ฝนถล่มแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน น้ำป่าไหลลงอ่างเก็บน้ำแม่สะลาบ ล้นสปิลเวย์เอ่อท่วมสองฝั่งแม่น้ำยวม ด้านพ่อเมืองเชียงใหม่สั่งการ ด่วนนายอำเภออมก๋อย เฝ้าระวังน้ำป่าและดินโคลนถล่มตลอด 24 ชม. ส่วนที่ จ.สระบุรี ฝนกระหน่ำพื้นที่ต้นน้ำ ต.ชะอม น้ำป่าซัดรถแวนตกฝายลอยไปตามคลอง เจ้าหน้าที่ช่วยคนขับและผู้โดยสาร 2 คน รอดหวุดหวิด น้ำทะลักเต็มลานกางเต็นท์ นักท่องเที่ยว 40 ชีวิตหนีน้ำกลางดึก ขณะที่บ้านอีต่อง อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ดินสไลด์ ต้นไม้ล้มขวางเส้นทาง สัญจรไม่ได้ฝนถล่มดินสไลด์ทับเส้นทาง โดยเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ จ.แม่ฮ่องสอน เกิดฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ อ.แม่สะเรียง ทำให้ดินภูเขาอุ้มน้ำไม่ไหวเกิดสไลด์ลงมาทับเส้นทางถนนสายหลังศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง ต.แม่เหาะ หลายจุดใช้สัญจรไม่ได้ ส่วนถนนสายบ้านแม่สวรรค์น้อย ดินสไลด์ปิดทับเส้นทาง ชาวบ้านต้องจูงรถ จยย.ลุยโคลนสูงเกือบครึ่งล้อด้วยความยากลำบาก หลังเกิดเหตุนายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง สั่งให้ อบต.แม่เหาะระดมเครื่องจักรกลเข้าเคลียร์เส้นทางให้ราษฎรกลับมาสัญจรได้เร็วที่สุดนายวรศักดิ์ พานทอง นายอำเภอแม่สะเรียง เปิดเผยว่า ขณะนี้ในพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อเย็นวันที่ 30 ส.ค. ฝนตกหนัก ทำให้น้ำไหลทะลัก ลงอ่างเก็บน้ำแม่สะลาบในพื้นที่หมู่ 8 บ้านแม่สะลาบ ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง ล่าสุดปริมาณน้ำในอ่างเต็มความจุ 100 เปอร์เซ็นต์ ล้นออกสปิลเวย์ลงลำน้ำธรรมชาติ ผ่านบ้านแม่สะลาบ บ้านทุ่งแล้ง ต.แม่คง ก่อนที่มวลน้ำจะไหลลงไปบรรจบกับแม่น้ำยวม ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนสองฝั่งแม่น้ำ นอกจากนี้ให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านแจ้งเตือนชาวบ้านเฝ้าระวังดินถล่มตามเส้นทางต่างๆด้านนายรัฐพล นราดิศร ผวจ.เชียงใหม่ สั่งการ ด่วนไปยังนายอำเภออมก๋อย ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ดินโคลนถล่มในพื้นที่บ้านแม่หลองหลวง ต.แม่หลอง อ.อมก๋อย อย่างใกล้ชิด หลังได้รับข้อมูลจากส่วนอุทกวิทยาที่ 1 เชียงใหม่ วันที่ 31 ส.ค. พบ บริเวณดังกล่าวเกิดน้ำป่าไหลหลากและมีค่าดัชนีความชุ่มชื้นของดิน (API) สูงถึง 299 อยู่ในเกณฑ์ วิกฤติต้องเฝ้าระวังเกิดดินโคลนถล่ม สำนักงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ประสานศูนย์ เตือนภัยพิบัติแห่งชาติส่งข้อความแจ้งเตือนระบบ Cell Broadcast ไปยังชาวบ้านในพื้นที่ให้เตรียม พร้อมอพยพออกจากพื้นที่ไปยังจุดปลอดภัย รวมถึง กำชับกำนันผู้ใหญ่บ้านและเครือข่ายอาสาสมัครภาค ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชม.ที่ จ.สระบุรี เกิดฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงเย็น วันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา หนักสุดในพื้นที่ต้นน้ำ ต.ชะอม อ.แก่งคอย โดยเฉพาะบริเวณน้ำตกเจ็ดคตและน้ำตกโกรกอีดก ทำให้น้ำป่าไหลบ่าลงด้านล่างตั้งแต่พื้นที่หมู่ 9 บริเวณคลองหินร่วง นักท่องเที่ยวบางส่วนติดค้าง อยู่ในรีสอร์ต เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ในเขตรอยต่อ อ.มวกเหล็ก น้ำป่าซัดรถแวนตกฝายกั้นน้ำลงไปในคลองมวกเหล็ก หมู่ 1 บ้านหมาก ต.มวกเหล็ก เจ้าหน้าที่ลงไปช่วย คนขับและผู้โดยสารอีก 2 คน ออกมาได้หวุดหวิด ขณะที่น้ำป่าไหลหลากซัดบ้านเรือนประชาชนและร้านค้าได้รับความเสียหายนายณรงค์ วงษ์ศรี อายุ 65 ปี เจ้าของ ณ วนา แคมป์ปิ้งกราวด์ ลานกางเต็นท์ติดริมธารน้ำตกโกรกอีดก หมู่ 5 ต.ชะอม อ.แก่งคอย เปิดเผยว่า น้ำป่ามาเร็วมากช่วงประมาณ 1 ทุ่มกว่า ระดับน้ำท่วมถึงลานกางเต็นท์ ผ่านไปราว 1 ชม. น้ำค่อยๆลดลง หลังน้ำลดพบเต็นท์ ถูกน้ำซัดพังเสียหาย ช่วงเกิดเหตุเป็นคืนวันอาทิตย์มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักค้างแรมอยู่ประมาณ 40 คน ทุกคนรีบหนีออกมาได้ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่ถ้า เป็นวันเสาร์จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากอาจเกิดความสูญเสียก็เป็นได้ด้านอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ออกหนังสือแจ้งปิดการท่องเที่ยวน้ำตกโกรกอีดก สืบเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ต้นน้ำบริเวณน้ำตกโกรกอีดก ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก กระแสน้ำในลําห้วยไหลเชี่ยวกราก อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงอันตราย ขอปิดท่องเที่ยวน้ำตกโกรกอีดก วันที่ 31 ส.ค.-1 ก.ย. เป็นเวลา 2 วันขณะที่นายสุทิน พรหมปลัด ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี เผยว่า ฝนที่ตกหนักตลอดคืนวันที่ 30 ส.ค. ส่งผลให้ปริมาณน้ำสะสมไหลลงสู่ลำห้วยมวกเหล็กอย่างรวดเร็ว และภาวะน้ำป่าไหลหลาก จึงสั่งการให้อุทยาน แห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อยและสวนรุกขชาติมวกเหล็กออกประกาศปิดให้บริการท่องเที่ยวและงดทำกิจกรรมทุกประเภทวันที่ 31 ส.ค. สำหรับน้ำตกเจ็ดสาวน้อย งดให้บริการชั้น 1-7 ให้เจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของนักท่องเที่ยวเช่นเดียวกับ จ.นครนายก เกิดฝนตกหนักเกือบตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา และเกิดน้ำป่าไหลหลากจากคลองบึงไม้ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี และน้ำตกกะอาง อ.บ้านนา จ.นครนายก มวลน้ำไหลลงสู่แม่น้ำบ้านนาเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว นางจิราภรณ์ กิ่งสีดา นายอำเภอบ้านนา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและเข้าช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบใน ต.บ้านนา ถนนสายบ้านนา-กะอาง ช่วง กม.ที่ 1-2 น้ำไหลท่วมผิวการจราจร รถเล็กสัญจรลำบาก ขณะที่โรงเรียนนายกวัฒนากรและโรงเรียนวัดทองย้อย วุฒิกรประชานุกูล ถูกน้ำท่วม ต้องปิดการเรียนการสอนหนีน้ำกะทันหันจ.กาญจนบุรี ฝนตกหนักในพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ ทำให้ดินไหล่เขาสไลด์และต้นไม้ล้มขวางทางถนนบ้านอีต่อง ต.ปิล๊อก กม.ที่ 12 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิร่วมกับ อบต.ปิล๊อกต้องปิดใช้เส้นทางชั่วคราว พร้อมประสานกรมทางหลวงชนบทนำเครื่องจักรเข้าเคลียร์ดินโคลนและตัดต้นไม้ออกจากเส้นทาง พร้อมประกาศเตือนประชาชน และนักท่องเที่ยวให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางเป็นพิเศษ เนื่องจากยังคงมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง อาจเกิดดินสไลด์ตลอดเวลาอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่