มติศาล รธน.ฉลุย วินิจฉัย รหัสแท่งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ให้เหตุผล เชื่อมไม่ถึงตัวคนลงคะแนน ช่วยบริหารจัดการบัตร ถึงไม่ผิดแต่ส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจของประชาชน ต่อกระบวนการจัดเลือกตั้ง “แสวง” ได้ทีลุยต่อฟ้องคนที่ตรวจสอบ กมธ.กฎหมายงัดอำนาจคำสั่งเรียก นายกฯแจงโกงสอบท้องถิ่น สส.ส้มภูเก็ตหอบหลักฐานพบดีเอสไอปมนอมินีต่างชาติ กก.สรรหา กสทช.ยื่นศาลปกครองกลาง สั่ง “หมอสรณ” ยุติหน้าที่ประธาน กสทช.ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยการใช้รหัสแท่งบาร์โค้ด และรหัสคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง ไม่เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียน และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งปธ.กกต.มารอฟังวินิจฉัยศาล รธน.เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 28 ก.ย.ที่ศาลรัฐธรรมนูญ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้รับเรื่องร้องเรียน 22 เรื่อง ขอให้พิจารณาวินิจฉัย พร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการจัดการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่กำหนดให้บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด อาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความลับ และมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย มีการจัดวางแผงเหล็กจัดโซนระหว่างผู้สื่อข่าวกับส่วนที่ลงทะเบียน สำหรับการรักษาความปลอดภัย ขณะที่บุคคลที่เกี่ยวข้อง ทยอยเดินทางมารับฟังการแถลงของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อาทิ นายสิริน ชาวเพ็ชรดี เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และทีมงานฝ่ายกฎหมาย นายดิเรก พรสีมา นายภิญโญ บุญเรือง อดีตผู้สมัคร สว. หนึ่งในผู้ยื่นเรื่องร้องเรียน นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ชี้คิวอาร์โค้ดเชื่อมไม่ถึงตัวคนกาต่อมาเวลา 14.00 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคดีว่า จากข้อมูลเบื้องต้นรับฟังได้ว่าการใช้รหัสคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ไม่สามารถเชื่อมโยงไปสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนเสียงได้ คงมีปัญหาที่ต้องพิจารณาเฉพาะในส่วนของการใช้รหัสแท่งบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อเท่านั้น ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่าการใช้แท่งบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเป็นเครื่องมือระบุ จำแนกบัตรแต่ละใบว่าบัตรนั้นอยู่ในชุดใด หรือได้รับการจัดสรรไปยังเขต หน่วยเลือกตั้งใด การระบุข้อมูลดังกล่าวเป็นการกำหนดบัตรเลือกตั้ง เพื่อควบคุมตรวจสอบความถูกต้องของกระบวนการบริหาร เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะไปทราบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้พรรคการเมืองใดบาร์โค้ดช่วยบริหารจัดการบัตรส่วนข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนพบว่า รหัสแท่งบาร์โค้ดสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ ตั้งแต่หมายเลขบัตร ลำดับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เครื่องหมายลงคะแนนพรรคการเมืองที่เลือก อาจถือว่ามีผลกระทบกับการเลือกตั้งโดยลับของการลงคะแนน อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาถึงมาตรการจัดเก็บรักษาบัตรเลือกตั้ง เห็นได้ว่าการบริหารจัดการบัตรเลือกตั้ง ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดพิมพ์ การจัดสรร การขนส่ง การส่งมอบให้แก่หน่วยเลือกตั้ง การลงคะแนน การนับคะแนน และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตลอดทั้งการเก็บรักษาหลังการลงคะแนน เป็นมาตรการป้องกันและควบคุมไม่ให้นำบัตรเลือกตั้งจากเขตหนึ่งไปใช้อีกเขตหนึ่ง การกำหนดรหัสหรือรหัสเฉพาะ ย่อมช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ว่าบัตรเลือกตั้งนั้นใช้ในการจัดสรรมาให้พื้นที่ดังกล่าวได้ไม่มีปัญหาชอบด้วยรัฐธรรมนูญเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องนำสืบ และพยานหลักฐานจากการไต่สวนยังไม่พบปรากฏข้อเท็จจริง หรือพยานหลักฐานเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า บุคคลใดหรือหน่วยงานใดนำบัตรเลือกตั้งไปเชื่อมโยงกัน เพื่อสืบทราบผลการออกเสียงลงคะแนนจนทำให้สามารถทราบได้ว่า ผู้ร้องเรียนหรือประชาชนคนใดลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองใด ข้อกล่าวอ้างของผู้ร้องยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังว่า การกระทำของผู้ถูกร้อง ที่กำหนดให้มีรหัสบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เป็นการทำลายหรือทำให้สาระสำคัญของหลักการการเลือกตั้งโดยลับ และเสรีภาพในการออกเสียงลงคะแนนของประชาชนเสียไป ไม่เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ไม่มีปัญหาความชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญ อันเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียน หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่งไม่ผิดแต่อย่าทำให้ ปชช.ไม่วางใจอนึ่งแม้การระบุรหัสแท่งบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่ข้อเท็จจริงแสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อความไว้วางใจของประชาชน ที่มีต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งของผู้ถูกร้อง เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้ง ที่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ผู้ถูกร้องควรกำหนดรูปแบบการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง โดยคำนึงถึงมาตรการป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง หรือป้องกันการทุจริตการเลือกตั้ง โดยไม่ใช้เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ใดบนบัตรเลือกตั้ง ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่ระบุตัวตนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และผลการออกเสียงลงคะแนนอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น และควรกำหนดวิธีการจัดเก็บบัตรเลือกตั้งที่พิพาทกันตามคำวินิจฉัยนี้ให้มีมาตรการรัดกุม และเข้มงวดเป็นการเฉพาะ ไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายเพื่อเข้าถึงข้อมูล และการออกเสียงลงคะแนน อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจึงวินิจฉัยว่า การใช้รหัสแท่งบาร์โค้ด และรหัสคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง ไม่เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ร้องเรียน และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้สื่อข่าวรายงานว่า มติศาลรัฐธรรมนูญเป็นเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 ชี้ว่าบัตรเลือกตั้งที่มีคิวอาร์โค้ดชอบด้วยธรรมรัฐธรรมนูญ และมีมติเสียงข้างมากประเด็นบัตรบาร์โค้ด 8 ต่อ 1 ชี้ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ“แสวง” ลุยต่อฟ้องคนที่ตรวจสอบนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า คำวินิจฉัยออกมาแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญมีคำแนะนำอยู่ 2 ประการ คือ 1.ตรงและลับ 2.สุจริตและเที่ยงธรรม ในนามสำนักงาน กกต.คงต้องนำมาปฏิบัติ จริงๆอะไรที่ประชาชนไม่สบายใจโดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้ง เราไม่อยากทำอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าขณะที่ทำ ณ วันนั้น เรามั่นใจว่าเราสามารถทำให้การลงคะแนนเป็นไปโดยตรงและลับ แต่เมื่อประชาชนไม่สบายใจ หรืออาจทำให้ขาดความเชื่อมั่น กกต.จะนำมาปฏิบัติให้ตรงตามคำวินิจฉัย เราพยายามทำให้การเลือกตั้งออกมาดีทั้ง 2 หลักการ แต่เมื่อมีความสบายใจก็ต้องมีการแก้ไขในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ส่วนกรณีการฟ้องบุคคลที่ตรวจสอบบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด เป็นคนละประเด็น เป็นการฟ้องเพื่อปกป้องกระบวนการเลือกตั้ง ถ้าเราไม่ทำเราก็เหมือนละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คนละอย่างกับการใช้สิทธิเสรีภาพ“อนุทิน” จัดรำลึก “วันธงชาติไทย”วันเดียวกันเวลา 08.00 น. ที่บริเวณเสาธงหน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานจัดกิจกรรมเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติไทย เนื่องในวันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) ประจำปี 2569 โดยมี รองนายกรัฐมนตรี เข้าร่วม เพื่อเป็นการสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติ และเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทย เมื่อวันที่ 28 ก.ย.2460กมธ.กฎหมายงัดคำสั่งเรียกนายกฯ นายชูศักดิ์ ศิรินิล กรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณี กมธ.กฎหมายฯมีมติเสียงข้างมาก ใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียก รมว.มหาดไทย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และอธิบดีมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ มาชี้แจงเกี่ยวกับการทุจริตสอบท้องถิ่น ว่า มติ กมธ.ออกมา 7 ต่อ 5 ให้ใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียก มีตนงดออกเสียง เพราะเห็นว่าก่อนใช้คำสั่งเรียกตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก ยังสามารถเชิญให้มาชี้แจงข้อเท็จจริงได้ และควรกำหนดประเด็นสอบถามไปด้วยเลย ผู้ถูกเชิญจะได้รับทราบข้อสงสัยและเตรียมคำตอบไว้ แต่ กมธ.มีมติว่าจะมีคำสั่งหรือไม่มีคำสั่ง ตนจึงใช้สิทธิงดออกเสียงไป เมื่อถามว่าเมื่อมีคำสั่งเรียกแล้วนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ต้องมาแจงด้วยตัวเองหรือไม่ นายชูศักดิ์ตอบว่า เข้าใจว่าคำสั่งเรียกดังกล่าวไม่ได้เรียกนายกฯ แต่เรียก รมว.มหาดไทย ดูตามกฎหมายแล้วถ้ามีความจำเป็นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ก็อาจมีหนังสือขอเลื่อนการให้ข้อมูลได้ หรือมอบหมายให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทนได้ แต่ต้องชี้แจงเหตุผลความจำเป็น เช่นขณะนี้มีภารกิจต้องแก้ไขปัญหาของประเทศ เช่นวิกฤติน้ำท่วม จึงให้คนอื่นมาตอบคำถามแทน แต่ส่วนตัวมองว่าก็ควรแจ้งประเด็นให้ทราบไปด้วยเพื่อจะได้รับคำตอบตรงกับสิ่งที่กรรมาธิการ อยากทราบสส.ส้มหอบหลักฐานพบดีเอสไอที่กองคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน เข้าพบคณะพนักงานสืบสวน พร้อมแฟ้มเอกสารสำหรับเตรียมชี้แจงข้อมูลกรณีปรากฏชื่อเป็นกรรมการในบริษัทซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอสังหา ริมทรัพย์และห้องชุดใน จ.ภูเก็ต ร่วมกับชาวต่างชาติ ตามหมายเรียกในฐานะพยาน ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงการเข้าพบพนักงานสืบสวนดีเอสไอ นาย สมชาติขอไม่ตอบคำถาม เพราะยังไม่สะดวกจะให้ข้อมูล ขอเข้าพบพนักงานสอบสวนก่อนอาจเข้าข่ายผิด ก.ม.ที่ดินเป็นนอมินีทั้งนี้ มีรายงานจากพนักงานสอบสวนว่า นายสมชาติมีการถือหุ้น 99.99 เปอร์เซ็นต์ในบริษัทที่ไม่มีการประกอบธุรกิจจริง แต่กลับมีลักษณะมุ่งเน้นการถือครองอสังหาริมทรัพย์มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท โดยเป็นการถือครองที่ดินและอาคารชุดร่วมกับชาวต่างชาติ กลายเป็นข้อสงสัยถึงแหล่งที่มาของเงินทุนเกี่ยวโยงกับนิติบุคคลไทยรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินหรืออาคารชุด และมีการไปทำสัญญาเช่าที่ผิดปกติ พฤติการณ์ดังกล่าวแม้ยังไม่เข้าข่ายมีองค์ประกอบความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว แต่อาจเข้าข่ายมีองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน โดยเฉพาะกรณีเป็นนอมินี เพราะกฎหมายที่ดินมุ่งดูที่เจตนาการถือครองที่ดินสว.นัดลงมติกฎหมายล้มละลายผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา กรณีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา แจ้งยกเลิกการประชุมวุฒิสภาวันที่ 28-29 ก.ย. เนื่องจากสถานการณ์ภัยพิบัติจากเหตุน้ำท่วม ล่าสุดสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาแจ้งหนังสือนัดประช ุมวุฒิสภาเป็นพิเศษ ในวันที่ 1 ต.ค. มีวาระสำคัญคือร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย ที่คณะกรรมาธิการร่วมกันของสองสภาพิจารณาเสร็จเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ลงมติเห็นชอบตามที่ กมธ.ร่วมพิจารณาแก้ไข ตามกฎหมายกำหนดให้ที่ประชุมวุฒิสภา พิจารณาลงมติจะเห็นชอบด้วยหรือไม่ หาก สว.ลงมติเห็นชอบด้วย ร่างกฎหมายดังกล่าวจะผ่านไปสู่ขั้นตอนประกาศใช้ แต่หาก สว.ลงมติไม่เห็นชอบ ต้องพักร่าง พ.ร.บ.ล้มละลายไว้เป็นเวลา 180 วันกก.สรรหาฯเดินหน้าฟัน “หมอสรณ”อีกเรื่อง คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกใบแถลงข่าว กรณีกรรมการ กสทช.ยื่นคำร้องขอให้คณะกรรมการสรรหา กสทช. ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อกำหนดวิธีการชั่วคราวระหว่างคดียังไม่สิ้นสุด หลังจาก ศ.คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ถูกวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 8 (2) และถือว่าสละสิทธิ์ในการเข้ารับตำแหน่งตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมมาตรา 18 และที่แก้ไขเพิ่มเติม แต่ ศ.คลินิกสรณยังคงแสดงเจตจำนงปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ กสทช.อื่น คณะกรรมการสรรหา กสทช.เห็นว่า เพื่อมิให้การทำหน้าที่ของคณะกรรมการ กสทช.ต้องหยุดชะงัก อันทำให้กระทบต่อประโยชน์สาธารณะ จึงควรยื่นคำร้องให้ ศ.คลินิกสรณ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช.จึงมีมติให้ออกมาตรการบังคับทางปกครองให้ ศ.คลินิกสรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่ และยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง ให้ศาลมีคำสั่งให้ ศ.คลินิกสรณ ยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช.ต่อไป“นิสิต–เต้ มดแดง” ได้รับนิรโทษฯขณะที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ผลไต่สวนตาม พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข ปล่อยตัวนายนิสิต สินธุไพร และนายนพพร นามเชียงใต้ หรือเต้ มดแดง กลับบ้านวันนี้” ทั้งนี้ นายนิสิตเป็นอดีต สส.ร้อยเอ็ดหลายสมัย และเป็นอดีตแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง และนายนพพรเป็นอดีตสมาชิกกลุ่มคนเสื้อแดง ขณะที่ น.ส.จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บุตรสาวนายนิสิต เปิดเผยเพียงสั้นๆว่า ดีใจที่คุณพ่อได้รับการปล่อยตัวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่