“วัสดุทุกอย่างของเราสด ไม่มีการเอาของเก่ามาขาย”เชฟแฝดประกาศเสียงดังฟังชัด ขณะ “คุณชาย 2” พิจารณารายการอาหารอย่างละเมียดละไม พลันลงมติใจสั่งไปสองสามรายการ ระหว่างรอคอยพบว่าร้านอาหารนี้แปลกตรงไม่มีป้ายหน้าร้านโดดเด่นเหมือนร้านอื่นๆ ทำเลร้านแม้จะดูดี อยู่ริมถนนพิบูลสงครามและปากซอยเข้าวัดกำแพงพอดิบพอดี แต่น่าเสียดายที่ร้านไม่มีสถานที่จอดรถให้ลูกค้าแม้ริมถนนพิบูลสงครามจอดได้ แต่นั่นก็ต้องเลือกทำเลดีๆเอาเอง ช่วงเวลาจราจรคับคั่ง โอกาสที่นักชิมจะจอดรถลงไปลิ้มลองอาจจะยากสักหน่อย เอาเป็นว่าเรื่องที่จอดรถลองไปวัดดวงกันเอาเองก็แล้วกัน ส่วนเรื่องรสชาติอาหารเป็นอย่างไร “คุณชาย 2” ขอลองก่อน ผัดฉ่าปลาแซลมอนหอมกรุ่นอยู่เบื้องหน้าแล้ว ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องนั่งกลืนน้ำลายเล่น และปล่อยให้น้ำย่อยพิโรธโกรธกริ้ว เริ่มชิมปลาแซลมอนนำไปก่อนเพียวๆ กลิ่นพริกหอมนำมาจางๆ ตามมาด้วยรสเผ็ดอย่างมีมารยาทคือ ไม่เผ็ดฉูดฉาดบาดใจ แต่เผ็ดบางๆ ทำให้คนที่ไม่ชอบเผ็ดมากรับประทานได้อย่างสบายอารมณ์ เนื้อปลานุ่มดีจริงๆเครื่องปรุงอื่นๆเข้าเนื้อปลาแซลมอน รสกลมกล่อมดีแล้ว หากใครชอบเค็มก็เติมน้ำปลาได้เล็กน้อย สำหรับคนไม่ชอบเค็มไม่จำเป็นต้องปรุงรสเพิ่ม การปรุงรสเพิ่มนอกจากเสี่ยงกับอาหารรสชาติผิดเพี้ยนแล้ว ดีไม่ดีทำรสชาติดีๆเขาอาจจะเสียหายอีกครั้นรับประทานกับข้าว รสเผ็ดบางๆนั่นจะลดลงไปอีก ทำให้รับประทานได้อย่างสบายๆ คนที่ไม่เจริญอาหารมากนัก แค่ผัดฉ่าปลาแซลมอนราดข้าวเพียง 1 จานก็เอาอยู่ ราคาจานหนึ่งแค่เกินครึ่งร้อยไปนิดๆเท่านั้น คนที่พิสมัยในรสชาติของผงกะหรี่ ร้านเชฟแฝด ก็มีผงกะหรี่ทะเล ผงกะหรี่ไม่ฉุนกึกชนิดต้องบอกว่า ไม่เอาดีกว่า ถอยดีกว่า แค่กำจายกลิ่นออกมาพอรู้ว่าไม่เสียสัญชาติผงกะหรี่เท่านั้น พูดง่ายๆ คือพอรู้ว่าเป็นส่วนผสมของผงกะหรี่สัมผัสลิ้นก็พอรับได้ว่าไม่ปร่าแปร่ง แต่กลับเป็นมันด้วยไข่ที่ผสมเข้ามา ครั้นนำมาราดข้าวก็ไม่จำเป็นต้องมองหาอะไรอีก แค่จานเดียวก็เอาอยู่ก่อนอิ่มหนำ “คุณชาย 2” หันไปสนทนากับเจ้าของร้าน เป็นชายแฝดคนโตชื่อใหญ่ คนรองชื่อเล็ก เอาเข้าจริงก็แยกออกยากเหลือเกินว่าคนไหนใหญ่ คนไหนเล็ก เพราะนอกจากรูปร่างคล้ายกันแล้ว ส่วนสูงก็ไม่ต่างกันอีก ทั้งสองจบมาจากสวนกุหลาบวิทยาลัย หรือที่เรียกกันว่า “สวนใหญ่”เคยทำงานเป็นดีไซเนอร์ให้กับสินค้ายี่ห้อดังระดับโลกในประเทศไทย และเคยไปแสวงหาประสบการณ์ชีวิตที่ประเทศอเมริกามาแล้ว 5 ปี ทั้งสองไปประจำอยู่ในร้านอาหาร ฝึกทำอาหารไทยจนเชี่ยวชาญ แล้วก็กลับมาบ้านพร้อมกับความฝันว่าจะเปิดร้านอาหารเล็กๆร้านแรกทำมาไม่นานปีก็หยุดไป แล้วหวนกลับมาทำใหม่อีกครั้ง คราวนี้ได้ที่สถานที่ตั้งปัจจุบันนั่นคือ ปากซอยพิบูลสงคราม 22 หรือซอยเข้าวัดกำแพง อ.เมือง จ.นนทบุรี ย่านนี้มีทั้งสถาบันการศึกษา คนทำงาน และบ้านผู้คน แม้จะเปิดมาประมาณ 10 เดือน แต่ลูกค้าไม่เคยทำให้รู้สึกว้าเหว่แต่อย่างไร“ลูกค้าเรามีทั้งมาทานที่ร้านและซื้อไปทานที่บ้านครับ ถ้าเย็นๆนักศึกษาจะเข้ามาหนาตา ส่วนกลางวันก็มีขาประจำและขาจรแวะเวียนมาไม่ขาดครับ” เชฟแฝดบอก เสน่ห์ของร้านเชฟแฝด นอกจากทำอาหารทั้งไทยและฝรั่งได้แล้ว ยังผสมผสานรายการอาหารไทยกับฝรั่งเข้าด้วยกัน เช่น ข้าวผัดเขียวหวาน ข้าวผัดต้มยำทะเล และอีกหลายรายการข้าวผัดต้มยำทะเล เผ็ดนำมาจางๆ กลิ่นพริกโชยนำมาก่อน ประสานมาด้วยกลิ่นเครื่องปรุง นั่นคือเครื่องปรุงต้มยำ มองเข้าไปในจานมีถั่วลันเตา ข้าวโพดและแตงกวา ลองไปหนึ่งคำเต็มๆ พบว่ามีกลิ่นอายของต้มยำจริงๆ แถมยังมีเผ็ดนิดๆ จึงหยิบแตงกวาส่งตามเข้าไปอยากจะตักตามเข้าไปอีกหลายๆคำ แต่เกรงว่าเดี๋ยวอิ่มขึ้นมา จานอื่นๆ ที่นอนรออยู่อาจจะเสียใจ เพราะคนเราลองว่าอิ่มเสียแล้ว ให้อาหารอร่อยอย่างไรก็ไร้ผล เมื่อหักห้ามใจได้ก็ตามด้วยอาหารรายการต่อไปคราวนี้เป็นข้าวผัดปลาเค็ม ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าปลาเค็ม แม้จะมีส่วนผสมอื่นๆเข้ามาเจือ ความเป็นปลาเค็มก็เค็มอยู่ดี ระหว่างส่งเข้าไปช้าๆ ค่อยๆตักไข่ต้มที่วางเคียงมา 2 ซีกตามเข้าไป ลบความเค็มได้เป็นอย่างดี ร้านเชฟแฝด เอาเข้าจริงก็คือร้านอาหารตามสั่ง เพียงแต่ว่าเป็นร้านอาหารตามสั่งที่ไม่ธรรมดา เพราะทำได้ทั้งอาหารไทยและอาหารฝรั่ง ตัวอย่างเช่น ข้าวผัดกะเพรา ข้าวผัดเขียวหวาน ผัดซีอิ๊ว ข้าวไข่เจียว สปาเกตตี ข้าวผัดอเมริกัน มะกะโรนี และสุกี้แห้ง เป็นต้นร้านเปิดเวลา 10.00-20.00 น. ทุกวัน ราคาอาหารเริ่มจากจานละ 40 ขึ้นไป สนใจหรือสงสัยประการใด สอบถามได้ที่เบอร์ 08-6138-9666 หรือ 08-3909-8822 เชฟแฝดบอกว่ายินดีรับฟังทุกเสียง และตอบปัญหาทุกสาย ใครที่มองอาหารไทยรูปแบบใหม่ ลองสัมผัสความอร่อยกันได้ที่ร้านเชฟแฝด หนึ่งคน หนึ่งอิ่ม จ่ายไม่เกินหนึ่งร้อยบาท.คุณชาย 2