ในปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่อง เล่มพระสมเด็จฯ “ตรียัมปวาย” อ้างพระอาจารย์ขวัญ ฟังจาก พระธรรมถาวร (ช่วง) เจ้าอาวาสวัดระฆังว่า...เมื่อรัชกาลที่ 5 ประพาสยุโรป ทรงพบพระเจ้าวิลเลียม ไกเซอร์ กษัตริย์เยอรมัน รัศมีพระสมเด็จในฉลองพระองค์สะดุดพระเนตร “อะไร ปูนหรือ” ตรัสถาม “ประหลาดจริง มีแสงสว่างเรืองๆได้”พระพุทธเจ้าหลวง ทรงอธิบาย เป็นพระพุทธรูปเล็กๆ นิยมมากในสยาม แล้วก็ถวายพระ ให้พระเจ้าวิลเลียม ไกเซอร์ไป พระองค์นั้น เป็นที่มาของชื่อว่า พิมพ์ไกเซอร์“ตรียัมปวาย” บอกว่า ก็คือ พิมพ์เศียรบาตร อกครุฑ นั่นเองในทรรศนะ “ตรียัมปวาย” สมเด็จพิมพ์ไกเซอร์ เป็นพิมพ์แรก ที่เจ้าพระคุณสมเด็จฯ แกะแม่พิมพ์ด้วยตัวเอง เส้นสายลายพิมพ์แข็ง เหมือนฝีมือชาวบ้าน ไม่อ่อนช้อยสวยงาม เหมือนพิมพ์ ที่หลวงวิจารณ์เจียรนัย ช่างหลวง แกะถวาย...เป็นแม่พิมพ์ ที่สมเด็จโตตั้งใจถวาย พระ พุทธเจ้าหลวง ซึ่งก็ทรงอาราธนาติดพระองค์อยู่เสมอทรรศนะของตรียัมปวาย...เป็นเช่นนี้ พิมพ์เศียรบาตรอกครุฑ เป็นพิมพ์แรกๆ จึงไม่แปลก ที่จำแนกว่า พิมพ์เศียรบาตรอกครุฑ มีทั้งวัดระฆัง บางขุนพรหม ในการเปรียบเทียบแบบพิมพ์ ทั้ง 9 องค์ ในหนังสือพระสมเด็จ...ตรียัมปวาย ระบุชัด เป็นวัดระฆัง 3 องค์แต่ตลาดพระเครื่องปัจจุบัน เล่นกันเป็นพระลงกรุ ในเจดีย์วัดใหม่อมตรสอย่างเดียวซึ่งก็พอฟังได้ เพราะพิมพ์ทรงเศียรบาตรอกครุฑ ที่ปรากฏในวงการ เนื้อ ผิว คราบ กรุ ไม่ว่าหนาหรือบาง...ส่วนใหญ่ เอนเอียงไปทาง บางขุนพรหมแม้องค์ผิวบาง ลงรักน้ำเกลี้ยง ไม่มีคราบกรุ...เนื้อนุ่มซึ้ง ดูเป็นวัดระฆังได้ อย่าง เศียรบาตร อกครุฑ พิมพ์กลาง (บิ่น) ค่อนองค์ ในตลับทองฝังเพชร ที่อาจารย์ รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ใช้ติดตัวเดินทางเจ้าของพระ ผู้ชำนาญการเอง...ก็ยังยืนยัน เป็นบางขุนพรหม (พรีเชียส เล่ม 23 ค.ศ.1997)วงการ เชื่ออย่างนั้น แต่หากจะอ่าน พิมพ์เศียรบาตรอกครุฑ พิมพ์กลาง อย่างองค์ ในคอลัมน์ วันนี้ เป็นวัดระฆัง คงไม่ว่ากัน ขออนุญาต เป็นเหตุผลเฉพาะตัวขอเสนอหลักคิด...ง่ายๆ วัดระฆัง ไม่เข้ากรุ พิมพ์เสร็จเจออากาศบนผิวโลก ปกติ เนื้อ ผิว ฝ้า แม้ลงรัก...ก็เกลี้ยงเกลาผุดผ่อง...นุ่มนวลตา ไปแบบหนึ่งบางขุนพรหม...พิมพ์เสร็จ ยังผึ่งไม่แห้งสนิท ก็เอาลงกรุ ภายในเจดีย์ อับชื้นร้อนกว่า อากาศภายนอก...เนื้อพระเริ่มแห้ง เจอสภาพอับชื้นร้อน...ก็ทำปฏิกิริยาเกิดคราบกรุเป็นแผ่น เรียกฟองเต้าหู้ เป็นเม็ด หนังกระเบน บางๆ คราบขี้มอด กระจุกเป็นแผ่น เป็นก้อนหนา...ถ้าเปรียบเหมือนคนตอนเจอฝน ก็ใส่เสื้อฝน...เนื้อพระลงกรุ ใช้เสียดสีกับตัว เคล้าเหงื่อไคล ก็มักไม่ถึงเนื้อในแม้พระลงกรุฯองค์ที่ผิวบางเกลี้ยงเกลา เพราะวางอยู่ผนังเจดีย์ สภาพอากาศอับร้อนกว่า ก็บอกสภาพผิวพระ...ที่ถูกบ่มความร้อนมากกว่า ถ้าดูบางขุนพรหมจนคุ้นตา ก็จะแยกจากผิววัดระฆังได้ ไม่ยากลักษณะเนื้อ ตรียัมปวายแยกไว้ วัดระฆัง กระแจะจันทน์ เกสรดอกไม้ ขนมตุ้บตั้บ กระยาสารท ฟังชื่อก็หลับตาเห็นภาพ บางขุนพรหม เนื้อปูนนุ่ม ปูนแกร่ง...เนื้อแก่ปูนละเอียดแน่น...ฉาบปะด้วยคราบกรุเกรอะกรังบางหนาสั้นๆง่ายๆ แยกวัดระฆัง ที่ผิวฝ้า แยกเป็นบางขุนพรหม ด้วยคราบกรุเศียรบาตร อกครุฑ พิมพ์กลาง องค์ในคอลัมน์ ทั้งหน้าหลัง เดิมเป็นพระลงรัก ผิวบาง ไม่มีคราบกรุปิดบัง...ใช้สึกช้ำแล้ว เปิดเนื้อในให้เห็นความนุ่มนวล...อ่านเป็นวัดระฆังได้แต่จะเป็นวัดไหน สำหรับพระสมเด็จ ...เรื่องพระแท้สำคัญกว่า พระช้ำไม่งาม ราคาไม่แพง เรียกทรงไกเซอร์ พิมพ์ในตำนาน ที่ ร.5 ทรงใช้ ใครมีไว้ เพิ่มสง่าราศีดีนัก.พลายชุมพล