หน่วยงานรัฐพร้อมใจประสานเสียงขานรับนโยบาย “อนุทิน” ระดมช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยใหญ่ในทุกมิติ ใน กทม.หลายหน่วยระดมจัดหาอาหาร น้ำดื่ม ข้าวกล่อง ส่งให้ผู้ติดค้างตามที่พักที่น้ำท่วมสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแฟลตคลองจั่น เคหะร่มเกล้า-บึงกุ่ม “ชัชชาติ” พร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบที่คาดมีราว 7 แสนคน ตามเกณฑ์ ปภ. เบื้องต้นพบหนักสุดอยู่เขตลาดกระบัง-คันนายาว ด้านตำรวจจราจรเคลียร์รถจมน้ำ-จอดเสีย-กีดขวางทาง เปิดเส้นทางสัญจรได้แล้วทั้ง “เพชรบุรี ตัดใหม่-เอกมัย-วิภาวดี” ส่วนการบินไทยขอรถทหารตระเวนรับพนักงาน หลังน้ำท่วมบ้านออกมาไม่ได้ จนเกิดปัญหาขาดคนทำงานภาคพื้นดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโหลดสัมภาระสนามบินสุวรรณภูมิ ขณะที่ สธ.สรุปอุทกภัยทั่วประเทศช่วงนี้ มีผลกระทบใน 23 จังหวัด ตายแล้ว 19 ศพหลายหน่วยงานต่างระดมสรรพกำลังแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องหลายวัน ในหลายพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพ มหานคร (กทม.) และปริมณฑล ที่เกิดน้ำท่วมขังระดับสูงบนถนนสายหลักและบ้านเรือน ทรัพย์สินของประชาชนจมอยู่ใต้น้ำ ได้รับความเสียหายจำนวนมาก นายกฯขอใช้รถทหารช่วย ปชช.ต่อมาเมื่อเวลา 08.10 น. วันที่ 28 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรม เจริญ รมว.กลาโหม นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือบนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ พร้อมหารือนำรถของทหารออกไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย รวมถึงใช้ขนสิ่งของอุปโภคบริโภคไปมอบให้ประชาชนในจุดที่ยังมีน้ำท่วมสูงเดือดร้อนให้ติดต่อมาช่วยได้พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการนำกำลังทหารเข้าช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมว่าต้องแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ในพื้นที่ กทม.และ ปริมณฑล ใน กทม.ทุกพื้นที่ ได้จัดกำลังคน ยุทโธปกรณ์ โดยเฉพาะรถครัวสนาม ไปยังศูนย์พักพิงเกือบทุกจุด โดยเฉพาะจุดที่มีการร้องขอหรือจำเป็น เช่น พื้นที่ลาดกระบังและคลองจั่น ขณะที่พื้นที่ปริมณฑล ทั้ง จ.สระแก้ว ปราจีนบุรี และสมุทรปราการ เรามีกำลังพลและยุทโธปกรณ์ไปช่วยเหลือตามพื้นที่ของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยของแต่ละมณฑลทหารบก ส่วนไหนที่มีความเดือดร้อนสามารถติดต่อหน่วยทหารที่ใกล้ที่สุดและปัจจุบันค่ายทหารทุกค่ายเปิดเป็นที่จอดยานพาหนะช่วยขนสัมภาระตกค้างสุวรรณภูมิพล.ท.อดุลย์กล่าวอีกว่า ได้เดินทางไปที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทราบข้อมูลจากทางบริษัทการบินไทย รวมถึง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา มีการประสานเรื่องกระเป๋าของผู้โดยสารติดอยู่ที่สายพานไม่มีใครลำเลียงออกมา ตนจะนำกำลังพลเข้าไปช่วยเหลือ ส่วนสายด่วนรับแจ้งขอความช่วยเหลือ ขอให้ฟังผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเป็นหลัก ในจุดนั้นจะมีผู้บังคับหน่วยไปประจำการคู่กับ ผอ.เขต ในแต่ละเขตและจังหวัด ย้ำว่าหากตรงไหนที่หน่วยทหารใกล้และรู้จัก สามารถโทรศัพท์หาได้ทุกที่ กทม.เยียวยาตามหลัก ปภ.ส่วนที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม กทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวถึงการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบว่าตอนนี้มีผู้ประสบภัยค่อนข้างมาก กระจายในหลายพื้นที่ ทุกเขตต้องทำจำนวนผู้ที่ต้องการขอความช่วยเหลือ ทั้งผู้ป่วยติดเตียง อาหารต่างๆ รวมถึงรีบจัดส่งอาหาร คิดว่าตอนนี้ผู้ที่ได้รับผลกระทบที่ต้องส่งอาหารประมาณ 6-7 หมื่นคน ทุกเขตจะรับผิดชอบในเขตตัวเอง ตั้งกองบัญชาการในแต่ละเขต นำโรงครัวลงไปในพื้นที่ ร่วมกับหลายหน่วยงานทั้งเอกชนและภาครัฐ ส่วนการเยียวยายังไม่มีการเคาะ แต่ กทม.มีหลักการเยียวยาอยู่แล้วใช้หลัก ปภ. ซึ่งประชาชนเตรียมหลักฐานต่างๆไว้ ส่วนการเยียวยาพิเศษ คงต้องรออีกทีว่าทางรัฐบาลว่าอย่างไรผู้ประสบภัย กทม. 7 แสนคนด้าน น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ข้อมูลจากศูนย์บัญชาการฯ ระบุว่าตั้งแต่เริ่มสถานการณ์มีประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งระดับน้อยและมากประมาณ 329,000 ครัวเรือน หรือราว 700,000 คน พื้นที่ที่มีน้ำท่วมลึกและมีประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก ได้แก่ เขตลาดกระบัง ประมาณ 30,000-40,000 คน เขตบางกะปิ ประมาณ 20,000 คน และเขตคันนายาว ประมาณ 30,000-40,000 คน ขณะที่เขตสะพานสูง สวนหลวง และหลักสี่ ยังมีประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมและชุมชนริมคลองได้รับผลกระทบ หลักสี่ มีประมาณ 10,000 คน ภารกิจสำคัญที่สุดในขณะนี้ นอกจากการเร่งระบายน้ำแล้ว คือการดูแลประชาชนที่ยังอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนที่ขาดแคลนอาหาร น้ำดื่ม หรือไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้เยียวยาคนกรุงยึดเกณฑ์เดียวกันด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเกณฑ์เยียวยาผู้ประสบอุทกภัยใน กทม.ว่ามีระเบียบการชดเชยเยียวยา รัฐบาลได้หารือกับทาง กทม. ต้องลงรายละเอียดจะจัดสรรกันอย่างไร ยืนยันว่าทุกส่วนพร้อมดูแลอย่าง เต็มกำลัง มีสิทธิได้เงินเยียวยา 9,000 บาท/ครัวเรือน มาตรฐานเดียวกับจังหวัดอื่นที่เคยได้เพราะทั่วประเทศ ต้องใช้เกณฑ์เดียวกัน เพียงแต่ กทม.จะมีเกณฑ์อย่างไร แล้วมีงบกลางของ กทม.อย่างไร และในส่วนที่ต้องเพิ่มเติมรัฐบาลพร้อมสนับสนุน ทั้งนี้ รัฐบาลได้เตรียมกันงบกลางปี 2569 ประมาณ 2 พันล้านบาท ซึ่งจะดูแลสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.เป็นต้นมา ทั่วประเทศ ปภ.ต้องแจ้งเหตุ น้ำท่วมที่เกิดตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. ที่จำเป็นใช้แบบไหน และเยียวยาที่ใด ทำเรื่องมาให้ ครม.มีมติต่อไประดมรถยกเคลียร์รถจมน้ำส่วนการเคลื่อนย้ายรถและสิ่งกีดขวางการจราจร เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการ ตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. ร่วมปล่อยแถวระดมรถยกและกำลังพล เร่งคืนผิวการจราจรในพื้นที่ถนนเพชรบุรี ตัดใหม่ เขตราชเทวี โดยมีรถที่ต้องเคลื่อนย้าย 385 คัน แบ่งเป็นรถจอดเสียและจมน้ำบนผิวจราจร 185 คัน และรถประชาชนที่นำขึ้นจอดหนีน้ำบนสะพานและทางยกระดับ 200 คัน โดยตำรวจนครบาลระดมรถยกเข้าปฏิบัติงาน 66 คัน พร้อมได้รับการสนับสนุนรถสไลด์จากกรุงเทพมหานครเพิ่มเติม ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่นำรถที่เคลื่อนย้ายไปพักไว้ 2 จุดหลัก ได้แก่ 1.บริเวณถนนกำแพงเพชร 7 เป็นเส้นทางคู่ขนานกับถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และ 2.สวนสมเด็จสราญราษฎร์มณีรมย์ (ใกล้ฟู้ดแลนด์) เพชรบุรีตัดใหม่ บริเวณทางขึ้น-ลงเอกมัย เจ้าของรถที่ยังไม่พบรถของตนเอง สามารถติดต่อขอดูรถได้ที่สวนสมเด็จสราญราษฎร์มณีรมย์ พร้อมนำหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของรถไปติดต่อฝ่ายจราจร สน.มักกะสัน เพื่อรับรถคืน รวมถึงผู้ที่ทำแผ่นป้ายทะเบียนหลุดสูญหายด้วยเร่งเปิดถนนเพชรบุรีตัดใหม่ด้าน พล.ต.อ.อดิศร์กล่าวว่า สถานการณ์ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ระดับน้ำลดลงเกือบหมดแล้ว การ สัญจรทั้งขาเข้าและขาออกทำได้ตามปกติ ขณะนี้ยังมีรถจอดเสียและรถที่จอดค้างกีดขวางเส้นทางบางส่วน เจ้าหน้าที่ทยอยเคลื่อนย้ายไปพักไว้บริเวณสวนสาธารณะและลานกีฬาข้างวัดภาษีเจริญ นอกจากนี้ ยังมีรถโดยสารขนาดใหญ่ของ ขสมก.จอดบริเวณช่องทางเลี้ยวจากถนนเพชรบุรีขาเข้าไปทางเอกมัย ทั้งนี้ ได้เร่งเคลียร์รถบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ทั้งขาเข้าและขาออกให้เรียบร้อย ก่อนเคลื่อนกำลังไปดำเนินการบริเวณสะพานคลองตัน ยังมีรถค้างอยู่จำนวนมากถนนวิภาวดีฯเปิดใช้งานได้แล้วกระทั่งเวลา 15.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผบก.จร. พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ เชื้อเดช รอง ผบก.จร. พ.ต.อ.เสกสรรค์ ชุ่มแจ่ม ผกก.2 บก.จร. ควบคุมการปฏิบัติโดย พ.ต.ท.ดามพวร ทองอิ่ม รอง ผกก.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ พ.ต.ท.ภุชงค์ เม้าทุ่ง สว.งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. ฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนผู้ใช้เส้นทางว่าจากสถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมขังบนถนนวิภาวดี รังสิต ขณะนี้ระดับน้ำในจุดที่เคยมีน้ำท่วมขังลดลงจนไม่พบว่ามีน้ำท่วมขังบนผิวการจราจรแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้เร่งเคลื่อนย้ายรถที่ได้รับผลกระทบ เคลียร์พื้นที่ และประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำความสะอาดผิวการจราจร เพื่อให้เปิดเส้นทางได้อย่างปลอดภัย ขณะนี้ถนนวิภาวดีรังสิต พื้นราบ เปิดการจราจรได้ตามปกติ ทั้งขาเข้าและขาออกผบ.ทบ.—เดอะมอลล์จัดส่งข้าวกล่องสำหรับความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ไม่สามารถทำอาหารเองได้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดวัน หน่วยงานต่างๆ ระดมกำลังจัดตั้งโรงครัวและจัดทำอาหารกล่องออกแจกจ่ายในจุดที่น้ำท่วมระดับวิกฤติ ใน กทม. พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการ ทหารบก (ผบ.ทบ.) พร้อมด้วย พล.ท.วรยส เหลือง สุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 (มทภ.1) และ พล.ต.กิตติ ประพิตรไพศาล ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.1 รอ.) ร่วมกับผู้บริหารเดอะมอลล์ กรุ๊ป โดย เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ นำโดย นางวรลักษณ์ ตุลาภรณ์ และ น.ส.พลอยชมพู อัมพุช ร่วมบรรจุอาหาร ข้าวกล่อง และสิ่งของจำเป็นจาก Gourmet Market และ Gourmet Eats ส่งต่อ ให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในชุมชนแฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูง โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทัพในการอำนวยความสะดวกเข้าพื้นที่เพื่อเร่งส่งต่อความช่วยเหลือถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและทันท่วงที โดยเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ อยู่คู่กับชุมชนบางกะปิมายาวนานกว่า 32 ปี พร้อมเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในการประสานความช่วยเหลือและดูแลชุมชนโดยรอบ จากผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ มีความจำเป็นต้องปิดให้บริการ และกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 29 ก.ย.เพื่อรองรับการให้บริการสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าบริโภคจำเป็น ซึ่ง Gourmet Market และ Gourmet Eats ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่ เดอะมอลล์ กรุ๊ป พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการส่งต่อความช่วยเหลือ และร่วมดูแลชุมชนให้ผ่านพ้นสถานการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน พม.ตั้งครัวกลางช่วยน้ำท่วมด้านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ (พม.) นายนิกร โสมกลาง รมว.พม.เปิดเผยว่า ได้มอบถุงยังชีพ รวมถึงข้าวกล่องพร้อมน้ำดื่มให้อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) นำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ พร้อมจัดตั้งศูนย์สร้างสุข ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กทม. เป็นศูนย์กลางในการประสานความ ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ที่ประสบอุทกภัย ระหว่าง พม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งจัดตั้งครัวกลางทำอาหารปรุงสุกแจกจ่ายให้ผู้ประสบอุทกภัย เช่นเดียวกับการเคหะแห่งชาติจัดตั้งโรงครัวที่วัดบางเตย ประกอบอาหารปรุงสุกแจกจ่ายให้กับชุมชนเคหะคลองจั่น เคหะร่มเกล้า เคหะบึงกุ่ม ตลอดจนชุมชนรอบข้างที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกนอ.พร้อมเยียวยาชุมชนโดยรอบด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยที่ทำเนียบรัฐบาลถึงสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมว่า ปัจจุบันพบน้ำท่วมขังในบริเวณพื้นที่ส่วนกลางของนิคมอุตสาหกรรม ระดับ น้ำสูงประมาณ 20-50 ซม. ขณะนี้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังและนิคมอุตสาหกรรมบางชัน เบื้องต้นยังไม่พบความเสียหายเชิงเศรษฐกิจ หรือมีความเสียหายเกิดขึ้นกับโรงงานอุตสาหกรรมในส่วนสำคัญ ทั้งนี้ หากมีประเด็นความเสียหายเกิดขึ้น ทาง กนอ.พร้อมที่จะเข้าไปช่วยสนับสนุนและดูแลทันที นอกจากนี้ได้กำชับให้ผู้ว่าการ กนอ.สูบระบายน้ำออกจากนิคมฯ ไปยังลำคลองและทางระบายน้ำ ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนในชุมชนโดยรอบ หากการสูบน้ำออกส่งผลกระทบให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน กนอ.ก็พร้อมเข้าไปช่วยเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนให้ตามความเหมาะสมในแต่ละพื้นที่สั่ง สปส.เช็กสิทธิ 8 เหยื่อน้ำท่วมขณะที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดสระแก้วและจันทบุรีที่ล่าสุดพบผู้เสียชีวิต รวม 8 ราย ได้ให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เร่งตรวจสอบสถานะการเป็นผู้ประกันตนและสิทธิประโยชน์ของผู้เสียชีวิตทุกราย โดยผู้เสียชีวิต 5 รายใน จ.สระแก้ว เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 จำนวน 1 ราย มีสิทธิได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท สิทธิประโยชน์อื่นอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะที่ผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ส่วนผู้เสียชีวิตรายอื่นไม่พบสถานะการเป็นผู้ประกันตน และมี 1 ราย ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล สำหรับ จ.จันทบุรี มีรายงานผู้เสียชีวิต 3 ราย พบว่า 2 รายไม่เป็นผู้ประกันตน ส่วนอีก 1 ราย เคยเป็นผู้ประกันตน สำนักงานประกันสังคมอยู่ระหว่างตรวจสอบ รายละเอียดและสิทธิที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์สธ.ตั้งศูนย์พักพิงพื้นที่น้ำท่วม ด้านกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมทางไกลติดตามสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มว่า สธ.ส่งทีมแพทย์และสาธารณสุขลงพื้นที่ต่างๆ เช่น เคหะร่มเกล้า กทม. อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นต้น และเตรียมศูนย์พักพิง บุคลากร ยา เวชภัณฑ์ ดูแล กลุ่มเปราะบาง ขณะที่ รพ.แกลง จ.ระยอง ที่มวลน้ำทะลักเข้าพื้นที่ ซึ่งเบื้องต้นได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤติ 8-10 ราย ไปยัง รพ.ระยอง ผู้ป่วยอีก 100 ราย ไปยัง รพ.เฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งได้ให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เตรียมทีมแพทย์ฉุกเฉินทางอากาศ ลงพื้นที่ทันทีที่ได้รับการร้องขอให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลปลายทางอุทกภัยทำคนตายแล้ว 19 ศพด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัด สธ.กล่าวว่า ขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รวม 23 จังหวัด สถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบเพิ่มเป็น 49 แห่ง ในจำนวนนี้เปิดบริการปกติ 24 แห่ง ปิดบางส่วน 3 แห่ง และปิดบริการ 22 แห่ง มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 19 ราย ส่วนใหญ่มาจากการพลัดตกน้ำ/จมน้ำ และไฟฟ้าช็อต นอกจากนี้ ส่งทีมสนับสนุนการเปิดบริการศูนย์พักพิง 170 แห่ง ใน 9 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี ปราจีนบุรี จันทบุรี ชลบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ระยอง และนครราชสีมา รวมรองรับได้ 17,205 คนอภ.ยันโรงงานผลิตยาปลอดภัยด้าน พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดเผยว่า โรงงานผลิตยาขององค์การ เภสัชกรรมทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ โรงงานที่พระราม 6 กรุงเทพมหานคร โรงงานที่รังสิต จังหวัดปทุมธานีและโรงงานที่ทับกวาง จังหวัดสระบุรี ยังคงสามารถเดินเครื่องผลิตยาและเวชภัณฑ์ได้อย่างต่อเนื่องตามปกติ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมขัง ภายในและบริเวณรอบนอกของโรงงานบ้าง และจัดส่ง “ยาชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัย” และ “ชุดยาตำราหลวง” ไปยังหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง จำนวน 52,000 ชุด ครอบคลุมพื้นที่ 11 จังหวัด เช่น พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ ชลบุรี สุพรรณบุรี สมุทรสาคร และสิงห์บุรี เป็นต้น และจะจัดส่งต่อไปตามความต้องการของพื้นที่อีกกว่าหนึ่งแสนชุด ครอบคลุมพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 14 จังหวัดภายในสัปดาห์นี้กระทบสัตว์เลี้ยงกว่า 7.1 แสนตัวสำหรับมาตรการช่วยเหลือสัตว์เลี้ยง นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้รับข้อสั่งการจากนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้เร่งช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่จังหวัดประสบอุทกภัย ตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ก.ย.จนถึงปัจจุบัน ข้อมูลเบื้องต้นได้แก่ ชัยนาท สระบุรี ปราจีนบุรี ระยอง สระแก้ว นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี แม่ฮ่องสอน และอุทัยธานี ครอบคลุม 20 อำเภอ 44 ตำบล 84 หมู่บ้าน เกษตรกร 2,313 ราย มีสัตว์เลี้ยงในพื้นที่น้ำท่วมรวมทั้งสิ้น 715,370 ตัว ประกอบด้วย โค 3,358 ตัว กระบือ 2,460 ตัว สุกร 8,075 ตัว แพะ/แกะ 2,202 ตัว และสัตว์ปีก 699,275 ตัว รวมถึงแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์รวม 267 ไร่เตรียมแจกหญ้าถุงยังชีพสัตว์อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวอีกว่า จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้นพบสัตว์ตายและสูญหายใน 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระยอง และแม่ฮ่องสอน จำนวน 20,024 ตัว เป็นโค 1 ตัว กระบือ 1 ตัว และสัตว์ปีก 20,022 ตัว โดยกรมปศุสัตว์จะสำรวจ ตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลความเสียหายตามขั้นตอน เพื่อพิจารณาการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป อีกทั้งกรมปศุสัตว์ได้เร่งช่วยเหลือในเบื้องต้น ได้แก่ แจกจ่ายหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน จำนวน 22,000 กิโลกรัม อพยพสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยงรวม 381,131 ตัว สนับสนุนชุดส่งเสริมสุขภาพสัตว์ (แร่ธาตุ ยาปฏิชีวนะ วิตามิน) จำนวน 6,519 ชุด แจกจ่ายถุงยังชีพสัตว์ ส่งหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ดูแลรักษาสัตว์ในพื้นที่บินไทยวุ่นขาดพนักงานเหตุน้ำท่วมบ้านวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานจากสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ว่า เกิดความวุ่นวายขึ้นกับกลุ่มผู้โดยสารที่เตรียมเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อเที่ยวบินของสายการบินไทย (Thai Airways) เที่ยวบินที่ TG677 มีกำหนดเดินทางออกจากท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ อาคารผู้โดยสาร 1 มุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันที่ 28 ก.ย. เวลา 17.25 น. แจ้งสถานะล่าช้าอย่างไม่มีกำหนด (Indefinite departure delay) สาเหตุหลักของวิกฤติเที่ยวบินล่าช้าในครั้งนี้ เป็นผลมาจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ กทม. ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพนักงานภาคพื้นดินที่รับผิดชอบด้านการโหลดสัมภาระของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากพนักงานจำนวนมากประสบภัยน้ำท่วมบ้านพัก ไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติงานได้ตามปกติ ระบบการจัดการกระเป๋าเกิดปัญหาติดขัดอย่างหนัก และส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ทำให้เที่ยวบินขาเข้า TG676 ที่ต้องบินออกจากประเทศไทยมารับผู้โดยสารที่นาริตะเกิดความล่าช้าตามไปด้วยขอรถทหารช่วยรับส่งคนทำงานจากผลกระทบดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน ที่สนามบินนาริตะต้องเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเร่งด่วน เพื่อระบายผู้โดยสารที่ตกค้าง โดยการจัดหาเที่ยวบินทดแทนให้แก่ผู้โดยสารแต่ละรายเจ้าหน้าที่ได้เปิดทางเลือกให้ผู้โดยสารสามารถตัดสินใจเลือกเปลี่ยนไปใช้บริการสายการบินอื่นได้ เช่น สายการบินเจแปนแอร์ไลน์ (JAL) หรือออลนิปปอนแอร์เวย์ (ANA) ขึ้นอยู่กับจำนวนโควตาที่นั่งว่างของแต่ละสายการบินในขณะนั้นว่ามีรองรับเพียงพอหรือไม่ เพื่อเป็นการเร่งแก้ปัญหาพนักงานขาดแคลนและกอบกู้สถานการณ์ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และล่าสุดทางการบินไทยได้ประสานงานขอรับการสนับสนุนรถบรรทุกทหาร (GMC) เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกรับส่งพนักงานที่ไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านมาปฏิบัติงานได้ จัดทำ “เส้นทางเดินรถรับส่ง GMC” ตระเวนรับพนักงานตามจุดต่างๆ ในย่านลาดกระบังรวม 15 จุดหลัก เพื่อมุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งจะให้บริการตั้งแต่เวลา 06.30-15.30 น. เพื่อเร่งนำตัวพนักงานโหลดสัมภาระและเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินกลับเข้ามาเสริมทัพและคลี่คลายปัญหาความล่าช้าของระบบการบินให้เร็วที่สุดประกันภัยย้ำจ่ายสินไหมไม่เกิน 7 วันต่อมาในช่วงเย็น นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ด้านกฎหมายและตรวจสอบ เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามและเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ ร่วมกับสมาคมประกัน วินาศภัยไทยและภาคธุรกิจประกันภัย ผ่านระบบออนไลน์ ภาคธุรกิจแจ้งว่า ได้ดำเนินการเชิงรุกไม่รอให้ผู้เอาประกันภัยติดต่อเข้ามาฝ่ายเดียว แต่ได้ติดต่อประสานลูกค้าในพื้นที่ประสบภัยผ่านช่องทางที่หลากหลายเพื่อคัดแยกผู้ที่ได้รับผลกระทบและนัดหมายสำรวจความเสียหายล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ที่ระดับน้ำยังสูงและไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ ภาคธุรกิจยืนยันความพร้อมในการเพิ่มช่องทางการติดต่อ เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยแจ้งเหตุและประสานขอรับความช่วยเหลือได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายในไม่เกิน 7 วัน กรณีที่ตรวจสอบและพิสูจน์ความเสียหายได้ชัดเจน วางเกณฑ์ประเมินรถสันดาป—อีวีนายอดิศรยังกล่าวถึงการประเมินความเสียหายของรถยนต์จากน้ำท่วมด้วยว่า กรณีเป็นรถเครื่องยนต์สันดาป ให้ใช้แนวทางการประเมินความเสียหาย 5 ระดับ ตั้งแต่ระดับ A—E ของสำนักงาน คปภ.เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา การพิจารณาค่าสินไหมทดแทน ให้เป็นไปตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย ส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ใช้แนวทางการประเมินความเสียหายในลักษณะเดียวกับกรณีอุทกภัยที่หาดใหญ่ ต้องพิจารณามูลค่าความเสียหายของแบตเตอรี่ประกอบกับความเสียหายของตัวรถ รวมทั้งต้องพิจารณาข้อกำหนดและแนวทางทางของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นประกอบด้วยที่อยู่อาศัยเสียหายจ่าย 2 หมื่นนายอดิศรกล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันยังได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือด้านการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน สำหรับบ้านอยู่อาศัยและร้านค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย กรณีกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย ให้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น ภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติ เต็มวงเงินเอาประกันภัย 20,000 บาท และกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม ให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นเพิ่ม 10,000 บาท หากมีความเสียหายเกินกว่า 10,000 บาท ให้ผู้เอาประกันภัยนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติม สำหรับร้านค้าที่ทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย หรือกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน และได้ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม ให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 30,000 บาท หากมีความเสียหายเกินกว่า 30,000 บาท ให้ผู้เอาประกันภัยนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่