าเพราะจบวิศวะไฟฟ้าโดยตรง มีศักยภาพดำเนิน การเพราะพบข้อมูลภรรยาน้อยคนที่อยู่ในเขต อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ฝักใฝ่การเมืองเลือกข้างชัดเจน ทุกครั้งก่อนมีการก่อเหตุ นายวัฒนาและภรรยาน้อยจะไปหารือที่คอนโดฯย่าน จ.นนทบุรี ประเด็นนี้ทำให้ หน่วยงานความมั่นคงเชื่อว่าน่าจะมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง” แหล่งข่าวคนเดิมระบุขณะที่ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีของตำรวจ นครบาล เปิดเผยว่า จากการสอบสวนนายวัฒนา ถึงการเตรียมนำระเบิดไปป์บอมบ์ประกอบเสร็จ 4 ลูกที่พบในบ้านพักย่านรามอินทรา คาดไปใช้ก่อเหตุในวันที่ 24 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันสำคัญ ครบรอบการเปลี่ยน แปลงการปกครอง เป้าหมายยังไม่ทราบชัดแต่ไม่ใช่เป้าหมายโรงพยาบาลของรัฐเหมือนครั้งที่วางที่ รพ.พระมงกุฎฯ มุ่งเน้นไปยังสถานที่ที่มีการแสดงสัญลักษณ์ทางการเมืองของทหาร โดยจะตั้งหน่วงเวลาระเบิดนาน 30 นาที ตามที่ผู้ต้องหารายนี้มีความถนัด อยู่ระหว่างสอบสวนถึงรายละเอียดของ สถานที่ รวมทั้งต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าการกระทำของนายวัฒนา ก่อเหตุเพียงผู้เดียวหรือมีใครให้ความช่วยเหลือวางแผนก่อเหตุหรือไม่มีรายงานด้วยว่า การจับตัวผู้ต้องหาคดีระเบิดครั้งนี้ ตรวจสอบไม่มีความเชื่อมโยงกับจดหมายที่เขียนข่มขู่ระเบิดโรงพยาบาลก่อนหน้านี้แต่อย่างไร พบเป็นเรื่องขัดแย้งผลประโยชน์การขายของในพื้นที่โรงพยาบาลเท่านั้น จึงตัดความเกี่ยวข้องในประเด็นนี้ออกไปแล้ว ส่วนการตรวจสอบบัญชีธนาคารของนายวัฒนา ยังไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด ทั้งนี้ นายวัฒนายังให้เหตุผลด้วยว่าเหตุที่เลือกลงมือในห้องวงษ์สุวรรณ รพ.พระมงกุฎฯ นั้น เพราะเป็นมุมที่เหมาะกับการก่อเหตุและที่นำ “ไปป์บอมบ์” ใส่แจกันไปติดผนัง เพราะหากนำไปวางไว้อาจมีคนมาเก็บไป นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่านายวัฒนามักจะตอบคำถามกับชุดสอบสวนแบบเดิมๆ คล้ายกับท่องจำมาว่าหากถูกจับจะต้องตอบคำถามอย่างไร