ต้นไทรใหญ่ล้มแถวถนนชิดลม เมื่อถูกพายุล้มทับคนตาย ตำรวจกำลังตั้งท่าแจ้งข้อหาเจ้าของแต่เจ้าของที่ดินในฐานะเจ้าของต้นไทร ก็ชี้ให้ไปที่เจ้าของเสาไฟฟ้าอีกสี่ห้าต้น ไม่รวมเจ้าของเสาสายโทรศัพท์ที่ต้นไทรล้มทับ...ว่าควรจะรับผิดชอบด้วยส่วนเจ้าของเสาโทรศัพท์ออกมาชี้แจงว่า เขาไม่เกี่ยวข้อง เพราะเอาสายโทรศัพท์ลงดินไปก่อนหน้านานแล้วก็คงเหลือเจ้าของที่ดินเจ้าของต้นไทร กับเจ้าของเสาไฟฟ้า คือการไฟฟ้านครหลวงผู้ที่ต้องชดใช้ความเสียหาย...จะเป็นใครเป็นงานที่ตำรวจจะต้องทำต่อไปประเด็นต้นไทรใหญ่มีข้อถกเถียง ต้นไม้ยืนต้นให้ร่มเงา เคยเป็นต้นไม้ให้คุณมาแต่โบราณถึงวันที่ถูกพายุล้ม...กลายเป็นจำเลย...ไปได้อย่างไรโดยปกติต้นไทรใหญ่ไม่ค่อยล้มง่ายๆ เพราะขยายบริเวณให้กว้างขวางออกไปๆ อิงอาศัยกันและกัน ลงรากหยั่งลึกได้มั่นคง เช่น “ไทรงาม” ที่พิมายผู้รู้เรื่องต้นไม้อธิบายเหตุที่ต้นไทรล้ม เพราะสองประการ ประการแรก รากแก้วเน่า ประการที่สองรากฝอยขาดความสมดุลรากฝอยก็คือต้นไทรที่แตกหน่อขยายบริเวณ...ให้ต้นไทรเป็น “ร่มโพธิ์ ร่มไทร” คำว่า “ไม่สมดุล” ก็คือเจอข้อจำกัดพื้นที่ดินในกรุงเทพฯ ซึ่งแพงแสนแพงจะขยายให้เป็น “ไทรงาม” ไม่ได้คำว่า “รากแก้วเน่า” ก็คงมาจากสภาพพื้นที่ป่าคอนกรีตใจกลางกรุงเทพฯ ระบบน้ำไหลเวียนไม่ทั่วถึง เหมือนระบบน้ำตามธรรมชาติชนบท ที่หล่อเลี้ยงลำต้นไทรใหญ่เอาไว้ “กาญจนาคพันธุ์” อธิบาย “ร่มโพธิ์ ร่มไทร” ไว้ในหนังสือ สำนวนไทยว่า หมายถึงที่พึ่ง ที่อาศัยให้ได้รับความร่มเย็นเป็นสุขที่มาของสำนวนมาจากตามทุ่ง ตามนา ป่าเขา มักจะมีต้นโพธิ์ ต้นไทร ตลอดจนต้นไม้ใหญ่อื่นๆ เป็นที่สำหรับคนเดินทาง กระทั่งชาวนาได้พักอาศัยร่มคำร้องเพลงปรบไก่ ของเก่า...บทหนึ่ง“พี่หมายจะพึ่งร่มไทร น้องจงตรองให้แน่ พี่ไม่ย่นย่อท้อแท้ แม่หนูเสียเลยสักท่า...”คำร้องเพลงปรบไก่ มักใช้คำสลับทั้งโพธิ์ทั้งไทร แล้วแต่คำไหนคล้องจอง...อีแม่โพธิ์เอ๋ยโพธิ์เย็น ถ้าแม้นใครเห็นอยากหยุด ถึงแดดร้อนแสนสุด เข้าอาศัยโพธิ์ศรี เจ้าช่างร่มชิดปิดช่อง จะหาแดดส่องก็หามีเอย เอ๋ย ไม่อีแม่ไทรโน้นโคนนับ เจ้าพึ่งมาดับคนร้อน ตัวพี่ตกจนคนจร คิดขึ้นมาก็น่าเสียใจเอย พี่หมายของฝากผี ไปกว่าชีวีจะวางวาย...อ่านเนื้อร้องเพลงปรบไก่แล้ว ผมเห็นแต่วี่แวว ความไว้เนื้อเชื่อใจ ร่มไทร...เป็นร่มไม้ที่ให้คุณ ไม่แค่หนุ่มสาวเอาไปใช้เกี้ยวพาฝากความรักความใคร่...โบราณยังใช้แทนคุณบุพการีร่มโพธิ์ แทนคุณพ่อ ร่มไทร แทนคุณแม่เรื่องต้นไทรล้ม...หากจะหาคนผิด ผมว่า ต้นไทรเกิดได้ทุกที่...เพียงแต่เมื่อบ้านเปลี่ยนสภาพเป็นเมือง ที่ดินจำกัด ระบบน้ำก็จำกัด...เป็นเหตุให้เกิด รากแก้วเน่า รากฝอยขาดสมดุลจะเอาผิดกับต้นไม้ก็ไม่ถูก จะเอาผิดกับเจ้าของที่ดินก็ไม่ถูก เห็นจะต้องเอาความผิดกับ “ความเป็นเมือง” เมืองทำให้ต้นไทร เติบใหญ่แข็งแรงไม่ได้เหมือนเดิมต้องแจ้งข้อหาผู้รับผิดชอบเมือง ในเรื่องนี้ ก็ผู้ว่าฯ กทม.นั่นปะไร ผมว่านะเรื่องเป็นกระแสเชี่ยวขนาดนี้ น่าจะต้องมีใครผิด เข้าสักคน.กิเลน ประลองเชิง