หลังจากพบระเบิดสังหาร 8 ลูก กระสุนปืนเอชเคอีก 100 นัด ถูกส่งขายผ่านทางพัสดุไปรษณีย์ที่ศูนย์ส่งพัสดุด่วนทั่วไทย “เคอรี่ เอ็กซ์เพรส” กลายเป็นข่าวครึกโครมได้เพียงวันเดียวตำรวจถูกผู้หลักผู้ใหญ่เบรกห้ามให้ข่าว จนเรื่องราวเงียบไปตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.ที่เกิดเรื่อง?!?แต่วงในเป็นที่รู้กันว่า ทหารขอผู้ดำเนินการสืบสวนและสอบสวน ทหารชั้นประทวนสังกัด กองพันทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ (ช.พัน. 1 รอ.) ที่มีชื่อเป็นผู้ส่งพัสดุเองจนผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเปิดปากรับสารภาพว่า ระเบิดอาวุธสงครามทั้งหมด เป็นของหลวงขโมยมาจากคลังมาปล่อยขายจากนั้นเริ่มขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งกลุ่มทหารที่ขโมยของมาขาย และกลุ่มผู้ซื้ออาวุธสงครามไปสรุปคือ มีทหารที่อยู่ในกลุ่มของผู้ขโมยอาวุธสงครามเหล่านี้มาขาย 3 นาย!กลุ่มนายหน้า ผู้ซื้อ และคนที่เกี่ยวข้อง ที่ทหารไปตามลากคอมาได้แล้ว 15 คน ส่งให้กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ดำเนินคดีเห็นอย่างนี้แล้วรู้สึกใจชื้นขึ้นมาหน่อย?จากตอนแรกกลัวว่า เรื่องราวจะหายต๋อมเข้ากรมกองไปซะหมด...เพราะเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องผลประโยชน์จากการขายอาวุธเท่านั้น?แต่มันเป็นเรื่องของความมั่นคง ที่รัฐบาลทหารชุดนี้เน้นนักเน้นหนาว่า สำคัญเป็นอันดับ 1คิดง่ายๆผู้ที่จะซื้อหาอาวุธสงครามเหล่านี้ไป ในแง่ดีสุดๆก็แค่เอาไปโชว์แอ็กอาร์ตคุยโม้โอ้อวดว่า ตัวเองมีของแรง...แต่ถ้าไอ้คนซื้อไปคิดไม่ดีขึ้นมา อย่างเอาไปก่อเหตุร้าย จนชาวบ้านบาดเจ็บหรือเสียชีวิต กลายเป็นเรื่องจะบานปลายใหญ่โตตรวจสอบพบว่า เป็นอาวุธที่มาจากหน่วยโน้น...หน่วยนี้...ยิ่งไปกันใหญ่จะกลายเป็นว่างานนี้ทหารทำ เพราะเป็นอาวุธที่เคยอยู่ในคลังแสงของทหาร?!?เท่านี้ก็ปวดตับ ตอบกันไม่หวาดไม่ไหวแล้วนะครับกวาดบ้านให้สะอาด ขุดรากถอนโคนให้หมดซะที ปล่อยไว้รังแต่จะสร้างความเสื่อมเสียให้กองทัพ?สหบาท