อ้างอิงจากการเปิดเอกสารคณะอนุกรรมการ กกต.ชุดที่ 36 ของสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. รายงานการประชุมวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คดีฮั้วเลือก สว. อธิบายถึงความเป็นมาของอนุกรรมการชุดที่ 26 ซึ่งเป็นการตั้งกรรมการร่วมระหว่าง กกต.กับดีเอสไอจำนวน 20 คนมาทำงานร่วมกันโดยการทำงานของอนุกรรมการฯของ กกต.ตั้งแต่รวบรวมพยานหลักฐาน สอบพยาน แจ้งข้อกล่าวหา ให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงนำเสนอพยาน ชั่งน้ำหนักพยานทั้งสองฝ่าย เทียบความผิดที่ระบุไว้ในกฎหมายและสรุปความเห็น ว่าจะยกคำร้องหรือส่งคดีให้ เลขาธิการ กกต.มีตัวอย่างการสืบสวนสอบสวนของคณะอนุกรรมการฯ เช่น พบหลักฐาน สว.โอนเงินก่อนวันเลือก สว.ระดับประเทศ และก่อนการเลือกระดับประเทศให้กับผู้สมัครระดับอำเภอ สอบเส้นทางเงินมีเอกสารการโอนเงินจริง แจ้งให้ผู้โอนและผู้รับเงินมาชี้แจง รับฟังการชี้แจงว่า เป็นการยืมเงินไปปรับปรุงห้องน้ำและได้คืนเป็นเงินสดแล้วแต่คณะอนุชุดที่ 26 วินิจฉัยว่า ที่ผู้ถูกกล่าวหาปฏิเสธไม่มีการโอนเงินจำนวน 1,000 บาทในครั้งแรก แต่ยอมรับมีการโอนเงิน 10,000 บาทในครั้งที่สอง ปรากฏว่า พบเอกสารการโอนเงินทั้งครั้งแรกและครั้งที่สอง เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วการชี้แจงของพยานจึงไม่ได้รับการน่าเชื่อถือและยังพบว่า ผู้รับโอนได้ 0 คะแนนโดยไม่ลงคะแนนให้ตัวเองแต่ยอมเสียค่าสมัคร 2,500 บาทไปเพื่ออะไรหรือพบว่ามีการโอนเงินให้ผู้สมัครอีกคนอ้างว่าเป็นเงินมัดจำค่าอาหารงานเลี้ยงแต่ไม่พบหลักฐานว่ามีงานเลี้ยงจริง ผิดตามกฎหมายทุกมาตราจึงสรุปว่าสมควรส่งฟ้องศาลฎีกาทั้ง สว.และผู้รับเงินแต่ในอนุกรรมการชุดที่ 36 ได้ตั้งเกณฑ์การสอบใหม่ดังนี้ ผู้กระทำผิดต้องเป็นผู้สมัคร มีการช่วยเหลือจากฝ่ายการเมือง ยินยอมรับการช่วยเหลือ และมีเจตนาเพื่อให้ได้รับเลือก สว. ตีความว่า ไม่ยินยอมคือไม่ผิด ไม่ประสงค์จะเป็น สว.ก็ไม่ผิด การตีกรอบคำว่ามีการช่วยเหลือจากฝ่ายการเมืองคือจุดไหน ลักษณะไหน และนักการเมืองไม่มีความผิดเพราะไม่ได้เป็นผู้สมัครส่วนตอนที่ 5 ที่อดีต กกต.สมชัย จะเปิดผลการสอบสวนของคณะอนุกรรมการออกมาอย่างไร คงไม่ต้องไปคาดเดาให้เมื่อยตุ้ม หลักฐานเอกสารเหล่านี้ เป็นเอกสารหลักฐานของคณะอนุกรรมการสอบสวนของ กกต.การนำเอกสารหลักฐานมาเปิดเผยต่อสาธารณะจะผิดไม่ผิดอย่างไร เป็นอีกเรื่อง แต่เรื่องจริงก็คือ ความผิดปกติในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย จะเป็นกบฏยุติธรรม เป็นคนบาปคนผิด แต่ถ้าจะชำระล้างกระบวนการยุติธรรมภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยก็ต้องทำเวลานี้ความวุ่นวายในสภาและนอกสภา ที่มาจากความไม่ยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรม กำลังจะกลับมา ระหว่างการปกครองระบอบสีน้ำเงินกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขต้องคิดวิเคราะห์แยกแยะให้ดี.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม