“อัจฉริยะ” นอนคุกนำตัวส่งขังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ศาล ยกคำร้องไม่ให้ประกันตัว ตามที่พนักงานสอบสวน บก.สอท. ยื่นคำร้อง คัดค้านเนื่องจากคดีมีข้อหาฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และเว็บพนันออนไลน์ มีมูลค่าความเสียหายและเส้นทางการเงินเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายใหญ่ เกรงว่า ไปยุ่งเหยิงพยานกระทบรูปคดีที่ต้องขยายผลต่อเนื่อง เจ้าตัวอ้างถูกกลั่นแกล้งและมีใบสั่ง ยันไม่ได้ เอาเงินไปเล่นพนันมวย 300-400 ล้านบาท สามารถชี้แจงเส้นเงินได้ทุกประเด็นกรณีตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) บุกจับนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นักร้องเรียนชื่อดัง บริเวณหน้าสนามมวยเวทีอ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ตามหมายจับศาลอาญาในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวยออนไลน์พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต นายอัจฉริยะมีพฤติกรรมนำเงินบริจาคของชมรมฯไปเล่นพนันมวย ตำรวจไซเบอร์จับกุมพนันมวยออนไลน์ ท้องที่สน.บึงกุ่ม พบเส้นเงินกว่า 1,000 ล้านบาท หลังตรวจสอบเส้นเงินกลุ่มคนทำเว็บพนันเกี่ยวโยงกับนายอัจฉริยะ 212 ครั้ง เป็นเงินกว่า 40 ล้านบาท พบเงินหมุนเวียนในบัญชีส่วนตัวกว่า 191 ล้านบาท และบัญชีชมรมฯ กว่า 168 ล้านบาท จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ชุดจับกุมนำตัวไปคุมขังที่สน.ทุ่งสองห้องความคืบหน้าที่ สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ต.ค. พนักงานสอบสวน บก.สอท.1 บช.สอท. เจ้าของสำนวนคดี เดินทางมารับตัวนายอัจฉริยะเพื่อนำตัวไปฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กทม. ผู้สื่อข่าวสอบถามนายอัจฉริยะ ถึงประเด็นเงินบัญชีส่วนตัวปี 2567-2568 จำนวน 191 ล้านบาท ชี้แจงได้หรือไม่ นายอัจฉริยะกล่าวว่า ชี้แจงได้ทุกประเด็น เมื่อถามถึงเงินที่มีผู้โอนเงินบริจาคแล้วไปใช้เล่นพนันมวย นายอัจฉริยะตอบว่า “ไม่จริง ถ้าผมไปเล่นมวย 3-4 ร้อยล้านบาท ผมเอาเงินไปเที่ยวไม่ดีกว่าเหรอ” พร้อมกล่าวด้วยว่า เป็นไปได้ที่ตนจะถูกกลั่นแกล้ง และเชื่อว่ามีใบสั่ง เพราะบัญชีชมรมฯปิดไปตั้งแต่ปี 65 สามารถไปตรวจสอบดูได้ที่เฟซบุ๊กชมรม เมื่อถามว่า คิดว่าจะได้ประกันตัวหรือไม่ นายอัจฉริยะกล่าวว่า อย่าเพิ่งไปคิดเลย ขณะเจ้าหน้าที่นำตัวไปศาลนายอัจฉริยะไม่ได้มีสีหน้าเคร่งเครียดแต่อย่างใดที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวน บก.สอท.1 ได้นำตัวนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5926/2569 ลงวันที่ 2 ต.ค.69 ฐานฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ฟอกเงินและลักลอบเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต รวม 4 ข้อหา กรณีนายอัจฉริยะมีพฤติกรรมใช้บัญชีเงินฝากของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมที่เปิดรับบริจาคก่อนโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวไปเล่นพนันมวยเงินทุนร่วม 360 ล้านบาท มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 5-16 ต.ค. เนื่องจากพนักงานสอบสวนยังต้องสอบปากคำพยาน รอผลการตรวจสอบประวัติอาชญากร รอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆ รวมทั้งเส้นทางการเงินและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องท้ายคำร้องฝากขังพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว ผู้ต้องหาเนื่องจากเป็นคดีที่มีข้อหาฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และความผิดเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์มีมูลค่าความเสียหายและเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายใหญ่ ทางตำรวจเกรงว่าหากให้ปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหาอาจจะไปปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือส่งผลกระทบต่อรูปคดีที่อยู่ระหว่างการขยายผลได้ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา พฤติการณ์แห่งคดีตามคำร้องฝากขังแล้ว ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวย โดยกลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์แบ่งหน้าที่การกระทำความผิด ผู้ต้องหาใช้บัญชีส่วนตัวและบัญชีชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม อันเป็นบัญชีบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ มีเงินหมุนเวียนในระบบ และมีเงินโอนเข้าบัญชี หรือโอนออกจำนวนมาก พฤติกรรมดังกล่าวนับเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย นับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว อ้างว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์ข่มขู่ผู้เสียหายหรือพยาน อาจยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน อันเป็นการยากต่อการสืบสวนติดตาม ข้อเท็จจริงฟังได้ความดังกล่าว กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากได้รับการปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาอาจจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานหรือไปก่อเหตุให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ในชั้นนี้จึงยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา ศาลยกคำร้องนำตัว ผู้ต้องหาส่งไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครมีรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบปรามจับกุมนายอัจฉริยะกับพวก ในคดีกรรโชกทรัพย์อดีต ผกก.ตม. มูลค่าความเสียหาย 2.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่นำข้อมูลไปแฉในไลฟ์สด เกี่ยวกับขบวนการลักลอบนำตัวผู้ต้องหาชาวจีนเทาออกจากห้องกัก สตม.สวนพลู เพื่อเปิดทางปล่อยให้ผู้ต้องหาหลบหนี นายอัจฉริยะได้ประกันตัวในชั้นศาล คดีกรรโชกทรัพย์นักธุรกิจดังในพื้นที่จ.ชลบุรี เมื่อต้นปี 69 เรียกเก็บส่วยเดือนละ 1 แสนบาท รวมเป็นเงิน 1.3 ล้านบาท เนื่องจากผู้เสียหายเกี่ยวข้องค้าบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย นายอัจฉริยะเข้ามอบตัวได้ประกันตัวชั้นศาล และคดีกรรโชกทรัพย์นายประกันศาล 3 ล้านบาท ตำรวจกองปราบฯอยู่ระหว่างสอบสวนดำเนินคดี นอกจากนี้ นายอัจฉริยะมีคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา 6 คดี คดีดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่ 1 คดี และคดีดักฟังใช้ประโยชน์หรือเปิดเผยข้อความสื่อสารอีก 1 คดีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่