กีฬา
100 year

ปมด้อยอำนาจพิเศษ ปิโตรเลียมเกยตื้น : สงครามกลุ่มผลประโยชน์ “ชิงขุมทรัพย์” พลังงาน

ทีมข่าวการเมือง2 เม.ย. 2560 05:01 น.
SHARE

ปฏิทินล่วงเข้าเดือนเมษายน ห้วงฤดูร้อนเต็มรูปแบบ

และว่ากันตามปรากฏการณ์ในอดีตรอบหลายๆปีที่ผ่านมา เหตุการณ์วุ่นวายในบ้านเมืองมักจะเกิดในเดือนนี้ เดือนที่การเมืองจะร้อนตามอุณหภูมิ

เป็นห้วงเวลาอาถรรพณ์ เดือนแห่งการพลิกคว่ำพลิกหงาย

ซึ่งโดยรูปการณ์ก็เหมือนจะล้อกับเหตุการณ์ในอดีต กับบรรยากาศกรุ่นๆปมป่วนๆวุ่นๆทางการเมืองในรอบสัปดาห์สุดท้ายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ประเด็นร้อนผุดขึ้นมาเป็นรายวัน

ตามฉากที่เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรได้นำหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.12) ของสำนักงานตรวจสอบภาษีกลาง กรมสรรพากร ประเมินภาษีเงินได้จากการขายหุ้นชินคอร์ปของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร จำนวน 1.7 หมื่นล้านบาท ไปแปะที่ประตูหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า

“อภินิหารกฎหมาย” ไล่ล่าขุมทรัพย์ “นายใหญ่”

ไล่เลี่ยๆกัน กสทช.ก็มีมติให้พักใบอนุญาต “วอยซ์ทีวี” ทีวีดิจิตอลเครือข่ายธุรกิจตระกูลชินวัตรเป็นเวลา 7 วัน เนื่องจากมีการกระทำผิดซ้ำซาก ด้วยการเผยแพร่เนื้อหาที่ฝ่าฝืนประกาศ คสช.

ยุทธการ “จอดำ” รัฐบาลทหารถอดปลั๊กสื่อยี่ห้อ “ทักษิณ”

ต่อเนื่องกันกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงมติด้วยคะแนนท่วมท้น ถอดถอนนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์-ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ออกจากตำแหน่ง

จากกรณีถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวหาว่านายสุรพงษ์ออกหนังสือเดินทางให้กับอดีตนายกฯทักษิณโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นผลให้ถูกห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

ระดับแขน ขา คนสำคัญของ “นายใหญ่” ถูกตัดไปอีกหนึ่ง

ในอารมณ์ที่รู้สึกว่า โดนทุบอยู่ฝ่ายเดียว

แนวรบด้าน “ทักษิณ” กลับมาปะทุเต็มรูปแบบ

พร้อมๆกับแนวรบด้านอื่นก็ระอุขึ้นมาเป็นวงล้อมทหาร คสช.

ตามภาพข่าวที่นายวีระ สมความคิด ประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน และเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) เผชิญหน้ากับชาวบ้านกลุ่มต้านในจังหวัดบุรีรัมย์ ขณะเดินทางมาตรวจสอบพื้นที่เพื่อพิสูจน์ความจริง กรณีบ่อนกาสิโน ด่านช่องสายตะกู ก่อสร้างอยู่บนพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน ณ ด่านช่องสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์

เหตุการณ์เกือบซ้ำรอยแบบที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. แสดงความเป็นห่วงไว้ล่วงหน้า หวั่นเหตุการณ์ปะทะกับคนในพื้นที่เหมือนกรณีผามออีแดง

และถึงแม้นายวีระจะยอมถอยกลับ แต่ “บ่อนกาสิโนปริศนา” ก็ยังเป็นปมคาใจสังคม

เป็นกองไฟที่สุมหัวเชื้อไว้รอลมพัดโหม

ลักษณะเดียวกับปมของ “ชัยภูมิ ป่าแส” นักกิจกรรมกลุ่มชาติพันธุ์ชาวลาหู่ ที่ถูกทหารหน่วยปราบปรามยาเสพติดทำการวิสามัญบริเวณด่านตรวจบ้านรินหลวง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

กลายเป็นเรื่องใหญ่ ละเมิดสิทธิมนุษยชน

กระแสลุกลามบานปลาย องค์กรสิทธิฯทั้งไทยและต่างประเทศเคลื่อนไหวกดดันให้ทหารเปิดเผยข้อเท็จจริง เรียกร้องรัฐบาลไทยให้ดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นอิสระ ไม่ลำเอียง และเห็นผลต่อการสังหารครั้งนี้

ประจานภาวะเลวร้ายภายใต้ยุคอำนาจพิเศษ

แนวรบภายนอกภายในจ่อล้อม คสช. ระเบิดการเมืองถูกจุดชนวนขึ้นมาพร้อมๆกันในหลายจุด

แต่จุดที่สั่นสะเทือนอำนาจพิเศษมากสุดหนีไม่พ้น ปฏิบัติการโยน “ทุ่นระเบิด” ของ “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจรัฐบาล คสช.นั่นเอง

แฉกระบวนการ “ยัดไส้” บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ

ตั้งโต๊ะแถลงประจาน “6 บิ๊กทหาร” อยู่เบื้องหลังความพยายามในการแทรกเนื้อหาในมาตรา 10/1 ของร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ ก่อนเข้าสู่การพิจารณาวาระที่สองและสามในที่ประชุม สนช.

เล่นเอาบิ๊ก คสช.ก้นร้อน นั่งกันไม่ติด

ด้วยฤทธิ์ของคนฝ่ายเดียวกันเองที่ตะโกนฟ้องปมไม่ชอบมาพากล กระตุกเครื่องหมายคำถาม เร้ากระแสสังคมให้หันมามองรัฐบาลทหารด้วยสายตาหวาดระแวง

กระแสแรงแบบที่ “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์-โอชา นายกฯ หัวหน้า คสช. ต้องประกาศเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ยืนกรานทหารไม่ยุ่งกับผลประโยชน์พลังงานแน่

แต่ตั้งใจทำเพื่อผลประโยชน์ของชาติในระยะยาว

เช่นเดียวกับท่าที “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่ปฏิเสธเสียงแข็ง ประเด็นตั้ง “บรรษัทน้ำมันแห่งชาติ” เพื่อเปิดทางให้ทหารเข้ามาคุมเรื่องพลังงาน ไม่เป็นความจริง คิดกันไปเอง เป็นไปไม่ได้ ทหารไม่มีปัญญาจะทำ

เวลานี้มาไกลแล้ว และไม่ได้ย้อนกลับไป

เรื่องของเรื่อง มองกันตามหลักความเป็นจริง สิ่งที่ พล.อ.ประวิตรพูด และ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันก็คือสถานการณ์ความเป็นไปของธุรกิจน้ำมัน ณ ปัจจุบันของเมืองไทย

ไม่ว่ามองมุมไหน ทหารก็ยากจะฝืนกระแสได้

ตามเงื่อนสถานการณ์มันก็แค่กระตุกภาพปั๊มน้ำมัน “สามทหาร” สร้างความน่ากลัวให้สังคมผวาก็เท่านั้น

และถึงที่สุดเลย ที่ประชุม สนช.ได้ลงมติ ผ่านวาระ 3 ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ ด้วยคะแนน 227 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 งดออกเสียง 3 โดยที่คณะกรรมาธิการฯ ได้ขอถอนประเด็น “บรรษัทน้ำมัน” ที่กำหนดไว้ในมาตรา 10/1 ออกไป โดยจะให้ไปใส่ในข้อสังเกตแนบท้ายร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯแทน

ผ่าทางตันกันได้ในนาทีสุดท้าย เดินหน้าต่อตามแผน

แต่นั่นก็ยังถือว่า “แขวนอยู่บนเส้นด้าย”

ตามปรากฏการณ์ป่วนๆไร้ความแน่นอน ทั้งน้ำมัน ทั้งไฟฟ้า ยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของประเทศไทยที่ต้องสะดุดอยู่เป็นระยะ กับภาวะ “แบ่งเค้ก” กันไม่ลงตัว

นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศยังไม่ไว้วางใจแน่

เพราะไม่ชัวร์ว่าจะมีรายการตั้งแง่ล้มโต๊ะ ล้มกระดานกันอีกเมื่อไหร่

ตามรูปการณ์อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์เปิดฉากแฉ
กลับเลยว่า กลุ่มเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงาน (คปพ.) นั่นแหละที่กดดันให้สอดไส้ “บรรษัทน้ำมัน” ในร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ

แถมยังซัดด้วยว่า เอ็นจีโอกลุ่ม คปพ.ใช้วิธีกดดันแบบนี้ ประเทศชาติเสียหาย เสียประโยชน์ และกลุ่มนี้ก็ยึดโยงกับการต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่

ป่วนทุกที่ในเรื่องที่เกี่ยวกับพลังงาน

นั่นแสดงว่า ผู้นำรัฐบาลทหารต้องยอมโอนอ่อนผ่อนตามเอ็นจีโอในสายพันธมิตรฯ

ยอมรับเป็นนัยว่า แหยงอิทธิพลของ คปพ.

ล้อกับฉากที่เครือข่าย คปพ.นำโดย “เอ็นจีโอตัวแม่” อย่าง น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ นายธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง นายประกอบ ปริมล เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) แท็กทีมแถลงใหญ่ต่อต้านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ ขู่คำรามปลุกม็อบบุกล้อมทำเนียบรัฐบาล

และยกขบวนม็อบหน้ากาก “นายกฯลุงตู่” ไปกดดันการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯกันถึงหน้าสภา ท้าทายอำนาจพิเศษ ทั้งเหตุการณ์ม็อบบนถนน และการทำหน้าที่ของ สนช.ในสภา

โดยที่ฝ่ายคุมอำนาจ คสช.ไม่กล้าใช้กำลัง “หักดิบ” ทำได้แค่ใช้กฎหมายปรามให้เลิกชุมนุม

ฟ้องด้วยมาตรฐานเทียบกับอีกฝ่าย แค่อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยเคลื่อนไหวเปิดตัวหนังสือเกี่ยวกับโครงการจำนำข้าว โดนทหารไล่ตามบล็อกตามสกัดเข้มจนต้องยกเลิก

ภาพที่สะท้อนออกมามันชัดเจน ม็อบมีเส้นกับม็อบไม่มีเส้น

เป็นอะไรที่เคลียร์ไม่ออก กับอาการ “ลูบหน้าปะจมูก” เงื่อนไขผูกพันกับเกมอำนาจที่พึ่งพาอาศัยกันมา

ทหารไม่กล้าหัก “นั่งร้าน”

ตามรูปการณ์ “บรรษัทน้ำมัน” มาตรา 10/1 ในร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯที่แทบจะไม่มีผลอะไรในทางปฏิบัติ แค่ “ยัดไส้” มาเอาใจเอ็นจีโอสายพันธมิตร ขบวนการที่โค่นอำนาจ “ทักษิณ” ร่วมกันมา

เป็นเหลี่ยมกระบวนท่าในการประคองเกมเอาตัวรอดทางการเมือง

แต่กลายเป็นหัวเชื้อ เรื่องลุกลามบานปลายใหญ่โต

เกือบทำ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯเกยตื้น

ขยายภาพของกลุ่มผลประโยชน์แฝงในเกมชิงเค้กพลังงานประเทศไทย

ภาพที่ออกมามันเสียหายแบบที่ประเมินค่าไม่ได้

กับภาวะผู้นำทหารที่ไม่กล้าทุบโต๊ะ โชว์ความเด็ดขาดในยุทธศาสตร์สำคัญของชาติ ส่งผลต่อความมั่นคงทางด้านพลังงาน กระเทือนภาวะการลงทุน

“ปมด้อย” อำนาจพิเศษ เสี่ยงทำให้ชาติเสียโอกาส.


“ทีมการเมือง”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิเคราะห์การเมืองทีมการเมืองทักษิณ ชินวัตรหุ้นชินคอร์ปวอยซ์ทีวี

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED