อังกฤษอยู่ดีๆก็ตกเป็นเป้าหมายโจมตีของกลุ่มผู้ก่อการร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะคงระดับการคุมเข้มรักษาความปลอดภัยแน่นหนา โดยเฉพาะในกรุงลอนดอน นครหลวง ที่เพิ่งผ่านพ้นเหตุคนร้ายขับรถพุ่งชนคนและแทงตำรวจเสียชีวิตใกล้อาคารรัฐสภาในย่านเวสต์มินสเตอร์ก่อนถูกตำรวจยิงวิสามัญฆาตกรรมเมื่อเดือน มี.ค.เหตุร้ายครั้งล่าสุดก็เพิ่งมาเกิด เป็นเหตุโจมตีต้องสงสัยระเบิดฆ่าตัวตายคางานแสดงคอนเสิร์ตของ “อะรีอานา กรานเด” ศิลปินดังชาวอเมริกัน ขวัญใจวัยรุ่นทั่วโลก ภายในสนาม กีฬาในร่ม “แมนเชสเตอร์ อารีนา” เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เป็นเหตุโจมตีที่คนทั้งโลกต้องประณาม เพราะเหยื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยรุ่นที่ยังใสบริสุทธิ์และยังเป็นเหตุโจมตีก่อการร้ายครั้งร้ายแรงที่สุดในอังกฤษในรอบ 12 ปี นับจากเหตุมือระเบิดฆ่าตัวตายที่ได้แรงบันดาลใจจากเครือข่ายก่อการร้ายอัล เคดา โจมตีระบบขนส่งรวมทั้งรถไฟใต้ดิน ในกรุงลอนดอนในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนของวันที่ 7 ก.ค.2548 จนมีผู้เสียชีวิต 52 คน บาดเจ็บมากกว่า 200 คนระเบิดโจมตีที่เมืองแมนเชสเตอร์ยังทำให้ผู้คนย้อนระลึกถึงความโหดร้ายป่าเถื่อนจากกรณีกลุ่มคนร้ายบุกโจมตีงานแสดงคอนเสิร์ตที่โรงละครบาตากล็องในกรุงปารีส ซึ่งเป็น 1 ในกลุ่มเป้าหมายถูกโจมตีในกรุงปารีสเมื่อปี 2558 ที่มีผู้เสียชีวิตรวมร่วมร้อยกว่าคนและต่อมากองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) อ้างความรับผิดชอบโศกนาฏกรรมที่เมืองแมนเชสเตอร์ยังเป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่าถึงจะป้องกันอย่างเหนียวแน่นเพียงใดแต่สุดท้ายก็ยังมีช่องให้คนร้ายเลือกก่อเหตุได้อยู่ตลอด อีกทั้งการโจมตีครั้งนี้ยังถือเป็นเป้าหมายอ่อนไหว เหยื่อเป็นแฟนเพลงวัยรุ่น ผู้บริสุทธิ์ ไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่พกพาอาวุธก่อนเกิดเหตุโจมตีครั้งล่าสุด ได้มีความพยายามของเหล่าผู้นำโลกที่จะร่วมมือกันทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและความร่วมมืออื่นๆ หวังจะสกัดเหตุก่อการร้าย แต่ผลลัพธ์มันออกมาแล้วดังที่เห็นสุดท้าย! อาจเป็นปัญหาโลกแตกที่แก้ไขไม่ได้ หรือหากจะได้ก็คงใช้สรรพกำลังเหนื่อยหนักเลยทีเดียว.เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์