“ตำรวจสอบสวนกลาง” เปิดปฏิบัติการ “Korea Black Invest” บุกรวบ “ฮัน ซึง ฮุน” หัวโจกชาวเกาหลีใต้ ตั้งแก๊งลวงเพื่อนร่วมชาติลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ชะอำ-หัวหิน ความเสียหายกว่า 147 ล้านบาท ล่าตัวยากเย็นเพราะเข้าประเทศไทยเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ด้วยช่องทางธรรมชาติ ทำให้ไม่มีตัวตนอยู่ในระบบ แถมได้เมียเป็นคนไทย ใช้ทำการแทน ส่วนตัวเองหมกตัวอยู่แต่ในบ้านหรู ป่วยยังซื้อยามากินเองไม่เคยไปหาหมอ อดีตทูตเกาหลีฯเดินทางมาร่วมแถลงข่าว รับเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญที่ทางการเกาหลีใต้ต้องการตัวอย่างมาก เพราะแม้หลบซ่อนอยู่ที่ประเทศไทย แต่ยังร่วมกับพวกหลอกลงทุนไว้อีก 14 คดี ความเสียหายกว่าพันล้านบาทที่ห้องแถลงข่าวชั้น 2 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 ก.ย. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.เชาว์วัย ศานกมล รอง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. และ พ.ต.ท.ไพศาล กลีบบัว รอง ผกก. (สอบสวน) กก.4 บก.ปอศ. พร้อมด้วยนายโน กวัง อิล อดีตเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ เกาหลีประจำประเทศไทย แถลงผลปฏิบัติการล่าหัวหน้าแก๊งต้มตุ๋นแดนกิมจิ (Korea Black Invest) รวบตัวนายฮัน ซึง ฮุน อายุ 67 ปี ชาวเกาหลีใต้ ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญหลอกเพื่อนร่วมชาติลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยกว่า 147 ล้านบาท พร้อมจับกุม น.ส.นิชชิตา สุวรรณโพธิ์ อายุ 57 ปี ภรรยา ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ที่บ้าน เลขที่ 112 ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์พ.ต.อ.เชาว์วัย ศานกมล รอง ผบก.ปอศ. เผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อปี 2563 ผู้เสียหายชาวเกาหลีใต้ได้รับการชักชวนจากนายอาเซให้มาลงทุนซื้อที่ดินและอาคารชุดในพื้นที่ จ.เพชรบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ อ้างว่ามีนายฮันที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยช่วยเหลือการลงทุนได้ ผู้เสียหายสนใจซื้อคอนโดมิเนียม นายฮันแนะนำให้ผู้เสียหายโอนเงิน 8.9 ล้านบาท เข้าบัญชีบริษัทที่มี น.ส.นิชชิตา ภรรยา เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ ต่อมานายฮันพร้อมพวกชักชวนผู้เสียหายให้ลงทุนซื้อที่ดินใน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อีก โดยชักชวนตั้งบริษัทอีกแห่ง อ้างว่า เพื่อให้ผู้เสียหายเข้าถือหุ้นเป็นผู้มีอำนาจในบริษัทดังกล่าว เพื่อถือครองอสังหาริมทรัพย์ได้ ผู้เสียหายจึงโอนเงินเพิ่มเติมอีก 89 ล้านบาท มี น.ส.นิชชิตามีชื่อเป็นกรรมการบริษัทเช่นกัน“แต่บริษัทดังกล่าวไม่ได้นำเงินไปลงทุนซื้อที่ดินตามกล่าวอ้าง ผู้เสียหายจึงแจ้งความพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ.ดำเนินคดีกลุ่มผู้ต้องหา ปัจจุบันมี 4 คดี 4 สำนวน รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 97.4 ล้านบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป.สืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาหนีมาซ่อนตัวอยู่ที่บ้านหรูในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขอหมายค้นและวางแผนจับกุม ปฏิบัติตามหลักยุทธวิธีและระดับการใช้กำลังเข้าตรวจค้นพบนายฮัน ซึง ฮุน ซ่อนตัวอยู่ในบ้าน แสดงตัวและหมายจับให้ผู้ต้องหาตรวจสอบ ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกงกับ น.ส.นิชชิตา ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ดำเนินคดี ตรวจสอบข้อมูลคดีฐานระบบพบว่า นายฮันกับกลุ่มผู้ต้องหามีแผนประทุษกรรมลักษณะเดียวกันอีก 3 คดี มูลค่าความเสียหาย 147,579,278 บาท และทางการเกาหลีใต้แจ้งว่า นายฮันยังก่อเหตุลักษณะเดียวกันอีก 14 คดีที่เกาหลีใต้” รอง ผบก.ปอศ.กล่าวด้าน พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. กล่าวว่า ในส่วนกองปราบปรามพบว่า ผู้ต้องหากระทำผิดลักษณะเครือข่าย ก่อเหตุ 14 คดี มูลค่าความเสียหาย 1,047 ล้านบาท รัฐบาลเกาหลีต้องการตัวผู้ต้องหาเป็นอย่างมาก ผบช.ก.สั่งการให้กองปราบปรามเร่งไล่ล่าจับกุมให้เร็วที่สุด คดีนี้ยากลำบากและมีข้อจำกัดหลายประการ ประการแรกนายฮัน ซึง ฮุน ไม่เคยมีประวัติเดินทางเข้าประเทศไทย ทำให้ ไม่ทราบใบหน้าและตำหนิรูปพรรณ สอบถามนายฮันให้การว่า เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้วเข้าประเทศมาเลเซีย ก่อนลักลอบเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ ประการที่สองนายฮันมีภรรยาเป็นคนไทย มีคนรู้จักมาก อาจให้ความช่วยเหลือ ประการที่สามนายฮันทราบว่ามีหมายจับติดตัว คิดวิธีการหลบซ่อนตัวแยบยล ระมัดระวังตัวสูง ให้ภรรยาซื้ออาหารมาตุนเป็นเสบียง หากเจ็บป่วยให้ภรรยาซื้อยามาให้ ประการสุดท้ายไม่ใช้แอปพลิเคชันหรือโซเชียลมีเดีย ไม่ทำธุรกรรมทางการเงินส่วนนายโน กวัง อิล กล่าวว่า นายฮันเป็นบุคคลที่ถูกเนรเทศ ไม่สามารถเข้าประเทศไทยได้ แต่ไม่แน่ใจว่าเข้ามาอยู่ในประเทศไทยมากี่ปี เชื่อว่าน่าจะเข้ามาทางช่องทางไม่ถูกต้อง มีคดีถูกร้องทุกข์กับตำรวจเกาหลีประมาณ 14 คดี นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องหาที่เป็นตัวเชื่อมกับนายฮัน ซึง ฮุน ลักษณะเป็นนักธุรกิจที่ต้องการลงทุนและต้องการซื้ออสังหา ริมทรัพย์ในประเทศไทย ติดต่อผ่านผู้ต้องหาเดินทางมาดูพื้นที่ เป็นเหตุให้มีการแจ้งความที่ บก.ปอศ. 4 คดี มูลค่าความเสียหายประมาณ 147 ล้านบาท ส่วนคดีที่ประเทศเกาหลีใต้มีความต่อเนื่องกัน หากเสร็จสิ้นคดีในไทยแล้ว จะนำตัวนายฮันไปดำเนินการต่อที่ประเทศเกาหลีใต้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่