วิกฤติน้ำป่าทะลักดอยสุเทพแจ้งปิดน้ำตก 2 แห่ง จ.ตาก พ่อเฒ่าหนีน้ำไม่ทันดับคาบ้าน กำแพงเพชรถนนขาดรถติดหนึบ เขื่อนเขาแหลมและเขื่อนแก่งกระจานน้ำเกือบเต็มความจุเร่งระบาย แม่น้ำบางปะกงหนุนสูงเมืองจมบาดาล แปดริ้วไม่รอดอาคารทรุดตัว ส่วนกรุงเก่ากระทบ 11 อำเภอปักธงแดงเตือนชุมชนริมแม่น้ำ เมืองนนท์น้ำเหนือทะลักเร่งเสริมแนวกั้นน้ำ ส่วนชาวบ้านร่มเกล้า-คลองจั่นทุกข์หนักน้ำเริ่มเหม็นเน่า ทร.แจ้งน้ำทะเลหนุนสูง วันที่ 29 ก.ย.-4 ต.ค.นี้วิกฤติอุทกภัยยังน่าวิตก ฝนตกแช่นานบวกมรสุมถล่มซัดไทยหลายพื้นที่ทางภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก และภาคกลาง เกิดน้ำป่าไหลหลากทะลักเข้าพื้นที่ชั้นล่าง หลังเขื่อนหลักเร่งทะลักน้ำลงท้ายเขื่อนทำเอาชุมชนริมน้ำทยอยจมมิด ลุ่มน้ำเจ้าพระยาอ่วมหนัก ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลน้ำท่วมขัง ขยายวงกว้าง ถนนสายหลักอัมพาตหลายจุด บางพื้นที่ มีน้ำท่วมขังหลายวันเกิดเน่าเหม็น ชาวบ้านเริ่มป่วยขาดอาหารและน้ำ เจ้าหน้าที่ทหาร-ปภ. ระดมกำลังลุยน้ำแจกถุงยังชีพ อพยพผู้ป่วยติดเตียงและคนชราหนีภัยวุ่น พร้อมเตือนชาวบ้านเตรียมรับมือระดับน้ำ หนุนสูงช่วงนี้ดอยสุเทพฯปิดน้ำตก 2 แห่งโดยเช้าวันที่ 29 ก.ย. มีรายงานว่า เกิดกระแสน้ำ ที่ไหลและเชี่ยวกรากและมีสีขุ่นแดงไหลลงสู่น้ำตกหมอกฟ้าในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ต.สบเปิง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ หลังพื้นที่ตอนบน มีฝนตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้น้ำป่าทะลักลงสู่น้ำตก เช่นเดียวกับที่น้ำตกห้วยตึงเฒ่าใน อ.แม่ริม น้ำป่าไหลหลากลงสู่น้ำตก กระแสน้ำไหลแรงเชี่ยวกราก และมีระดับเพิ่มสูงขึ้น ต่อมาเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ดอยสุเทพ-ปุย ประกาศปิดน้ำตกหมอกฟ้า และน้ำตกห้วยตึงเฒ่าเป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว พร้อมประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากในพื้นที่ยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องเกรงว่าอาจเกิดน้ำป่าไหลทะลักลงมาอย่างรวดเร็วน้ำป่าซัดพ่อเฒ่าดับคาบ้านสายวันที่ 29 ก.ย. ร.ต.อ.เรวัตร เอี่ยมตาก รอง สว. (สอบสวน) สภ.บ้านตาก จ.ตาก รับแจ้งเหตุ คนจมน้ำเสียชีวิต ภายในบ้าน 104 หมู่ที่ 1 ต.เกาะตะเภา ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุน้ำท่วมสูงเกือบถึงคอ ภายในบ้านพบศพนายวุฒิชัย เหมือยฝน อายุ 69 ปี เจ้าของบ้าน ลอยน้ำคว่ำหน้าอยู่ในที่พัก ไม่พบรอยบาดเเผล จากการถูกทำร้าย สอบถามญาตทราบว่า ผู้เสียชีวิตอายุมากเดินเเละขยับตัวช้า พักอยู่ในบ้านเพียงคนเดียว ในระหว่างนั้นน้ำป่าได้ไหลเข้ามาจำนวนมาก คาดหนีไม่ทันจมน้ำเสียชีวิต อลหม่านแยกนครชุมรถติดหนึบบริเวณสี่แยกนครชุม ต.นครชุม อ.เมืองกำแพงเพชร ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ ส่งผลให้ มวลน้ำสะสมไหลหลากมาจาก อ.คลองลาน เอ่อล้นคลองสวนหมากและทะลักเข้าท่วมถนนพหลโยธิน (ฝั่งขาขึ้น) เส้นทางกรุงเทพฯ-กำแพงเพชร-ตาก- เชียงใหม่ ระดับน้ำท่วมขังบนเส้นทางหลักส่งผลให้ การจราจรติดขัดเป็นทางยาว รถเล็กสามารถสัญจรผ่านไปได้ด้วยความยากลำบาก ตำรวจ ทหาร หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่จิตอาสาลงพื้นที่อำนวยความสะดวกจัดระเบียบการจราจร รวมถึงคอยช่วยเหลือประชาชนและเด็กเล็กในการลุยน้ำข้ามฝั่ง พร้อมทั้งช่วยเข็นรถ จยย.จอดเสียกลางทางแล่นเรือช่วยชาวบ้านบนหลังคาทหาร และ ปภ.กำแพงเพชร นำเรือเข้าช่วยเหลือ ประชาชนที่ติดอยู่บนหลังคาบ้านในพื้นที่หมู่ 12 ต.นครชุม อ.เมืองกำแพงเพชร นำไปส่งบ้านญาติและศูนย์พักพิง ปริมาณน้ำในคลองสวนหมากเพิ่ม สูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและถนนในชุมชน ส่งผลให้ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย เช่นเดียวกับในพื้นที่ ต.ท่าขุนราม อ.เมือง เป็นพื้นที่ติดริมคลองสวนหมาก ปริมาณน้ำไหลทะลักเข้าท่วม บ้านเรือนและเส้นทางถนนเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านบางส่วนไม่สามารถย้ายทรัพย์สินและสิ่งของได้ทัน ข้าวของเสียหายเป็นจำนวนมาก ขณะที่ผู้ประกอบการเจ้าของฟาร์มในตัวเมืองกำแพเพชร เปิดเผยว่า น้ำท่วมฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อไว้ทั้งหมดประมาณ 20,000 ตัว ขณะนี้ไก่ตายไปแล้ว 12,000 ตัวย้ายผู้ป่วยบางส่วนเข้าศูนย์ฯที่ อ.แกลง จ.ระยอง น้ำยังท่วมสูงในพื้นลุ่มต่ำ ส่วนที่โรงพยาบาลแกลง เจ้าหน้าที่เร่งอพยพผู้ป่วยที่อาการไม่หนักเคลื่อนย้ายออกจาก รพ.ไปอยู่ที่โรงเจ สมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์แกลง วัดพลงช้างเผือก หอประชุมโรงเรียนแกลงวิทยสถาวร โดยทางเทศบาลตำบลเมืองแกลงจัดสถานที่ไว้รองรับหลายพันคนถนนทรุดกระบะพุ่งลงหลุมเมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 29 ก.ย. อาสากู้ภัยรับแจ้งเหตุถนนทรุดเป็นหลุมกว้างมีรถกระบะตกลงไปที่ถนนข้ามสะพานแม่น้ำประแส หมู่ 1 ต.กระแสบน อ.แกลง จ.ระยอง ไปตรวจสอบพบรถกระบะฟอร์ดเรนเจอร์ แบบสี่ประตู สีแดง ทะเบียน ฉค 833 ชลบุรี พบรถกระบะตัวถังด้านหน้าปักลงในหลุม มีนายสายชล เณรอนันต์ อายุ 40 ปี เป็นเจ้าของรถ ยืนอยู่ในอาการตกใจพร้อมเปิดเผยว่า ตนเป็นพ่อค้าขายอาหารริมถนนสาย 344 บ้านบึงแกลง ขับรถออกจากร้านเพื่อกลับเข้าสวนยาง เมื่อวิ่งมาถึงคอสะพานข้ามแม่น้ำประแส ถนนทรุดตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่เบรกไม่ทันพุ่งตกลงหลุมได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย คาดฝนตกหนักถนนเกิดน้ำกัดเซาะเป็นหลุมกว้าง เจ้าหน้าที่รีบซ่อมถนนอย่างเร่งด่วน เขื่อนวชิราลงกรณน้ำเพิ่มสูงด้านนายสมชาย จันทร์เย็น ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ-1 พร้อมด้วยผู้ปฏิบัติงานแผนกบำรุงรักษาเขื่อนและอาคารโรงไฟฟ้า ลงพื้นที่ตรวจสอบ ความมั่นคง และความปลอดภัยของอาคารโรงไฟฟ้าเขื่อนวชิราลงกรณ ทั้งการตรวจสอบสภาพเขื่อนด้วยสายตา (Visual Inspection) และการตรวจวัดพฤติกรรมเขื่อนด้วยเครื่องมือวัด และองค์ประกอบโดยรอบอย่างละเอียด เพื่อเฝ้าระวังและติดตามความ มั่นคงของเขื่อนอย่างใกล้ชิดในช่วงที่อ่างเก็บน้ำมีระดับน้ำสูง ณ บริเวณสันเขื่อนวชิราลงกรณ และบริเวณประตูระบายน้ำล้น (Spillway) เขื่อนวชิราลงกรณ ภายหลังปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนมีปริมาณกักเก็บมากกว่าร้อยละ 90 ของความจุ อ่างเก็บน้ำ ผลการตรวจสอบพบว่า เขื่อนวชิราลงกรณ มีสภาพมั่นคงแข็งแรง พฤติกรรมของเขื่อนและค่าจากเครื่องมือวัดอยู่ในเกณฑ์ปกติ สามารถกักเก็บ น้ำได้อย่างมั่นคงและปลอดภัย ทั้งนี้ เขื่อนวชิราลงกรณ ยังคงติดตามและตรวจสอบพฤติกรรมเขื่อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของเขื่อนและประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำแจ้งปรับการระบายน้ำเท่าตัวต่อมาเขื่อนวชิราลงกรณแจ้งว่า มติที่ประชุมคณะทำงานวิเคราะห์สภาพอากาศและคาดการณ์สถานการณ์น้ำ ภายใต้การกำกับดูแลของ สทนช.เห็นชอบให้ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณ เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าอ่างเพิ่มเติม ดังนี้ วันที่ 29 ก.ย. ปรับการระบายน้ำจาก 15 เป็น 30 ล้าน ลบ.ม./วัน (347 ลบ.ม./วินาที) วันที่ 30 ก.ย.-4 ต.ค. ปรับการระบายน้ำจาก 15 เป็น 42 ล้าน ลบ.ม./วัน (486 ลบ.ม./วินาที) ทั้งนี้ การระบายน้ำดังกล่าวเป็นไปตามคู่มือการบริหารจัดการน้ำเขื่อนวชิราลงกรณอย่างเคร่งครัด โดย กฟผ.จะติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่องชุมชนท้ายเขื่อนเตรียมพร้อมส่วนพื้นที่อยู่ท้ายเขื่อนใหญ่ของทั้ง 2 เขื่อน ประกอบด้วยเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ ปริมาณน้ำเพิ่มสูงใกล้เกินระดับกักเก็บแล้ว ทาง เขื่อนต้องเริ่มทำการพร่องน้ำในอ่างเพื่อลดระดับ และน้ำไหลลงสมทบกับน้ำป่าท้ายเขื่อน ทำให้ท้ายเขื่อนประกอบด้วย อ.ทองผาภูมิ ไทรโยค และ อ.เมือง มีระดับน้ำสูงเพิ่มขึ้นท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมฝั่งของแม่น้ำ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหารกองกำลังสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ 9 หน่วยงานมูลนิธิฯ เข้าไปช่วยเหลือประชาชนขนย้ายสิ่งของไปไว้พื้นที่สูง รวมถึงอพยพประชาชนออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย สำหรับในพื้นที่บริเวณหน้าประตูเมือง จุดสกายวอล์กเมืองกาญจนบุรี ถนนริมน้ำมีระดับน้ำสูงขึ้นท่วมผิวการจราจร เจ้าหน้าที่เทศบาล นำป้ายตั้งห้ามผ่านเนื่องจากระดับน้ำสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะจุดเช็กอินเมืองกาญจน์ บริเวณท่าจอดแพ ระดับน้ำสูงเกือบ 1 เมตร ต้องปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสส.นำทีมออฟโรดตะลุยช่วยชาวบ้านขณะที่นายพนม โพธิ์แก้ว สส.กาญจนบุรี เขต 5 พรรคเพื่อไทย หรือ สส.ไก่ นำทีมงานนำถุงยังชีพ 300 ชุด พร้อมด้วยทีมออฟโรด สบายฟาร์ม โรงปูนเขตรุ่งเรือง ผู้ใจบุญสมทบข้าวกล่องน้ำดื่ม 200 ชุด ลุยช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนลุยไปพื้นที่หมู่ 9 บ้านชายทุ่ง ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรีพบศพสองแม่ลูกลอยติดกอหญ้าจากเหตุรถยนต์กระบะถูกกระแสน้ำพัดตกถนนที่บ้านห้วยเสือ หมู่ 1 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์สามารถช่วยเหลือชีวิตเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิดเป็นชาย 2 ราย ส่วนอีก 2 รายชื่อนางตอง อายุ 55 ปี และ ด.ญ.นิชา อายุ 12 ปี สองแม่ลูก จมน้ำหายไป กระทั่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรีพบศพทั้ง 2 รายติดอยู่ในกอหญ้า ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายร่างสองแม่ลูกไปทำพิธีทางศาสนาที่บ้านพักในพื้นที่หมู่ 1 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรีเขื่อนแก่งกระจานจ่อเต็มความจุที่บ้านท่าลิงลม หมู่ 3 ต.สองพี่น้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี หลังมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแก่งกระจานเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากฝนที่ตกสะสมในพื้นที่ ส่งผลให้มีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้ว มีรายงานว่า อ่างเก็บน้ำแก่งกระจานมีน้ำอยู่ประมาณ 99.30% คิดเป็น 705.457 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุอ่างประมาณ 710 ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่าอยู่ในระดับสูงมากและใกล้เต็มความจุของอ่าง กรมชลประทานมีการติดตามระดับน้ำและสถานการณ์น้ำไหลเข้าอ่างอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำหรือดำเนินการบริหารจัดการระดับน้ำเพิ่มเติม อาจส่งผลต่อพื้นที่ชุมชนโดยรอบอ่างเก็บน้ำประเมินว่า พื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบครอบคลุมประมาณ 8 หมู่บ้านรวมกว่า 2,000 ครัวเรือนฝ่าน้ำเชี่ยวกู้ภัยเร่งอพยพชาวบ้านจ.ปราจีนบุรี มวลน้ำจากแควหนุมานเอ่อล้นเข้าท่วมในพื้นที่ ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ทะลักท่วมบ้านเกือบมิดหลังคา ล่าสุดเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสัจจะพุทธธรรมกบินทร์บุรีนำเรือท้องแบนเข้าพื้นที่เร่งอพยพชาวบ้านออกมายังศูนย์พักพิง การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากมีน้ำไหลเชี่ยว ต่อมาอาสาหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู จ.เชียงใหม่ นำเรือยางขนาดใหญ่จำนวน 2 ลำ และเรือสปีดโบ๊ต 1 ลำ มาช่วยอพยพประชาชนได้มากขึ้นแม่น้ำบางปะกงหนุนมิดหลังคาขณะเดียวกัน ทีมตอบโต้ภัยพิบัติ มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯเมืองพัทยา นำเจ็ตสกีและเรือท้องแบนเข้าทำการช่วยเหลือประชาชนกว่า 500 หลังคาเรือน ในเขตพื้นที่หมู่บ้าน ต.หาดนางแก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังถูกน้ำในแม่น้ำบางปะกงเอ่อ ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน พื้นที่ดังกล่าวติดกับต้นแม่น้ำบางปะกงเชื่อมต่อมาจากแม่น้ำปราจีน ระดับน้ำสูงถึง 1-2 เมตร บ้านชั้นเดียวถูกน้ำ จมมิดหลังคา กู้ภัยอพยพชาวบ้านประกอบด้วยคนชรา เด็กเล็ก และสัตว์เลี้ยงรวมกว่า 70 ชีวิต ก่อนเคลื่อนย้ายออกมาจากบ้านเรือนมาที่ศูนย์พักพิง นอกจากนี้พบว่าวัดเพชรเอิม เป็นวัดที่สร้างขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 มีอายุมากกว่า 100 ปี ถูกน้ำท่วมทั้งวัด โบสถ์และมณฑปเสียหายอย่างหนัก ชาวบ้านบอกว่าเคยเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่เมื่อช่วงปี 2556 ซึ่งในครั้งนี้ถือว่าหนักพอกันกับครั้งที่แล้ว แตกต่างตรงที่น้ำมาไวมากจนย้ายของหนีออกไม่ทัน ที่ จ.สระแก้ว อาสากู้ภัยเร่งค้นหาร่าง ด.ช.พุฒิพัฒน์ สำรวมจิต หรือน้องภูผา อายุ 12 ปี หลังถูกกระแสน้ำพัดสูญหายที่บ้านดงงู ด้านหลังตลาดโรงปลาร้า อ.อรัญ ประเทศอ.บางคล้า จมบาดาลไร้ทางออกจ.ฉะเชิงเทรา ทีมกู้ภัยฉะเชิงเทราจุดบางคล้า ได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากกู้ภัยพนมให้ช่วยนำผู้ป่วยติดเตียง คนชรา คนท้อง และเด็ก ออกจากพื้นที่ใน ต.ท่าทองหลาง อ.บางคล้า สภาพน้ำท่วมมิดหลังคาบ้านไม่สามารถออกมาได้ ทีมกู้ภัยนำเรือเข้าไปช่วยและได้ช่วยกันอุ้มผู้ป่วยติดเตียง คนแก่ที่เดินไม่ได้ ทยอยออกมาจากจุดที่น้ำท่วม กระทั่งช่วงค่ำการอพยพยากลำบาก ไม่มีไฟส่องสว่างประกอบกับกระแสน้ำเชี่ยว เส้นทางที่แล่นเรือออกมานั้น 2 ข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ต้องคอยระมัดระวังทางอย่างเต็มที่หมู่บ้านในเมืองแปดริ้วไม่รอดที่หมู่บ้านพฤกษาพนาลี 36 หมู่ 8 ต.คลองอุดมชลจร อ.เมืองฉะเชิงเทรา น้ำท่วมขังในระดับสูงถึงหน้าอกและมีน้ำเพิ่มระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีฝนตกสลับกับแดดออก กู้ภัยฉะเชิงเทราทยอยอพยพชาวบ้านออกมาอย่างต่อเนื่อง บางครอบครัวต้องขนย้ายเสื้อผ้า สัมภาระและรถ จยย.ใส่แพเดินลุยน้ำออกมา ทำให้บรรยากาศภายในหมู่บ้านเงียบเหงา บางครอบครัวยังนอนอยู่ที่ชั้น 2 กู้ภัยลำเลียงอาหารทยอยส่งกว่า 1,000 ชุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอาคารทรุดตัวผนังเกิดรอยร้าวต่อมากู้ภัยฉะเชิงเทรารับแจ้งเหตุอาคารทรุดตัว และมีผู้พักอาศัยติดอยู่ภายในห้องเช่าสุขสบายริมคลอง เลขที่ 39/1/4-27 หมู่ 2 ต.คลองนา อ.เมืองฉะเชิงเทรา ไปตรวจสอบระดับน้ำท่วมสูง เป็นอาคารสูง 2 ชั้น จำนวน 20 ห้อง บริเวณผนังด้านล่างของอาคารมีรอยแตกร้าวหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณ ห้องพักเลขที่ 104 พบรอยร้าวขนาดใหญ่ ขณะที่พื้นบันไดทางขึ้นเกิดการทรุดตัว และตัวอาคารมีลักษณะเอนไปด้านหลังและเอียงไปทางด้านขวา ตรวจสอบมีผู้พักอาศัยติดอยู่ภายในห้อง 104 จำนวน 1 ราย เนื่องจากการทรุดตัวของอาคาร ทำให้วงกบประตูถูกกดจนไม่สามารถเปิดออกได้ ต้องใช้ค้อนขึ้นไปทุบประตูเพื่อช่วยชีวิตผู้อยู่อาศัยออกมาได้อย่างปลอดภัยขนย้ายนกกระจอกเทศหนีน้ำที่ก้องภพฟาร์ม ต.ไร่พัฒนา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ฝนตกหนักน้ำท่วมฟาร์มนกกระจอกเทศอย่างหนัก เจ้าของฟาร์มประสานขอความช่วยเหลือไปยังปศุสัตว์ จ.ชัยนาท และด่านกักกันสัตว์ชัยนาท เพื่อระดมกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์ เข้าดำเนินการอพยพนกกระจอกเทศจำนวน 11 ตัว ขึ้นสู่พื้นที่สูงพ้นน้ำอย่างทุลักทุเล เนื่องจากนกมีขนาดตัวใหญ่ น้ำหนักมาก และมีอาการตื่นตกใจผู้คนแปลกหน้า การเคลื่อนย้ายเป็นไปอย่างทุลักทุเลเมืองกรุงเก่ากระทบ 11 อำเภอจ.พระนครศรีอยุธยา เริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะชุมชนริมคลอง ริมแม่น้ำสายต่างๆ ถนนในชุมชนริมแม่น้ำเริ่มถูกตัดขาด ได้รับผลกระทบรวม 11 อำเภอ 146 ตำบล 881 หมู่บ้าน 35 ชุมชน 34,138 ครัวเรือน ประกอบด้วย อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.บางไทร อ.พระนครศรีอยุธยา อ.บางปะอิน อ.บางปะหัน อ.ลาดบัวหลวง อ.นครหลวง อ.วังน้อย และ อ.อุทัย เสียชีวิต 1 ราย อำเภอเสนา ล่าสุดเริ่มมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นหลังเขื่อนพระราม 6 ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากแม่น้ำป่าสักลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทบชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำในพื้นที่ อ.ท่าเรือ อ.นครหลวง และ อ.พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำป่าสักที่ต้องเร่งเตรียมรับมือปักธงแดงเตือนชุมชนริมแม่น้ำที่บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลท่าเรืออยู่ติดกับแม่น้ำป่าสัก เจ้าหน้าที่นำธงสีแดงมาปักไว้เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในชุมชนริมแม่น้ำและพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ ให้เร่งขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นไว้ในที่สูง หลังระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนเหลืออีกประมาณ 10 เซนติเมตรจะเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบริเวณลานด้านหน้าสำนักงานเทศบาล ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ทยอยเดินทางมาติดตามสถานการณ์และตรวจสอบระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง ด้านเทศบาลตำบลท่าเรือเตรียมกระสอบทรายสำหรับเสริมแนวป้องกันน้ำ รวมถึงจัดเตรียมเรือไว้สำหรับให้ประชาชนในเขตเทศบาลที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใช้ในการเดินทางและขนย้ายสิ่งของ หากสถานการณ์น้ำเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ที่ตลาดสดท่าเรือ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างเร่งขนย้ายสินค้าและอุปกรณ์การค้าจากร้านออกจากพื้นที่ หลังได้รับประกาศแจ้งเตือนเรื่องสถานการณ์น้ำ เทศบาลตำบลท่าเรือจัดเตรียมพื้นที่ตลาดชั่วคราวไว้รองรับ เพื่อให้ผู้ค้าสามารถย้ายออกไปจำหน่ายสินค้าได้ในช่วงที่ตลาดเดิมได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหมู่บ้านวินด์มิลล์กระทบ 600 ครัวเรือนภายในหมู่บ้านวินด์มิลล์ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ หลังเกิดเหตุแนวกำแพงกั้นพื้นที่ระหว่างหมู่บ้านเกิดพังเสียหายหลายจุด ส่งผลให้น้ำจากหมู่บ้านข้างเคียงที่มีระดับน้ำท่วมสูงไหลทะลักเข้ามายังหมู่บ้านวินด์มิลล์อย่างรวดเร็ว เบื้องต้นมีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 600 หลังคาเรือน ระดับน้ำภายในหมู่บ้านเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บางจุดมีระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร ไล่ลงมาสูงถึงระดับหน้าอกและศีรษะ ขณะที่บ้านเรือนบางหลังถูกน้ำท่วมสูงถึงครึ่งชั้นของตัวบ้าน จากการสำรวจภายในหมู่บ้านพบรถยนต์จมน้ำหลายคัน ล่าสุดเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่ต้องการอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่ระดับน้ำภายในหมู่บ้านยังคงต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดเมืองนนท์เสริมแนวกั้นเจ้าพระยานายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี เปิดเผยว่า หลังจากพายุฝนหยุดตกไปแล้ว 2 วัน สถานการณ์น้ำในเขตเทศบาลนครนนทบุรีเริ่มคลี่คลายเกือบเป็นปกติหมดแล้ว ยังมีบางส่วนน้ำท่วมอยู่ เช่น บริเวณคลองบางตลาด คลองส่วย ต้องผลักดันน้ำ เพราะมีน้ำจากท่อไซฟ่อนหรือท่อลอดของการประปานครหลวงลงมาท่อนละ 2 เมตร 2 ท่อน ลงมาที่คลองส่วย ทำให้ปริมาณน้ำในคลองส่วยไหลระบายได้ช้าและยังมีน้ำจากกรุงเทพฯ ที่ไซฟ่อนตรงกลางประปาปล่อยลงมาด้วย ทำให้เทศบาลมีภาระในการสูบน้ำอย่างหนักตรงนี้ ส่วนอื่นๆนั้นเบาบางลงแล้ว นอกจากนี้ยังระดมกำลังพนักงานเทศบาลไปบรรจุกระสอบทรายเพื่อเสริมคันกั้นน้ำตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยา 10 กิโลเมตร เนื่องจากน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นจากที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายมามากขึ้น เทศบาลต้องเร่งดำเนินการเสริมคันกั้นน้ำต่างๆเพื่อป้องกันน้ำให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่องลาดกระบังต้องเฝ้าระวังที่ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม ศาลาว่าการ กทม. ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์โดยรวมเริ่มดีขึ้นเนื่องจากฝนหยุดตก ทำให้หลายจุดระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะคลองแสนแสบที่ระดับน้ำลดลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ช่วงต้นคลองถึงบริเวณใกล้วัดเทพลีลา ขณะที่พื้นที่ชั้นในและถนนสายหลักหลายจุดเริ่มกลับมาสัญจรได้ เช่น ถนนวิภาวดีรังสิต ส่วนหมู่บ้านชินเขตและซอยลาดพร้าว 80 หลายจุดเริ่มแห้งแล้วสำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันออกยังมีบางจุดที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะลาดกระบัง ซึ่งคลองประเวศบุรีรมย์ยังมีปริมาณน้ำมาก เนื่องจากเป็นคลองสายยาว ขณะที่มีนบุรีสถานการณ์ดีขึ้น ส่วนสายไหมยังต้องติดตามน้ำล้นข้ามคลองหกวาสายล่างจากฝั่ง จ.ปทุมธานีร่มเกล้า–คลองจั่น น้ำเริ่มเน่าเหม็น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากปัญหาน้ำท่วมขังมานานกว่า 5 วันแล้ว สถานการณ์ในเคหะคลองจั่นและชุมชมร่มเกล้ากลับเลวร้ายหนักขึ้น เมื่อน้ำที่ท่วมขังส่งกลิ่นเหม็นจากเศษขยะ และน้ำเสียที่เกิดจากการขับถ่ายของประชาชนจนสภาพน้ำกลายเป็นสีดำ และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงอย่างดีส่งอาหารห่วงใยหมาและแมวนายสาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) นำอาหารสุนัขและแมวไปมอบให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ประสบภัยน้ำท่วมที่เคหะร่มเกล้า พร้อมเผยว่า จากอุทกภัยหลายวันต่อเนื่อง ทำให้สัตว์ขาดอาหารและน้ำดื่ม สมาคมและองค์กรเครือข่ายจัดโครงการฟื้นฟูสวัสดิภาพสัตว์ประสบอุทกภัย ในกรุงเทพฯและบริเวณโดยรอบ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ได้รับผลกระทบลุยน้ำท่วมช่วยคนป่วยส่ง รพ.นายปฏิวัติ โต๊ะหมัน หัวหน้าชุดไม้สูง พร้อมทีมงานไม้สูง เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดสวน สาธารณะ สำนักงานเขตสะพานสูง 7 คน นำรถกระเช้าตัดต้นไม้เข้าไปในซอยราษฎร์พัฒนา 5 เพื่อลุยน้ำท่วมกว่า 1 เมตรเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงไปส่ง รพ.เกษมราษฎร์ รามคําแหง ระหว่างทางรับส่งชาวบ้านในหมู่บ้านเพื่อสัญจรเข้าออกหมู่บ้านไปด้วย ส่วนชาวบ้านต้องพายเรือออกมาซื้อของใช้ชีวิตอย่างลำบาก“ปวีณา” นำทีมส่งข้าวกล่องถึงบ้านขณะที่นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ นำทีมลงพื้นที่ลุยน้ำท่วมนำข้าวกล่องปรุงสุกใหม่จากโรงครัวมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า พร้อมน้ำดื่มสะอาดจากมูลนิธิปวีณาฯ ส่งตรงถึงมือประชาชนที่กำลังขาดแคลนอาหาร พร้อมวางแผนเร่งกระจายความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ หลายเขต ได้แก่ บางเขน สายไหม บึงกุ่ม มีนบุรี พระยาสุเรนทร์ คลองจั่น บางกะปิ และ จ.นครนายก, จ.ปทุมธานี จะนำเสบียงอาหารเข้าพื้นที่ที่ร้องขอความช่วยเหลือเป็นประจำทุกวัน จนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายและเข้าสู่ภาวะปกติกรมอุตุฯแจงฝนลดลงบางพื้นที่กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ในช่วงวันที่ 30 ก.ย-3 ต.ค.69 ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางพื้นที่ เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ขณะที่มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ส่วนในช่วงวันที่ 4-5 ต.ค.69 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นบางพื้นที่ เริ่มจากภาคเหนือและภาคตะวันออก เฉียงเหนือก่อน หลังจากนั้นจะส่งผลกระทบกับภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกในระยะถัดไป ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยแจ้งเตือนน้ำทะเลหนุนสูงกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือรายงานว่า เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูงวันที่ 29 ก.ย.-4 ต.ค.69 ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ บริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันถาวร และเส้นทางสัญจร ถนนสุขุมวิท ถนนสุขสวัสดิ์และถนนพระราม 2 เฝ้าระวังอันตรายจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่