หนุ่มคนงานเขมรสุดโหด แอบปีนรั้วบ้านใช้มีดสปาร์ตาจ้วงแทง “เจ๊สั้น ตลาดไท” เจ้าของแผงผักรายใหญ่ดับสยอง หลังเพิ่งถูกนายจ้างไล่ออกไปเพียง 2 วัน เพราะจับได้ว่ายักยอกเงินค่าขายผัก ลูกสาวเหยื่อเล่าถึงนาทีสังหาร พ่อโทร.บอกขณะคุยสายกับแม่ จู่ๆ ได้ยินเสียงร้องขอชีวิต “มึงอย่าทำกู” ดังลั่น สั่งให้ลูกรีบแจ้งตำรวจและกลับบ้าน พอไปถึงเข่าแทบทรุดเจอภาพสะเทือนใจ เห็นแม่นอนเลือดทะลักท่วมร่างก่อนสิ้นใจตายทุรน ตำรวจเร่งล่าตัวมือมีดอำมหิตหวั่นหลบหนีกลับประเทศบ้านเกิด“เจ๊สั้น ตลาดไท” เจ้าของแผงค้าผักรายใหญ่ ถูกอดีตคนงานเขมรที่เพิ่งไล่ออก ย้อนกลับมาใช้มีดจ้วงแทงสิ้นใจตายสยองคาบ้านรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 23 เม.ย. ร.ต.อ.ชัยยันต์ คุณรักษ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายภายในบ้านเลขที่ 72/49 หมู่ 9 หมู่บ้านพระปิ่น 7 เฟส 4 ซอย 3 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้ง พร้อมด้วย พ.ต.อ.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย รองผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พ.ต.ท.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส.สภ.คลองหลวง ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวร รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน เขต 1 และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว เนื้อที่ราว60 ตารางวา มีรั้วรอบขอบชิด ภายในรั้วบริเวณหน้าประตูเข้าบ้านพบศพนางพรพรรณ หรือเจ๊สั้น แสนประสิทธิ์ อายุ 42 ปี เจ้าของบ้าน สวมเสื้อสีดำมีลายสีชมพู นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว นอนคว่ำหน้า เลือดไหลนองพื้น มีบาดแผลถูกแทงด้วยมีดเข้าที่ลำคอ 1 แผล และหน้าท้อง 1 แผล ฝ่ามือทั้ง 2 ข้าง มีบาดแผลถูกมีดบาดเหวอะหวะ ใกล้ศพพบมีดสปาร์ตา เปื้อนเลือดตกอยู่ มอบศพให้มูลนิธิฯนำส่งผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติน.ส.ชมภัคมนธฑ์ แสนประสิทธิ์ อายุ 23 ปี ลูกสาวผู้ตาย ให้การด้วยน้ำตานองหน้าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนออกไปทำธุระ ส่วนแม่เดินทางไปซื้อของ ที่ตลาดสี่มุมเมืองแล้วกลับเข้าบ้าน ระหว่างเปิดประตู เข้าบ้าน แม่ได้พูดคุยโทรศัพท์กับพ่อที่อยู่ต่างจังหวัด จังหวะนั้นพ่อได้ยินเสียงลอดมาทางโทรศัพท์คล้ายคนเข้ามาทำร้าย และได้ยินแม่พูดเสียงดังคล้ายอ้อนวอนขอชีวิตว่า “มึงอย่าทำกู มึงอย่าทำกู” ก่อนที่โทรศัพท์จะตัดไป และพ่อพยายามโทร.หาอีกหลายครั้งแต่ไม่มีคนรับสาย จึงโทร.มาบอกตนให้แจ้งตำรวจช่วยเข้าไปตรวจสอบที่บ้านเพราะเกรงจะ เกิดเหตุร้ายขึ้น พร้อมสั่งให้ตนรีบกลับบ้านมาดูแม่ ทันทีที่มาถึงรู้สึกตกใจแทบช็อก เมื่อเห็นภาพแม่นอนเลือดไหลท่วมตัว โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้ามาช่วยเหลือแต่ไม่ทันเพราะแม่สิ้นใจตายไปแล้วลูกสาวเหยื่อคมมีดอำมหิตให้ข้อมูลกับตำรวจอีกว่า แม่เป็นเจ้าของแผงขายส่งผักในตลาดไท ปกติไม่เคยมีปัญหากับใคร คาดว่ามือสังหารน่าจะเป็น นายที อายุราว 30 ปี คนงานชาวกัมพูชา ที่เพิ่งถูก ไล่ออกไปเมื่อ 2 วันก่อน เนื่องจากมีปัญหาเรื่องเงิน เพราะนายทีเป็นคนคอยเก็บเงินจากพ่อค้าแม่ค้าร้านขายผักภายในตลาดไทมาส่งให้แม่ แต่ระยะหลัง แม่จับได้ว่านายทีแอบยักยอกเงินบ่อยครั้ง เลยไล่ออกจากงานพ.ต.ท.นิมิตร นูโพนทอง รอง ผกก.สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดพบว่า ปืนสั้น .22 ที่ผู้ตายชอบพกติดตัว หรือวางไว้ภายในบ้านหายไป ส่วนทรัพย์สินอื่นต้องรอตรวจสอบอย่างละเอียดจากลูกสาวผู้ตายอีกครั้ง เพราะผู้ตายมีทรัพย์สินมาก เนื่องจากทำธุรกิจที่มีเงินเข้าออกตลอด ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า หลังก่อเหตุ คนร้ายปีนกำแพงด้านหลังหมู่บ้านทางทิศใต้ออกไปโบกรถ จยย.ให้ไปส่งที่ตลาดไอยรา ที่อยู่ตรงข้ามคนละฝั่งคลอง ก่อนจะเดินไปหน้าร้าน ส.รัตนพร 3 ขายส่งสินค้าเบ็ดเตล็ด ตรงข้ามธนาคารกรุงเทพ สาขาตลาดไอยรา ขึ้นแท็กซี่โตโยต้า สีชมพู ไม่ทราบทะเบียนและบริษัท มุ่งหน้าออกถนนบางขัน-หนองเสือ แล้วหายไป ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนระดมตรวจสอบกล้องวงจรปิดติดตามเส้นทางหลบหนี พร้อมตรวจสอบบริษัทรถแท็กซี่สาธารณะว่าในเวลาเกิดเหตุมีโชเฟอร์คนไหนรับคนร้ายไปบ้าง รวมทั้งประสานทุกโรงพักในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และข้างเคียง สกัดการหลบหนีแล้วพ.ต.ท.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส.สภ.คลองหลวง กล่าวว่า คนร้ายคือนายที คนงานกัมพูชา ที่ถูกไล่ออกไปเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา สาเหตุน่าจะเกิดความโกรธแค้นที่ถูกผู้ตายไล่ออกเพราะจับได้ว่ายักยอกเงินค่าขายผักไปซื้อเหล้าดื่ม และไม่ให้ความเคารพนายจ้าง จึงย้อนกลับมาดักทำร้าย โดยอาศัยช่วงที่เหยื่ออยู่บ้านเพียงลำพัง ปีนรั้วบ้านเข้ามาแล้วใช้มีดจ้วงแทงจนเสียชีวิต จากนั้นปีนรั้วบ้านออกไป แล้วปีนข้ามกำแพงหมู่บ้านออกสู่ถนนใหญ่ โบกเรียกรถ จยย.รับจ้างให้ไปส่งที่ตลาดไอยรา ก่อนนั่งแท็กซี่หลบหนีต่อไป โดยมีกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ ตำรวจแจ้งวิทยุสกัดจับแต่ไร้วี่แวว คดีนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งประสานไปตามด่านตม.ต่างๆทั่วประเทศ โดยเฉพาะด่าน ตม.แถบชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะเกรงผู้ต้องสงสัยจะหลบหนีกลับบ้านเกิด ทำให้ยากต่อการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี