ไทยรัฐฟอรัม 2026” ดินเนอร์ทอล์กประจำปีของ “ไทยรัฐ กรุ๊ป” หัวข้อ “ทิศ–ทาง–รอด ประเทศไทย ภายใต้ระเบียบโลกใหม่” ค่ำวันจันทร์ 31 ส.ค. ได้เสนอ “ทางออกให้รัฐบาล” หลายข้อ เพื่อความอยู่รอดของประเทศไทย ภายใต้โลกที่แตกแยกหลายขั้ว ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์ อดีตรองนายกฯ กล่าวว่า ระเบียบโลกใหม่ได้ทลายการค้าเสรี และสหรัฐฯ ได้ปรับนโยบายไปสู่ชาตินิยม เป็นความเสี่ยงที่ไทยต้องรับมืออย่างมียุทธศาสตร์ การอ้างความสัมพันธ์ที่ยาวนานใช้ไม่ได้อีกต่อไปดร.สุรเกียรติ์ ชี้ให้เห็นว่า ภาษีศุลกากรที่โลกใช้เวลานานถึง 50 ปี ลดลงมาเหลือเฉลี่ย 3.6-3.8% แต่ถูกปรับขึ้นเป็น 10–15% ในชั่วข้ามคืน แล้วจะไม่มีวันลดลงมาอีกนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ กลายเป็น “ชาตินิยม” ที่ไม่ให้ความ สำคัญกับความผูกพันทางประวัติศาสตร์อีกต่อไป ดังจะเห็นได้จากพันธมิตร ใกล้ชิดสหรัฐฯอย่าง แคนาดา ออสเตรเลีย เดนมาร์ก หรือ อังกฤษ ต่างก็โดนมาตรการภาษีและนโยบายกดดันทั้งหมด ดังนั้น การที่ไทยจะนำ เรื่องความสัมพันธ์อันยาวนานไปใช้เจรจาเพียงอย่างเดียว จึงไม่ได้ผล อีกต่อไป ถ้าเรายังไปหวังว่า การอ้างความสัมพันธ์ทางด้านประวัติศาสตร์เป็นตัวเจรจาอย่างเดียวก็ใช้ได้ แต่จะไม่เกิดผลอะไร นโยบายการค้า สหรัฐฯยังเป็นแบบศึกเจรจาข้ามกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น นำภาษีไปแลก กับการเปิดตลาดเงิน โทรคมนาคม หรือการซื้อเครื่องบินและอาวุธดร.สุรเกียรติ์ แนะว่า ไทยต้องเข้าใจกลไกการเมืองภายในของสหรัฐฯ เช่น การใช้ประเด็นความมั่นคงในเมียนมาที่สหรัฐฯสนใจ เพื่อสร้างมิตรและตัวต้านทานดร.สุรเกียรติ์ ยังได้แนะนำให้รัฐบาล เรียนรู้ยุทธศาสตร์จากสิงคโปร์ ที่ใช้วิธีเข้าหาอเมริกา โดย “เจาะผ่านรายรัฐ” โดยเฉพาะ รัฐที่เป็น ฐานเสียงของพรรครีพับลิกัน เช่น รัฐฟลอริดา เท็กซัส เทนเนสซี เพื่อเจรจาความร่วมมือเฉพาะด้าน เช่น AI สุขภาพ ซึ่งผู้ว่าการรัฐมีพลังในการโทรศัพท์สายตรงถึงประธานาธิบดีมากกว่าการเจรจาผ่านทูต หรือรัฐมนตรี รวมทั้งการตั้ง “ผู้แทนพิเศษ” เพื่อเข้าไปเจรจาแบบเจาะลึกในจุดสำคัญ หรือใช้บริษัท “ล็อบบี้ยิสต์” ที่ถูกกฎหมาย เพื่อช่วยเปิดประตูเข้าหาบุคคลที่ทรงอิทธิพลในสภาคองเกรสคุณประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) กล่าวถึงภาพรวมของบริษัทว่า CPF เป็นหุ้น กลุ่มป้องกันความเสี่ยงที่กระจายความเสี่ยงอย่างดีเยี่ยม มีโครงสร้างธุรกิจที่ยืดหยุ่นและรับมือกับภาวะวิกฤติได้สูงคุณประสิทธิ์ ฉายภาพการกระจายความเสี่ยงของ CPF ให้เห็นว่า ปัจจุบันซีพีเอฟมีการลงทุนทั้งโรงงานและฟาร์มกระจายอยู่ใน 17 ประเทศ ใช้ไทยและอีกหลายประเทศเป็นฐานส่งออกไปยัง 40–50 ประเทศทั่วโลก โครงสร้างโลกวันนี้ได้เปลี่ยนจาก “ยุคโลกาภิวัตน์” เข้าสู่ “ยุคโลก แตกแยก” และเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนสูง แม้คนไทยอาจยัง ไม่รู้สึกถึงผลกระทบมาก เพราะมีฐานเกษตรอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง แต่หลายประเทศกำลังเผชิญวิกฤติความมั่นคงทางอาหารอย่างหนักคุณประสิทธิ์ ยังได้เปิดเผยถึง โมเดลการบริหารจัดการนิเวศ ทางธุรกิจของ CPF ว่า มีซัพพลายเออร์ในไทยกว่า 5,000 บริษัท เป็น SMEs ถึง 3,600 บริษัท และยังได้ช่วยพัฒนาศักยภาพเอสเอ็มอี ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อให้เติบโตอย่างยั่งยืนอีกด้วยคุณอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SCBX ได้พูดถึง คลื่นการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ที่หลั่งไหลเข้าสู่ไทยและอาเซียนควบคู่กับ คลื่นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง AI และ Data Center เป็นคลื่นที่มีขนาดใหญ่มาก ไทยต้องรีบตั้งโจทย์ และวางตำแหน่งให้ชัดเจนว่าเราจะอยู่ตรงไหน คุณอาทิตย์ได้แสดง ความห่วงใยต่อโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่มีลักษณะ K–shape ฝั่งบน ยังเติบโตดี แต่ฐานรากด้านล่างยังอ่อนแอเปราะบางอีกมาก การดึง เงินลงทุนขนาดใหญ่เข้ามา ต้องไม่หยุดแค่การได้ตัวเลขเงินลงทุน แต่ต้องคิดยุทธศาสตร์ว่า จะส่งผ่านเงินทุนเหล่านั้นกระจายไปสู่คน ส่วนใหญ่ของประเทศเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร ทั้งหมดนี้ คือ โจทย์ใหญ่ของรัฐบาล จากเวที “ไทยรัฐฟอรัม 2026” ครับ.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม