ถกงบฯปี 70 วันที่สอง ฝ่ายค้านขย่มกระทรวง คมนาคม ถมงบฯก่อสร้าง-ซ่อมถนน “สุรเชษฐ์” จวกปั้นโครงการประเคนผู้รับเหมาวีไอพี ขุมทองหลักนักการเมือง “อภิสิทธิ์” ขย่มดีแต่สร้างถนน อนุมัติโครงการทิ้งเชื้อไว้ผูกพัน งบฯภาระมหาศาลปีต่อไป ล็อกเป้าเอื้อประโยชน์ กลุ่มทุน ตีกินหาเสียงโลจิสติกส์ไปวันๆ แฉขู่กรรโชก ปชช.ต้องเลือก สส.ยกจังหวัดแลกโครงการ “ศุภณัฐ” เฉ่ง ก.เกษตรฯสะสมตึก 1.7 หมื่นอาคาร สูบค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำค่าไฟนับพันล้าน “ธรรมนัส” แบะท่ารอร่วม รัฐบาล กธ.โหวตหนุนงบฯปี 70 ยัน “นัส-หนู” เพื่อนกันให้โอกาสรัฐบาลพิสูจน์ฝีมือ “อนุทิน” โต้แอบอ้างเบื้องสูง โหนสถาบันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ออกงานร่วมราชเลขานุการฯ-องคมนตรีตามกำหนดการ ลั่นรู้ที่ต่ำที่สูงมากกว่าใคร “วราวุธ” สวนไม่มีระบอบสีน้ำเงิน “สุชาติ” ติงปลุกม็อบฉุดบรรยากาศการลงทุนที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระ 2-3 เป็นวันที่สอง ฝ่ายค้านเน้นย้ำ อภิปรายการจัดสรรงบฯ ของกระทรวงคมนาคมมุ่งแต่สร้างถนน ใช้วิธีอนุมัติโครงการเป็นเชื้อไว้และสร้างงบผูกพันเป็นภาระมหาศาลในปีต่อๆไป เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนหรือผู้รับเหมาบางกลุ่มเท่านั้นปชน.รุมกะซวกงบกรมประมงเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 ก.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม เริ่มจากมาตรา 14 กระทรวงเกษตรฯ วงเงิน 53,050 ล้านบาท สส.พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายพุ่งเป้าถล่มงบกรมประมง ไม่ตอบโจทย์แก้ปัญหาเกษตรกร มุ่งสร้างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในพื้นที่รัฐมนตรี นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. อภิปรายว่า กรมประมงได้รับงบ 4,800 ล้านบาท ครึ่งหนึ่ง 2,400 ล้านบาท เป็นงบบุคลากร อีกครึ่งแทนที่จะดูแลเกษตรกรกลับไปตั้งศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ 229 ล้านบาท ที่ จ.อุดรธานี ตั้งงบผูกพันตั้งแต่ปี 70 เป็นศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ หรือศูนย์แสดงอภินิหารรัฐมนตรี ตั้งในบ้านเกิด รมต.ทุกสมัย เคยคัดค้านชั้นอนุ กมธ.แต่ปรับลดงบแค่ 7.5 แสนบาท อธิบดีกรมประมงชี้แจงความจำเป็น ต้องลงทุนด้านท่องเที่ยว การศึกษาสิ่งแวดล้อมและช่วยกระตุ้น เศรษฐกิจช่วงการก่อสร้างเพจอินไซด์อุดรฯ โพสต์ข้อความดีใจ จ.อุดรธานี ได้งบสร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ มีบุคคลปริศนาไปคอมเมนต์ว่า เพราะนายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรฯ เป็นคนอุดรฯ เลยได้ โครงการนี้ น่าเจ็บปวด จ.อุดรธานี มีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกุมภวาปี 60 ล้านบาทอยู่แล้ว คาใจโรงเพาะกุ้งก้ามกรามอัจฉริยะ นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส.สมุทรสาคร พรรค ปชน. อภิปรายว่า การตั้งศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ กรมประมง แม้ทำได้เรื่องการท่องเที่ยว แต่กรมประมงทำหน้าที่ตัวเองดีหรือยัง จึงไปส่งเสริมการท่องเที่ยว ต่อให้ทำสำเร็จไม่แน่ใจจะแก้ปัญหาประมงได้ หรือการของบฯก่อสร้างโรงเพาะพันธุ์กุ้งก้ามกรามอัจฉริยะ อยากทราบ อัจฉริยะอย่างไร ลดต้นทุนได้เท่าไร เพิ่มผลผลิตกี่เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ได้คำตอบชัดเจน ไม่ได้สร้างแห่งเดียวขอมา 6 แห่ง วงเงิน 97 ล้านบาท อาทิ จ.ลพบุรี พัทลุง เทียบราคาแพงสูงและต่ำสุด มีส่วนต่าง 747,600 บาท ที่กังวลไม่ใช่ราคาส่วนต่าง แต่กำลังเกาไม่ถูกที่คัน ไม่รู้ลงทุนโรงเพาะพันธ์ุกุ้ง ก้ามกรามแก้วิกฤติอุตสาหกรรมกุ้งไทยหรือไม่ซัด กษ.สร้างแต่ตึก 17,000 แห่งนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรค ปชน. อภิปรายว่า กรมประมงมีอควาเรียม 16 แห่ง ไม่มี ท่าทีจะหยุดสร้าง มีงบผูกพันสร้างจำนวนมาก เช่น จ.อุดรธานี มีงบผูกพัน 594 ล้านบาท จ.ระยอง มีงบปรับปรุง 375 ล้านบาท รวมถึงจังหวัดอื่นๆ เช่น พะเยา ร้อยเอ็ด นครปฐม ควรร่วมกับเอกชนดำเนินการ ไม่ใช่ภาครัฐทำเอง หน่วยราชการชอบจัดซื้อจัดสร้าง ให้งบผ่านมือ ขณะที่ 13 หน่วยงานของกระทรวง กษ. มีอาคาร 17,000 อาคาร กรมส่งเสริมการเกษตรมี 3,800 อาคาร กรมการข้าว 2,100 อาคาร กรมปศุสัตว์ 2,000 อาคาร หน่วยราชการไทยมีอาคารทั้งหมด 100,000 อาคาร เป็นระเบิดเวลาชั้นดี ยิ่งมีมากเกินจำเป็น เป็นภาระค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำค่าไฟนับพันล้านบาทฉะกรมฝนหลวงซื้อเรดาร์ซ้ำซ้อนนายชยพล สะท้อนดี สส.กทม.พรรค ปชน. อภิปรายว่า กรมฝนหลวงของบจัดซื้อเรดาร์อากาศปี 70 รวม 2 สถานี สถานีละ 480 ล้านบาท ที่ จ.อุดรธานี และนครราชสีมา ถึงขั้นต้องซื้อเรดาร์ตัวละ 480 ล้านบาท มาตรวจดูเมฆฝนทั้งที่มีอยู่แล้ว 5 สถานี แชร์ข้อมูลโครงข่ายเรดาร์กรมอุตุนิยมวิทยามีอยู่แล้ว 12 สถานี ครอบคลุมทั่วประเทศ เหตุใดขอสร้างเรดาร์ตัวเองเพิ่ม ทั้งที่ใช้เรดาร์กรมอุตุนิยม วิทยาได้ทั้ง 2 สถานี ที่ขอซื้อเพิ่มซ้อนอยู่ข้างวงรัศมีเรดาร์เดิมๆที่มีอยู่ทั้งของตัวเองและกรมอุตุนิยมวิทยา และไม่ได้แจงความจำเป็นขอสถานีเรดาร์เพิ่มขอมาเปล่าๆไม่คำนึงความคุ้มค่าของงบฯ เป็นปัญหาที่อุปกรณ์หรือปัญหาการบริหารกันแน่ หลังสมาชิกอภิปรายมาตรา 14 เกือบ 4 ชั่วโมง ที่ประชุมลงมติ เห็นชอบด้วยมาตรา 278 ต่อ 135 งดออกเสียง 50 ไม่ลงคะแนน 1 เสียงอัด คค.ปั้นโครงการประเคนวีไอพีต่อมาเวลา 13.15 น. เข้าสู่การพิจารณามาตรา 15 กระทรวงคมนาคม วงเงิน 166,014 ล้านบาท สส.ฝ่ายค้านอภิปรายถล่มการจัดสรรงบฯที่เน้นก่อสร้างซ่อมถนนเป็นหลัก มีการแบ่งปันผลประโยชน์ให้ผู้รับเหมา กมธ.ไม่กล้าตัดลดงบฯ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ขอปรับลดงบฯกระทรวงคมนาคม 3% ตั้งงบแบบหาทำไปเรื่อย มุ่งงบซ่อมและสร้างถนน โดยเฉพาะกรมทางหลวง มือใครยาวสาวได้สาวเอา ตั้งโครงการขนาดกลางมูลค่า 600-2,000 ล้านบาท สำหรับผู้รับเหมาชั้นพิเศษขุมทองหลักนักการเมืองและข้าราชการเรียกค่าต๋ง จงใจปั้นโครงการให้ผู้รับเหมาชั้นพิเศษให้มากเพียงพอแบ่งกัน โครงการผู้รับเหมาชั้นพิเศษมีเพิ่มขึ้นจากปี 69 ที่มี 69 โครงการ ปีนี้มี 70 โครงการ แต่อนุ กมธ.ที่ดินและการก่อสร้างไม่กล้าปรับลดงบโครงการใหญ่ จากวงเงินเข้าไป 2.65 แสนล้านบาท ตัดได้แค่ 312 ล้านบาท โครงการชั้นพิเศษอยู่ครบหมด โครงการกรมทางหลวงที่ได้รับงบลงทุนแสนล้านถูกปล่อยผ่านรวดเร็ว มีแต่คนป้องชเลียร์ ยังต้องจับตาเตรียมขออนุมัติ ครม.เบี้ยวเกณฑ์โครงการก่อสร้างของรัฐที่ต้องตั้งงบปีแรกไม่ต่ำกว่า 15% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด เหลือเกณฑ์แค่ 10% ให้มีพื้นที่งบฯเหลือพอยัดโครงการเพิ่มและแบ่งฮั้ว เพราะนี่คือระบอบสีน้ำเงิน อะไรที่ผิดทำให้ถูกได้ข้องใจทิ้งเชื้อคางบฯแลนด์บริดจ์นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า ข้องใจการทำงานกระทรวงคมนาคม ที่ประกาศนโยบายและโครงการต่างๆตลอดเวลา ไม่สอดคล้องการจัดสรรงบฯ ไม่ทราบว่า กมธ.ได้ตรวจสอบหรือไม่ ยกตัวอย่างโครงการแลนด์บริดจ์ แม้คณะกรรมการพิจารณาศึกษาโครงการฯที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง จะชะลอโครงการไว้ก่อน ภายหลังมีเสียงทักท้วงมากมาย แต่ยังปรากฏงบศึกษาแลนด์บริดจ์อยู่ในงบฯ แม้เป็นจำนวนไม่มาก แต่สงสัยว่าทิ้งค้างไว้เพราะอะไร ไม่รู้ กมธ.ตัดไม่ทัน หรือต้องการทิ้งเป็นเชื้อไว้ เพื่อเดินหน้าโครงการต่อไปขยี้จัดงบเอื้อกลุ่มทุนกรรโชกเสียงขู่ ปชช.นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า โครงการต่างๆที่รัฐมนตรีไปโฆษณาตามพื้นที่ต่างๆ มักพาดพิงพรรคการเมืองในพื้นที่ที่เคยมี สส.ให้เสียหาย ทั้งที่สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการสานต่อ สิ่งที่รัฐบาลก่อนๆอนุมัติไว้ สิ่งที่รัฐบาลไปประกาศโครงการพื้นที่ต่างๆ แต่กลับไม่มีงบฯ มุ่งแต่สร้างถนน ใช้วิธีอนุมัติโครงการเป็นเชื้อไว้และสร้างงบผูกพันเป็นภาระมหาศาลในปีต่อๆไป ดูเหมือนอนุมัติโครงการเพื่อเอื้อประโยชน์กลุ่มทุน หรือผู้รับเหมาบางกลุ่มเท่านั้น เรื่องคมนาคมและโลจิสติกส์ เป็นหัวใจของขีดความสามารถการแข่งขัน อยากให้รัฐบาลมีแผนชัดเจน จัดสรรงบฯให้สอดคล้องกับแผนนั้นๆ ไม่ใช่จัดเงินเพื่อเอื้อกลุ่มทุน และโฆษณาหาเสียงโครงการโลจิสติกส์ไปวันๆ มองว่าการซื้อเสียงแย่แล้ว แต่ยังมีปรากฏการณ์กรรโชกเสียงอีก ในเรื่องการไปพูดถึงว่า ต้องเลือก สส.ทั้งจังหวัด จึงจะได้โครงการนั้น โครงการนี้“นันทนา” ปัดเอื้อประโยชน์ผู้รับเหมาขณะที่นางนันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. กมธ.เสียงข้างมาก ชี้แจงกรณีนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ระบุรัฐบาลเตรียมขออนุมัติแก้มติ ครม.ปรับเกณฑ์การตั้งงบโครงการก่อสร้างของรัฐในปีแรกจาก 15% เหลือ 10% ว่า กรมทางหลวงมีโครงการก่อสร้างที่มีวงเงินเกิน 1 พันล้านบาทขึ้นไป พิจารณาตั้งเกณฑ์งบฯปีแรกไว้ที่ 10% ของวงเงินโครงการ แต่เนื่องจากมีระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน และขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ต้องทำอย่างรอบคอบ จากสถิติการเบิกจ่ายงบปีแรกโครงการใหญ่ๆของกรมทางหลวงมีข้อมูลว่าส่วนใหญ่จะเบิกงบเพียงร้อยละ 4.4 การตั้งงบปีแรกไว้ที่ 10% ของโครงการจึงเพียงพอ ส่วนที่ระบุว่ากรมทางหลวงเอื้อประโยชน์ผู้รับเหมาชั้นพิเศษนั้น ในการจัดสรรงบสำนักงบฯได้พิจารณาถึงความเหมาะสมในแบบมาตรฐานการก่อสร้าง สถานที่ก่อสร้างจริง การประมาณราคาค่าก่อสร้างที่เป็นปัจจุบันและพร้อมดำเนินการ ยืนยันการจัดประมูลก่อสร้างของกระทรวงคมนาคม ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กรมบัญชีกลางระบุไว้ ทั้งขนาดและมูลค่าโครงการ ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างของกรมบัญชีกลางแจงจ่ายแลนด์บริดจ์ก้อนสุดท้าย 11 ล้านนางนันทนากล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุยังมีการตั้งวงเงินโครงการแลนด์บริดจ์ ในงบรายจ่ายปี 2570 ทั้งที่โครงการถูกชะลอ การศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์เป็นรายการผูกพันงบฯ ข้ามปีตั้งแต่ปี 67-70 โดยปี 70 สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ขอจัดสรรงบ 11 ล้านบาท เป็นปีสุดท้ายที่ต้องจ่ายตามวงเงินสัญญา เมื่อคณะกรรมการชุดนายเอกนิติมีมติเรื่องการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ออกมาว่ามีความเป็นไปได้ในทางธุรกิจต่ำ ก่อให้เกิดผลกระทบภาระงบฯ และมีความเห็นต่างในสังคม สนข.จะตรวจสอบเนื้องานตามขอบเขตทีโออาร์ของงานจ้างที่ปรึกษาและเงื่อนไขสัญญาจ้าง เพื่อจำแนกรายละเอียดงานที่ดำเนินการแล้วเสร็จ งานที่อยู่ระหว่างดำเนินการและเนื้องานที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เพื่อพิจารณาแก้ไขสัญญาจ้างและปรับลดวงเงินตามสัญญาให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายต่อไป จากนั้นที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 15 ด้วยคะแนน 280 ต่อ 143 งดออกเสียง 51ปชป.ขย่มงบฯคลาวด์ยิ่งรวมยิ่งบวมช่วงเย็น เข้าสู่มาตรา 16 งบฯรายจ่ายของกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและหน่วยงานในกำกับ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมอุตุนิยมวิทยา 5,511,003,000 บาท นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.เสนอปรับ ลดงบฯ เพราะนโยบาย Cloud First งบฯโครงการคลาวด์ ยิ่งรวมยิ่งบวม งบฯ GDCC อย่างเดียวพุ่งสูง ขึ้นถึงร้อยละ 120 หรือเพิ่มขึ้นเท่าตัว งบฯปี 2570 ส่วนใหญ่ถูกเทไปที่โครงสร้างพื้นฐานและการเช่าใช้ระบบ Projection ในอนาคตอาจพุ่งสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท และงบฯซ้ำซ้อนในสังกัดดีอี โครงการของกรมอุตุนิยมวิทยา โครงการยกระดับพยากรณ์อากาศรายละเอียดสูง 492 ล้านบาท และงบปรับปรุงศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ พร้อมระบบสื่อและพยากรณ์อากาศ 58 ล้านบาท ผลาญงบฯโดยไม่จำเป็นแฉรู้ข้อมูลวงในงบฯกรมอุตุ 492 ล.ด้านนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรค ปชน. กล่าวว่า งบกรมอุตุนิยมวิทยาขอมา 492 ล้านบาท มีกระดาษมาแผ่นเดียว แต่ กมธ.เสียงข้างมากไม่ยอมตัด ได้รับเอกสาร 4 หน้าจากผู้ไม่ประสงค์ออกนาม กรมอุตุฯระบุเองว่าได้พิสูจน์แนวคิด (Proof of Concept) ของบริษัท Tomorrow.io 3 เดือน ตั้งแต่ ธ.ค.68-ก.พ.69 แต่ข่าวของกรมที่เผยแพร่กลับระบุว่า มีการ ประชุมสรุปผลตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. เอกสารผู้ให้เบาะแส อ้างถึงใบเสนอราคา p.io 25124 ลงวันที่ 4 ธ.ค.68 ก่อนทำงบฯทั้งหมด 497.55 ล้านบาท ส่งถึงอธิบดี กรมอุตุนิยมวิทยา ถ้าเอกสารนี้มีอยู่จริง หมายความว่า แพ็กเกจและราคาเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มพิสูจน์แนวคิด ก่อนการทดลองจบด้วยซ้ำ ต่อมารัฐบาลตั้งงบฯ 492 ล้าน ต่ำกว่าตัวเลขที่ถูกอ้างในใบเสนอราคาแค่ 1% ถ้าไม่จริงขอให้กรมอุตุฯนำต้นฉบับ และทะเบียนรับเอกสารมาโต้แย้ง แต่ถ้าจริงรัฐบาลต้องตอบ ใครรู้ ความต้องการภายในก่อน ใครกำหนดวงเงินก่อน ใครได้รับโอกาสให้ทดลองโครงการก่อน หลัง สส.อภิปราย เสร็จสิ้น ที่ประชุมโหวตผ่านมาตรา 16 ด้วยคะแนน 280 ต่อ 141 งดออกเสียง 53 เสียง ปูพรมขุดบ่อบาดาลพื้นที่ ภท.เกินครึ่งจากนั้นเวลา 18.00 น. เข้าสู่มาตรา 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วงเงิน 14,375 ล้านบาท นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายว่า กรมทรัพยากรน้ำบาดาลของบฯปี 70 วงเงิน 1,501 ล้านบาท ขุดบ่อน้ำบาดาล 281 โครงการในพื้นที่พรรค ภท.141 โครงการหรือ 57.3% มูลค่า 861 ล้านบาท พรรค พท. 57 โครงการ 270 ล้านบาท พรรค กธ. 52 โครงการ 198 ล้านบาท พรรคพลังประชารัฐ 8 โครงการ 53 ล้านบาท พรรคไทรวมพลัง 9 โครงการ 48 ล้านบาท พรรค ปชป. 6 โครงการ 21 ล้านบาท ขณะที่พรรค ปชน. 8 โครงการ 47 ล้านบาท จะปล่อยผ่านไม่ได้ บรรทัดฐานการใช้งบฯยังเท่าเดิมเหมือนตอนใช้งบกลางปี 69 ที่จัดโครงการลงพื้นที่พรรค ภท. กระทรวง ทส.มีเสียงลือเยอะมาก หากอธิบดีไม่ทำตามจะถูกปรับเปลี่ยนโยกย้าย มีเรื่องราวไม่ชอบมาพากลหนาหูมาก ไม่สามารถให้ความเห็นชอบได้จริงๆจับผิดโมเดลทะเลสาบสงขลาสีน้ำเงินน.ส.ภคมน หนุนนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.อภิปรายว่า สะดุดตาโครงการโมเดลทะเลสาบสงขลาเพื่อเศรษฐกิจสีน้ำเงิน ใช้งบผูกพัน 3 ปี 190 ล้านบาท ปี 70 ตั้งงบไว้ 28.5 ล้านบาท ปี 71 และปี 72 ตั้งไว้ 80.7 ล้านบาท เห็นชื่อโครงการแล้วมันเขี้ยว ดูวัตถุประสงค์ศึกษาปัจจัยเสื่อมโทรมระบบนิเวศ สร้างต้นแบบการจัดการที่ยั่งยืนบูรณาการสู่เศรษฐกิจสีน้ำเงิน งบหลายรายการสูงมาก เช่น งบซื้อคอมพิวเตอร์และวางทุ่นสำรวจ 15 จุด 83 ล้านบาท งบจ้างบุคลากรทำงานแพลตฟอร์ม 21 ตำแหน่ง 50 ล้านบาท ใช้ AI ทำแพลตฟอร์ม การศึกษาระบบนิเวศ นำข้อมูลมาประมวลผลบนแผนที่ งบฯถูกใช้ไปกับการวางระบบทำ AI ทุ่มไปกับการวางระบบไม่คิดเชื่อมต่อระบบเดิม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ไม่เคยศึกษาปัญหาทะเลสาบสงขลาใช่หรือไม่ หากไม่เคยศึกษาไว้ คิดว่าภารกิจน่าจะล้มเหลว สิ่งที่สงสัยคือ งบปี 70 ใช้ 28 ล้านบาท 2 ปีถัดมาเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดใช้ 80 ล้านบาท ก่อนจะอนุมัติเงินรัฐบาลพิสูจน์แล้วหรือไม่ว่าเฟสแรกได้ผลจริง ใครจะบริหารระบบ แม้งบ 190 ล้านบาทไม่มาก แต่ไม่ใช่เหตุผลที่จะไม่ถามหาความคุ้มค่า ตอบคำถามไม่ได้จะกลายเป็นโครงการสร้างเศรษฐกิจให้เครือข่ายสีน้ำเงินเท่านั้นปชน.โวยไม่มีข้าวกินตอนดึกเมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา นายพงษ์สรณัฐ ทองลี สส.กทม.พรรค ปชน.แถลงถึงการยื่นญัตติให้สภาฯพิจารณาปัญหาและเสนอแนะแนวทางกำกับดูแลการประชุมสภาฯว่า ตั้งแต่เปิดสภาฯมามักมีปัญหาการควบคุมการประชุมสภาฯที่ใช้ดุลพินิจของประธานกระทบสิทธิสมาชิกในการอภิปราย ทำให้เกิดปัญหามากมาย จึงเสนอญัตติต่อสภาฯจะมีแนวทางอย่างไร เพื่อให้ประธานนำไปกำกับดูแลการควบคุมสภาฯนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรค ปชน. กล่าวว่า เคยแถลงข่าวว่าประธานสภาฯหาทำหลายเรื่อง เช่น ขึ้นกระเช้าไปตัดต้นไม้เอง แต่เรื่องที่ควรทำควบคุมการประชุมกลับไม่เป็นกลาง อาทิ เซ็นเซอร์สไลด์การอภิปราย แม้มาจากพรรค ภท.แต่ต้องวางตัวเป็นกลาง เรื่องอาหารละเมิดสิทธิแรงงาน สส.อภิปรายถึงเที่ยงคืนเมื่อวันที่ 7 ก.ย.