มหากาพย์คดีทุจริตฮั้วเลือก สว. ปี 2567 ที่อยู่ในการสอบสวนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินมาถึงจุดไคลแมกซ์ เมื่อสำนักงาน กกต.แจ้งว่า กกต.พิจารณาข้อเท็จจริงในสำนวนคดีโพยฮั้วเลือก สว.เสร็จสิ้นแล้ว เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา และกำหนดนัดประชุม กกต. เพื่อพิจารณาลงมติสำนวนคดี ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ซึ่งเป็นที่สนใจของสังคมว่า กกต. จะมีมติสั่งฟ้องคดีต่อศาลฎีกาหรือไม่ และจะยึดผลสอบของคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 26 ที่ให้ดำเนินคดีอาญา สว. 138 คน และเครือข่ายนักการเมืองพรรคภูมิใจไทย 91 คน รวมเป็น 229 คน หรือยึดผลสอบคณะอนุกรรมการ ชุดที่ 36 ที่ชี้ว่า ทั้ง 229 คน ไม่มีมูลความผิด หรือจะส่งฟ้องแค่บางส่วนพอเป็นพิธีทั้งนี้ ในการจัดเวทีผู้นำฝ่ายค้าน “การเมืองไทยในวิกฤติความเชื่อมั่น : ความ จริงที่สังคมต้องการคำตอบ” นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า การโกงเลือก สว.คือ จุดเริ่มต้นการกินรวบประเทศ หลายคนอาจมองว่าการเอาผิดผู้ที่อยู่ในกระบวนการ โกง สว.เป็นเรื่องที่ยาก หรือแทบเป็นไปไม่ได้โดยเฉพาะเมื่อ กกต. 4 ใน 7 คน ถูกเลือกจาก สว.ชุดปัจจุบัน แต่เราก็มีพยานที่ออกมาให้ข้อมูลและหลักฐานเอกสาร คลิปต่างๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการโกง สว. ซึ่งการใช้อำนาจของ กกต.ไม่ได้เป็นการชี้ถูกชี้ผิด กฎหมายกำหนดไว้ว่า หากควรเชื่อได้ว่ามีการโกงเลือก สว.เกิดขึ้น หน้าที่ของ กกต.คือ ส่งสำนวนไปให้ศาลตัดสินขณะที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ย้ำว่า ผู้ถูกกล่าวหา 229 คน เป็นรัฐมนตรี และแกนนำพรรคภูมิใจไทย 21 คน ตามกฎหมาย กกต.มีหน้าที่สั่งฟ้องตามหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีการทุจริต หลักฐานที่เราเปิดตั้งแต่เวทีแรกๆ มันคือหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าขบวนการฮั้วเลือก สว.ที่เกี่ยวข้องกับ 229 คน มีอยู่จริงด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สำทับว่า ถ้าใครคิดว่า วันที่ 14 ก.ย.นี้ คดีฮั้วเลือก สว.จะจบนั้น มันคงไม่จบ เพราะยังมีข้อมูลข้อเท็จจริงอีกมากที่จะปรากฏในภายหลัง ต่อให้ กกต.มีมติว่า เรื่องนี้จบแล้วสำหรับ สว. แต่เรื่องของ กกต.คงไม่จบแน่ เพราะเราต้องดำเนินการ กับ กกต.โดยใช้สิทธิตามกฎหมายต่อไปงานนี้ ต้องรอวัดใจว่าสุดท้ายแล้ว กกต.จะลงมติคดีฮั้วเลือก สว.ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม โดยยึดหลักกฎหมาย และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.อย่างเคร่งครัด โดยส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาคดีตามครรลองที่ควรจะเป็น เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นของ กกต. หรือจะยอมลุยไฟตัดจบคดี ไม่ส่งฟ้องศาล เอาตัวเข้าแลก เสี่ยงคุกเสี่ยงตะราง.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม