นักเศรษฐศาสตร์ แสดงความวิตกกังวล ที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก สูงขึ้น บวกกับต้นทุนการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นจากต้นทุนการขนส่งและราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น เพราะฉะนั้น ผลกระทบทางเศรษฐกิจจะเป็นวงกว้างจากบนลงล่างและจากล่างขึ้นบนราคาสินค้าจะแพงขึ้น จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น คุณภาพและปริมาณอาจลดลงเพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับกำลังซื้อจากผู้บริโภค ค่าครองชีพของประชาชนจะสูงขึ้น รายจ่ายเพิ่ม ในขณะเดียวกัน รายรับจะลดลงจากการประหยัดพลังงานและต้นทุนการผลิต อาทิ มาตรการทำงานอยู่ที่บ้าน WFH จะทำให้ธุรกิจการขนส่งรถโดยสาร ไปจนถึงมอร์เตอร์ไซค์รับจ้างในซอยรายได้จะลดลง ร้านค้าหาบเร่แผงลอยจะขายของได้น้อยลงเพราะผู้บริโภคที่ลดลงจากนโยบาย WFH ที่เรียกว่าผลกระทบจากล่างขึ้นบนเมื่อการบริโภคลดลง การผลิตก็ต้องลดลง เนื่องจากต้นทุน สูง ขายสินค้าได้น้อยลงต้องลดทั้งการผลิตและต้นทุนที่มาจากแรงงานและวัตถุดิบ เกษตรกร โรงงานอุตสาหกรรม ก็ต้องลดการผลิตตามไปด้วย สุดท้ายก็ต้องลดคนลดเวลาทำงาน กระทบเป็นลูกโซ่ขั้นตอนต่อไป การนำเข้าพลังงานที่มีราคาต้นทุนที่สูงขึ้น มีภาระ ที่ต้องแบกรับมากขึ้น อาทิ การชดเชยราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้มที่ต้องใช้เงินจากกองทุนพลังงานเชื้อเพลิง การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเกิดขึ้นแน่นอนต่อไปก็ ค่าเงินบาท อัตราแลกเปลี่ยน จะตามมา เมื่อค่าเงินบาทอ่อนค่าลงไปเรื่อยๆ ในภาวะที่น้ำมันดิบที่นำเข้าราคาก็แพง ขึ้นเรื่อยๆ เป็นเส้นคู่ขนาน กลายเป็นปัจจัยลบซ้อนปัจจัยลบเป็นวิกฤติในวิกฤติอิีกที คือ เอาเงินบาทที่มีจำนวนมากขึ้นไปซื้อ น้ำมันที่มีราคาแพงขึ้น กระทบจากบนลงล่างมีเท่าไหร่ก็ไม่เหลือเหมือนถูกบังคับให้ทำธุรกิจที่ขาดทุน เห็นๆ การนำเข้าก็มี ต้นทุนสูง การส่งออกก็มีปริมาณต่ำและไม่มีกำไร เป็นความเสี่ยง ทางเศรษฐกิจที่มีโอกาสรอดแทบจะเป็นศูนย์การแก้ปัญหาราคามะพร้าวจากสวนที่ตกต่ำและถูกนายทุนต่างชาติมาควบคุมการผลิตและการจำหน่ายแบบครบวงจร เอาเปรียบ ชาวสวนมะพร้าว ที่ไม่มีศักยภาพในการแข่งขัน สุดท้ายก็ขายสวน ให้นายทุนต่างชาติอยู่ดีเป็นการทำลายห่วงโซ่วงจรชีวิตของเกษตรกรอย่างโหดเหี้ยมเมื่อธุรกิจจำเป็นจะต้องปรับราคาสินค้า เพราะทนแบกรับต้นทุนไม่ไหว สุดท้ายก็จะเข้าสู่วงจรเงินเฟ้อและค่าครองชีพสูง อัตราการตกงานว่างงานเพิ่มขึ้น ไทยต้องนำเข้าน้ำมันมากกว่าส่งออกหลายเท่า หากมูลค่าการนำเข้าพลังงาน หรือเงินที่ไหลออกนอกประเทศมากกว่ารายได้เข้าประเทศ อาทิ รายได้จากการท่องเที่ยว ให้จับตาค่าเงินบาทไปแตะที่ระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์ และราคาน้ำมันดิบที่ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถึงตอนนั้นตนนั่นแหละ เป็นที่พึ่งแห่งตน.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม