ผวาน้ำมันปริศนารั่วไหลไปตามท่อระบายน้ำถนนเชื้อเพลิง ชาวบ้านร้องเรียนตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ 7 ก.ย. เพราะกลิ่นฉุนกึก หวั่นว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ท่อระบายน้ำใต้ดิน “ชัชชาติ” เต้นประสานกำลังภาครัฐ-เอกชนร่วมตรวจสอบเชิงลึก วางแนวทางป้องกัน จำกัดขอบเขตการปนเปื้อน อุดกั้นและควบคุมการไหลของน้ำในพื้นที่ ล่าสุด สูบน้ำมันปนน้ำในท่อระบายน้ำออกแล้วกว่า 16,000 ลิตร วางชุดเฝ้าระวังเต็มที่หวั่นความปลอดภัยของชาวบ้าน เบื้องต้นยังไม่รู้ต้นตอน้ำมันรั่วมาจากไหน รวมทั้งตรวจสอบไม่พบดาต้าเซ็นเตอร์ใกล้เคียงอย่างที่ห่วงกรณีเหตุน้ำมันรั่วซึมลงสู่ระบบระบายน้ำใกล้ถนนเชื้อเพลิง และใต้สะพานยกระดับถนนพระราม 3 รอยต่อเขตคลองเตยและเขตยานนาวา ส่งผลให้มีกลิ่นน้ำมันฉุนรุนแรงในพื้นที่ ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ความคืบหน้าเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 8 ก.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตคลองเตย สำนักงานเขตยานนาวา สำนักการระบายน้ำ และกรมควบคุมมลพิษ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเช้า เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันรุนแรงนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ยังมีน้ำมันตกค้างอยู่ภายในระบบท่อระบายน้ำ บริษัทเชลล์ ประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านน้ำมันเข้ามาสนับสนุนการสูบน้ำที่ปนเปื้อนน้ำมันออกจากระบบแล้วประมาณ 5,000 ลิตร พร้อมสนับสนุนการวิเคราะห์ปริมาณน้ำมันที่ปนเปื้อนในน้ำ เนื่องจากมีเครื่องมือและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สำหรับพื้นที่เกิดเหตุเป็นระบบท่อระบายน้ำใต้ดิน ปัจจุบันยังมีน้ำมันและกลิ่นตกค้างอยู่ กทม. ดำเนินการจำกัดขอบเขตการปนเปื้อน อุดกั้นและควบคุมการไหลของน้ำในพื้นที่ประมาณ 50 เมตร ให้มีลักษณะเป็นรูปตัววาย เพื่อจำกัดน้ำมันให้อยู่ภายในพื้นที่ควบคุม และป้องกันไม่ให้ไหลออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะเพิ่มเติม“จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นอกพื้นที่ที่กำหนดเป็นเขตควบคุมไม่พบการปนเปื้อนของน้ำมันแล้ว มุ่งเน้นการสูบน้ำที่ปนเปื้อนภายในพื้นที่ควบคุมออกจากระบบ นำไปจัดการอย่างเหมาะสม และเร่งแก้ไขปัญหาให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เหตุดังกล่าวยังไม่มีผลกระทบต่อการจราจรในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม มอบหมายให้ ผอ.เขตคลองเตย เร่งตรวจสอบหาสาเหตุของเหตุการณ์ครั้งนี้ให้ชัดเจนเพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ต้องตรวจสอบว่าเกิดจากการลักลอบทิ้งน้ำมันลงสู่ระบบท่อระบายน้ำ หรือเกิดจากการรั่วไหลของน้ำมันจากท่อหรือระบบอื่นที่เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบระบายน้ำ” ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวนายชัชชาติกล่าวด้วยว่า บริเวณนี้ในอดีตเคยเป็นพื้นที่คลังน้ำมัน เป็นที่มาของชื่อถนนเชื้อเพลิง จากการตรวจสอบบริเวณดังกล่าวไม่มีดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) กทม.ให้ความสำคัญการป้องกันไม่ให้น้ำมันไหลเข้าสู่แหล่งน้ำสาธารณะ รวมถึงการตรวจสอบสาเหตุเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ หากประชาชนพบเห็นความผิดปกติ หรือได้กลิ่นน้ำมันในพื้นที่ต่างๆ สามารถแจ้งเหตุให้กรุงเทพ มหานครเข้าตรวจสอบได้ผ่านทราฟฟี่ ฟองดูว์ (Traffy Fondue)ต่อมาเวลา 17.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ขณะลงพื้นที่ถนนเชื้อเพลิงตรวจสอบบริเวณที่มีน้ำมันรั่วซึมว่า ขณะนี้ระดมเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วน กระทรวงพลังงาน กรมควบคุมมลพิษ และ กทม. รวมถึงภาคเอกชนมาช่วยกันตรวจสอบ สูบน้ำออกไปแล้วประมาณกว่า 16,000 ลิตร มีทั้งน้ำและน้ำมันปนกันอยู่ รวมถึงบล็อกไม่ให้น้ำไหลมาเพิ่มเติม ช่วงกลางคืนจะดูจุดที่จะมีปัญหาเกิดขึ้น ต้องรอให้สรุปชัดเจนก่อนและต้องรอให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปตรวจดูอีกที กทม.จะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นหลัก และเตรียมดูดน้ำในท่อระบายน้ำอีกทีให้เบาบางขึ้น และเปิดหน้าดินเพื่อดูอีกครั้งว่าต้นเหตุคืออะไร“ขณะนี้เหตุการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง ต้องดูความปลอดภัยของประชาชนมาเป็นอันดับต้น รวมถึงแก้ปัญหาเรื่องมลพิษด้วย ส่วนน้ำมันสูบไปบำบัดไม่ได้ปล่อยทิ้ง คาดว่าช่วงสายวันที่ 9 ก.ย.น่าจะสามารถสรุปผลได้ ระหว่างนี้วัดความเสี่ยงการติดไฟอยู่ตลอด รวมทั้งมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายจุดมาร่วมกันตรวจสอบด้วย” ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่