ไม่มีอะไรกิน เซเว่นปิด 2 ทุ่ม หลายคนเป็นโรคกระเพาะ ยอมเสียเงิน 300-500 บาทให้มีอาหารตอนกลางคืน ไม่ได้ขอกินฟรี ไม่ได้เรียกร้องกินหรูอยู่สบาย แต่เดือดร้อนจริง 3-4 ทุ่มไม่มีอะไรกิน ประธานบอกมีบางคนขวางอยู่ไม่รู้ใคร ฝากทบทวนมาตรฐานดูแลอาคารและสวัสดิการทั้งหมดด้วย“โสภณ” ไล่ สส.ซื้อข้าวมื้อดึกกินเองต่อมาเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ กล่าวว่า นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม.พรรค ปชน. เรียกร้องประชุมสภาฯตอนดึกสส.ไม่มีข้าวกิน ควรมีสวัสดิการให้ วนกลับมาที่เดิมที่มีคนไปพูดว่า ผู้แทนฯกินข้าวฟรี ถ้าจัดสวัสดิการให้จะถูกกล่าวหาอาสามาแล้ว มากินข้าวฟรี กำลังแก้ปัญหาอยู่ มีทางอยู่คือซื้อเอง สวัสดิการไม่มี ส่วนการตั้งป้ายตัวเลขตอบโต้กันไปมา ระหว่างพรรค ภท. พรรค ปชน. พรรค ปชป.ในที่ประชุมสภาฯ เมื่อคืนวันที่ 7 ก.ย.ตอนเห็นก็งงเป็นตัวเลขอะไร สื่อถึงอะไร ภายหลังเข้าใจ จึงตั้งใจจะไม่ให้เอาขึ้น ผิดข้อบังคับ การนำวัตถุใดมาแสดงต้องขออนุญาตประธานก่อน ตลอดการประชุมวันที่ 8 ก.ย.จึงเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี“นัส–หนู” เพื่อนกันกั๊กดีลน้ำเงิน–เขียวเมื่อเวลา 14.45 น. ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวถึงทิศทางการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 วาระ 2-3 ว่า ต้องเข้าใจก่อนว่างบฯปี 70 สมัยแรกที่ทำตนเป็นรองนายกฯ กระทรวงที่กำกับดูแลมาจากแผนขณะนั้น ในชั้น กมธ.ตัดออกไปบางส่วน แต่ยังคงเป็นแผนส่วนใหญ่ที่ทำกับมือเรามา หากเราไม่เห็นด้วยเท่ากับเราเกเร เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ พรรค กธ.งดออกเสียง พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก มีโอกาสจะร่วมรัฐบาลนี้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เรื่องการเงินการคลังสำคัญต่อพี่น้องประชาชน เรื่องพวกนี้ต้องละเอียด อย่าทำอะไรเพื่อความสะใจ เมื่อถามว่าพรรค กธ.จะร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลา ถึงเวลาค่อยว่ากัน เมื่อถามว่ามีสัญญาณรัฐบาลจะเชิญพรรค กธ.เข้าร่วมแล้วหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสหัวเราะตอบทีเล่นทีจริงว่า กระแสข่าวลือ ยืนยันแบบเดิมว่าตนกับนายกฯเป็นเพื่อนกัน การพบปะประสานงานบางเรื่อง หากเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดินและประชาชนต้องยอมรับว่าตนทำ เราอย่าปฏิเสธความจริงเลย เราทำหน้าที่ตามที่เราได้รับมอบหมายชัดเจน บางเรื่องไม่ควรตีรัฐบาลก็ไม่ควร สำคัญสุดรัฐบาลเพิ่งเข้ามาทำงานไม่กี่เดือนต้องให้โอกาส กระแสไม่สามารถพิสูจน์กันได้ ต้องพิสูจน์ที่ฝีมือการทำงาน“พิพัฒน์” นั่งหัวโต๊ะถก ครม.เมื่อเวลา 10.15 น.ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม เป็นประธาน ครม.แทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ที่ไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศนอร์เวย์ว่า วันนี้นายกฯ เป็นผู้แทนพระองค์ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์ จึงมอบหมายให้ตนทำหน้าที่ประธานการประชุม ครม.ที่รัฐสภา ที่กำลังพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 ทั้งนี้ มี ครม.ลาการประชุม ได้แก่ นายอนุทิน นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี และ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม“เอกภพ” โฆษก รบ.ไม่เน้นเติมไฟผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ เป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.เป็นต้นไป และมีมติอนุมัติตามที่สำนักเลขาธิการนายกฯเสนอแต่งตั้ง น.ส.รัชดา ธนาดิเรก เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ให้มีผลตั้งแต่วันที่นายกฯลงนามในประกาศ น.ส. รัชดาจะมาเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำ นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯสลับเก้าอี้กับ นพ.เอกภพนพ.เอกภพกล่าวว่า ทีมโฆษกรัฐบาลมิติใหม่จะเข้มข้นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนจริงๆ ไม่เน้นโต้วาที ไม่เน้นใส่อารมณ์ทางการเมือง เน้นตอบโต้ข้อมูลเท็จด้วยข้อมูลจริง จะไม่ใส่ไฟหรือเติมไฟการเมืองแบ่งประชาชนเป็นกลุ่มเป็นสี ต้องช่วยกันปักธงทางความคิด สร้างสิ่งใหม่ๆให้ประเทศไทยปฏิรูป ก.ม. 5 ฉบับสกัดทุจริต-คุมปืนนพ.เอกภพกล่าวอีกว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการตามที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เสนอร่างกฎหมายสำคัญ 5 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความรับผิดในการสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐ ร่าง พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.อาวุธปืน ร่าง พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน ร่าง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ และร่าง พ.ร.บ.ป่าชุมชน ป้องกันแก้ไขทุจริตสอบเข้าทำงานในหน่วยงานรัฐ ควบคุมอาวุธปืน นำเงินจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้ามาใช้เป็นค่าไฟฟ้าสาธารณะ เพิ่มความสามารถปฏิบัติตามสัญญาจัดซื้อจัดจ้างและกำหนดรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตของป่าชุมชนไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน โดยให้จัดสรรแก่สมาชิกป่าชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรมตามหลักเกณฑ์ เพื่อให้ชุมชนได้รับประโยชน์โดยตรงจากคาร์บอนเครดิตคุมเข้มโกงสอบไล่ออก-ขึ้นแบล็กลิสต์น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตสอบเข้ารับราชการให้เข้มข้นและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ หลังสำนักงาน ก.พ. ตรวจพบการทุจริตสอบภาค ก.ย้อนหลังตั้งแต่ปี 59 ถึงปัจจุบันรวม 114 กรณี โดยเฉพาะการสวมตัวสอบและพบช่องว่างเปิดโอกาสให้ผู้เคยทุจริตเวียนไปสมัครสอบในหน่วยงานอื่นได้ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จึงเสนอ ครม. พิจารณามาตรการกำหนดมาตรฐานทางวินัย การจัดทำฐานข้อมูลกลางผู้เคยทุจริตสอบเข้ารับราชการหรือแบล็กลิสต์ รวมถึงแผนป้องกันและปราบปรามการทุจริต อุดช่องโหว่ป้องกันไม่ให้ผู้ทุจริตเข้าสู่ระบบราชการได้อีก มาตรการสำคัญกำหนดให้ข้าราชการที่ทุจริตสอบภายหลังได้รับบรรจุแล้ว ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง ฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง กำหนดโทษไล่ออกสถานเดียว หากตรวจพบว่าการทุจริตเกิดขึ้นก่อนการบรรจุ ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุดำเนินการให้ออกจากราชการโดยพลันแก้ ก.ม.เรียกเงินคืนย้อนหลังเต็มจำนวนน.ส.ลลิดากล่าวว่า ให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของแต่ละประเภทจัดทำบัญชีผู้เคยทุจริตสอบเข้ารับราชการตามกฎหมายของตน และส่งรายชื่อให้สำนักงาน ก.พ.รวบรวมเป็นฐานข้อมูลกลางให้ทุกหน่วยงานของรัฐตรวจสอบลักษณะต้องห้าม ก่อนรับบุคคลเข้ารับราชการ ปิดช่องโหว่ที่ผู้เคยทุจริตจากหน่วยงานหนึ่งย้ายไปสมัครสอบอีกหน่วยงานหนึ่งได้ สำนักงาน ก.พ.ยังกำหนดให้ผู้ทุจริตสอบภาค ก. เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามการเข้ารับราชการ และมีอำนาจดำเนินการเพิกถอนหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก. ทั้งนี้ได้มีแผนปรับระบบสอบ 3 ระยะ คือ ระยะสั้น 1 ปี จัดทำหลักเกณฑ์ มาตรฐานทางวินัยให้ชัดเจน ระยะกลาง 3 ปี เปลี่ยนสอบภาค ก.เป็นระบบ e-Exam เพื่อป้องกันทุจริต ระยะยาว 5 ปี ผลักดันกฎหมายเฉพาะกำหนดโทษ ทางอาญาแก่ผู้ทุจริตยกขบวน และแก้กฎหมายให้เรียกคืนเงินเดือน ผลประโยชน์ย้อนหลังได้เต็มจำนวน รวมถึงสำนักงาน ก.พ.เพิ่มตรวจรูปพิมพ์รูปบนกระดาษคำตอบ ป้องกันสวมตัวและสร้างมาตรฐานลงโทษเดียวกัน จัดทำข้อมูลกลางป้องกันเวียนไปสมัครหน่วยงานอื่น ยกระดับระบบสอบราชการโปร่งใส เป็นธรรมและตรวจสอบได้“อนุทิน” โต้ครหาแอบอ้างเบื้องสูงผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์รายการ ตอบโจทย์ ทางสถานีโทรทัศน์ Thai PBS เมื่อคืนวันที่ 7 ก.ย. ตอนหนึ่งตอบคำถามการถูกกล่าวหาว่าอ้างอิงสถาบันฯหรือเบื้องสูงในการดำเนินนโยบายของรัฐบาลว่า “ช่วยบอกสิครับว่าผมไปแอบอ้างตรงไหน ตรงไหนที่ผมแอบอ้าง” การปฏิบัติหน้าที่นายกฯในทุกนโยบายของรัฐบาล หน้าที่หลักคือถวายการรับใช้เบื้องพระยุคลบาท สนองโครงการต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ถวายงานในหน้าที่ที่มี เราไปอ้างตรงไหน ทำตามทุกอย่าง ไม่ทำถวายสิแปลกปัดโหนสถาบันเพื่อประโยชน์การเมืองเมื่อถามว่านายกฯอาจจะไม่ได้พูดโดยตรง แต่มักมีภาพปรากฏ เช่น การออกงานร่วมกับราชเลขานุการในพระองค์ ประชุมร่วมกับองคมนตรี นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการ ไม่เคยนำเรื่องเบื้องสูงหรือสถาบันฯมาแอบอ้างเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง หรือใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน ทุกอย่างดำเนินการไปตามขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหารอย่างเปิดเผย และตรวจสอบได้ อยู่ดีๆตนจะไปประชุมกับท่านองคมนตรีได้ไหม ถ้าไม่มีกำหนดการที่เชิญไปร่วม อยู่ดีๆตนจะไปกับท่านราชเลขานุการในพระองค์ ได้ไหม ถ้าไม่มีกำหนด ที่ให้ตนเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบของคณะเดินทาง ไม่มีทางที่จะโทร.ไปร้องขอเพื่อไปร่วมงาน หวังให้มีภาพติดตัวและทำให้ประชาชนเห็นว่าใกล้ชิดกับทางราชสำนักลั่นรู้ที่ต่ำที่สูงมากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ“ตำแหน่งนายกฯได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามครรลองประชาธิปไตย พรรคภูมิใจไทยได้จำนวน สส.มากเป็นอันดับ 1 ครั้งที่แล้วก็มาด้วยเสียงข้างมากของสภาฯไม่มีตรงไหนแอบอ้างหรือใช้บารมีของสถาบันมาช่วยเหลือ ทำไมผมจะไม่รู้ที่สูง ที่ต่ำ ผมต้องรู้มากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ” นายอนุทินกล่าวต่อมาเวลา 16.19 น. นายอนุทินโพสต์เฟซบุ๊กว่า “เดินทางถึงกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ระหว่างเดินสำรวจเส้นทางงานพระราชพิธี มีคนไทยที่มาจากอเมริกาและคนไทยที่พำนักอยู่ในนอร์เวย์เข้ามาทักทายอย่างเป็นกันเอง ทั้งสองฝ่ายต่างตื่นเต้นดีใจ ผลัดกันให้พรซึ่งกันและกันด้วยความปีติยินดี ขอบพระคุณ มากๆครับ”“ท็อป” โต้ “สนธิ” ยันไม่มีระบอบน้ำเงินที่รัฐสภา นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาห กรรม แกนนำพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ระบุระบอบสีน้ำเงินเลวร้ายกว่าระบอบทักษิณว่า ไม่มีระบอบสีน้ำเงินและระบอบทักษิณ มีแต่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องยอมรับว่าแต่ละพรรคมีผู้นำแต่ละห้วงเวลา มีลักษณะ สไตล์การทำงานแตกต่างกัน มีแนวทาง เทคนิคใหม่ๆในการทำงาน ที่ระบุระบอบนั้นระบอบนี้คนไทยอยู่ภายใต้ระบอบเดียว ขอฝากกลุ่มผู้ชุมนุมขออย่าให้ก่อความเดือดร้อนกับประชาชนที่อยู่รอบข้าง จะออกมาใช้สิทธิ แสดงความคิดเห็นอย่างไร ขอให้อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย“สุชาติ” ติงปลุกมวลชนภาพลงทุนเสีย นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ กล่าวว่า อยากให้มองภาพรวมเราเพิ่งผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมให้ผู้ชุมนุม ปล่อยตัวบางคนออกมาแล้ว ตนเข้าการเมืองปี 54 เกิดการชุมนุมทุกสี เราผ่านจุดนั้นมาเกือบ 20 ปีจะย้อนกลับไปแล้วจะเป็นอย่างไร ให้ประชาชนช่วยตัดสินใจ เราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย ต้องยอมรับเสียงข้างมาก ออกมาเคลื่อนไหวเช่นนี้จะให้มีเลือกตั้งทุก 6 เดือน หรือ 1 ปีเลยหรือ ต้องให้โอกาสรัฐบาลทำงาน อยากให้ประชาชนตั้งสตินึกคิดในสิ่งที่ตนพูดความจริง อยากให้มองไปที่บรรยากาศการลงทุนมากกว่า จะกระทบอย่างไรรัฐบาลไม่ได้มีเรื่องทุจริต หรือการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ แต่เป็นเรื่องนักลงทุน นายกฯ รองนายกฯไปต่างประเทศ ดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศ กว่าจะฟื้นตัวจากโควิด-19 ทุกประเทศนับหนึ่งใหม่หมด วันนี้จะเอาปัญหาความวุ่นวายของประเทศกลับมาอีก บรรยากาศการลงทุนจะเป็นอย่างไร“รุทธพล” แย้ม “ปิยะ” กลับดีเอสไอพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการโยกย้ายอธิบดีดีเอสไอว่า ยังไม่อยู่ในขั้นตอนดำเนินการใดๆ ปลัดกระทรวงยุติธรรมเพิ่งมาดำรงตำแหน่ง ให้นโยบายไปต้องดูผลงานตั้งแต่ระดับ ผอ.กอง อย่างน้อยให้ดูผลงานย้อนหลัง 2 ปีมีอะไรเป็นรูปธรรม สื่อต่างจับจ้องเพ่งเล็งอยู่ ต้องดูผลงานภาพรวม ไม่ใช่ล้างบางทางการเมือง คดีต่างๆผ่านขั้นตอนดีเอสไอไปหมดแล้ว เมื่อถามว่ากังวลว่ามีชื่อ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ หนึ่งในคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด หรือข้อโต้แย้งคณะที่ 36 ของ กกต.และเป็น 1 ใน 5 เสียงข้างมากที่โหวตยกคำร้องคดีฮั้ว สว.ทั้ง 229 คนว่าไม่มีใครมีความผิด พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า ยังไม่มีการพิจารณาแม้ ร.ต.อ.ปิยะเคยอยู่ดีเอสไอก็จริง แต่ออกไปทำงานต่างหน่วยแล้ว หากจะมาต้องมาดูข้อมูลต่างๆประกอบด้วยดีเอสไอหมายเรียก “สมชาติ” ครั้งที่ 3พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวว่า ส่วนกรณีนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรค ปชน.ขอเลื่อนให้ปากคำในฐานะพยานต่อกรมดีเอสไอ ครั้งที่ 2 คดีตรวจสอบการถือหุ้นบริษัทเอกชน ในฐานะเป็นกรรมการถือหุ้นบริษัทเอกชนที่ถูกมองว่าเป็นนอมินีร่วมกับชาวต่างชาติว่า มีการแจ้งเลื่อนและขอเข้าพบช่วงปลาย ก.ย. ดีเอสไอมองว่านาน พนักงานสอบสวนจึงนัดอีกครั้งวันที่ 14 ก.ย. ถือเป็นการเรียกครั้งที่ 3 ต้องเร่งดำเนินการ เนื่องจากในพื้นที่ได้รายงานมาว่า ขณะนี้มีการปิดบริษัทแล้วหลายบริษัท และนำที่ดินออกไปขายราคาผิดปกติไม่สมจริง ต่ำกว่าราคาจริงอย่างมากๆ และเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนพบว่ามีที่ดินอีกหลายแปลงในภาคอีสาน จึงอยากให้นายสมชาติรีบเข้ามาชี้แจงในสถานะพยาน ถ้าจะขัดหมายเรียกตาม พ.ร.บ.ดีเอสไอ มาตรา 24สิ้น ก.ย.สั่งฟ้อง “ภาวุธ–ฟิล์ม” คดีฟอเร็กซ์เมื่อถามถึงความคืบหน้าคดีนายภาวุธ พงษ์วิทย ภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผู้ต้องสงสัย เกี่ยวข้องกับคดีฟอเร็กซ์ พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า ดีเอสไอรายงานว่าปลายเดือน ก.ย.จะสั่งฟ้องต่ออัยการ นอกจากนายภาวุธแล้ว ยังมีอีกหลายคนที่ถูกฟ้อง รวมถึงนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ อดีตนักร้องและนักการเมืองด้วย“เท้ง” รวมพล 13 ก.ย.ชวนเดินเท้า 11 กม.วันเดียวกัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.)โพสต์เฟซบุ๊กว่า วันที่ 13 ก.ย.ก่อนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติคดีโกง สว. ชวนทุกคนร่วมเดิน 11 กิโลเมตร กดดัน กกต. จากหน้า iLaw 10 โมง ถึงหอศิลป์ฯช่วงเย็นทร.เคาะเรือฟริเกตเกาหลี 1.67 หมื่นล้านพล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวถึงการจัดหาเรือฟริเกตของกองทัพเรือ ว่า เมื่อ 7 ก.ย.ปลัดกระทรวงกลาโหมลงนามอนุมัติผลการพิจารณาคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญเสริมสร้างขีดความสามารถของ ทร.และขีดความสามารถรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในระยะยาว ทร.กำหนดจัดการแถลงผลพิจารณาคัดเลือกจัดหาเรือฟริเกตวันที่ 18 ก.ย.หลังครบกำหนดเวลารับเรื่องอุทธรณ์ตามกฎหมายผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ได้รับคัดเลือกโครงการจัดหาเรือฟริเกต 1 ลำพร้อมระบบและอุปกรณ์ อะไหล่ เครื่องมือ เอกสาร ส่วนสนับสนุน การทดสอบทดลอง น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น การฝึกอบรม การตรวจรับ การรับประกันและพิธีกรรมต่างๆ คือ บริษัท Hanwha Ocean Co.Ltd เสนอราคา 16,730,000,000 บาท เป็นราคายกเว้นค่าอากรทางศุลกากร แต่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่นๆ ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอื่นๆทั้งปวงแล้ว เป็นราคาคงที่และตายตัว (Firm & Fixed Price)ในราคา DAP(INCOTERMS 2020)รวมการขนส่งและประกันภัย จนกระทั่งส่งมอบงาน ที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หรือพื้นที่ที่ ทร.จะกำหนดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่